กสิกรไทย จัดทำหนังสือ ASEAN+3 ใช้เป็นคู่มือนักธุรกิจ

by smethailandclub 02 ธค. 2015
Share:


        กสิกรไทย จับมือ EDM จัดทำหนังสือ ASEAN+3 ให้ความรู้ด้านประชากร การค้า-การลงทุน การท่องเที่ยวที่น่าสนใจในอาเซียน รวมถึงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เพื่อใช้เป็นคู่มือแนะนำภาพรวมทั้ง 13 ประเทศ จัดพิมพ์เพียง 3,000 ชุด จำหน่ายในราคาชุดละ 39.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ  เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ 1 ธ.ค.นี้ 

        นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการในปี 2558 นักธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม ปรับตัว และเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง โดยนอกเหนือจากการสนับสนุนของภาครัฐ และความร่วมมือกันของภาคเอกชนแล้ว บทบาทของสถาบันการเงินไทยก็นับเป็นหน่วยงานสำคัญในการช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านการแนะนำ รวมทั้งช่วยผลักดันธุรกิจให้พร้อมเติบโตหรือยืนหยัดในรูปแบบการค้า-การลงทุนแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น 

         ธนาคารกสิกรไทย จึงร่วมกับสำนักพิมพ์ Editions Didier Millet (EDM) จัดทำหนังสือ ASEAN+3 เพื่อให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี แบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ข้อมูลด้านประชากร (People) แสดงถึงความแตกต่างที่หลากหลายด้าน เช่น ประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ภาพรวมประชากร วิถีชีวิต สังคมและขนบธรรมเนียมประเพณี รวมไปถึงเมืองสำคัญๆ ในแต่ละประเทศ 

    ข้อมูลด้านการลงทุนด้านธุรกิจ (Business)  บ่งบอกถึงประโยชน์ซึ่งแต่ละประเทศจะได้รับจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ ภาพรวมทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ อุตสาหกรรมหลัก ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมในการทำการค้า การลงทุน รวมไปถึงกฎระเบียบข้อบังคับ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเชื่อมโยงกันใน ASEAN+3 ที่จะช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าถึงและสามารถเก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างในยุค AEC+3 


    ด้านการท่องเที่ยว (Travel) แนะนำข้อมูลพื้นฐานซึ่งจำเป็นในการเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมในการเข้าไปทำธุรกิจในประเทศ ASEAN+3 เช่น กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติต่างๆ สถานทูต การขอและต่ออายุวีซ่า การเดินทางในแต่ละประเทศ คำแนะนำในการท่องเที่ยว เช่น ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เป็นต้น    

     
        นายธีรนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารกสิกรไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งมอบข้อมูลความรู้ที่จะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าในการทำธุรกิจมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ASEAN+3 เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทั้งนักลงทุนไทยที่จะก้าวเข้าสู่ตลาด AEC รวมไปถึงนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ ที่มีความต้องการในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย อันจะเป็นประโยชน์โดยรวมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจASEAN อย่างยั่งยืนต่อไป


     โดยธนาคารได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและความรู้ให้แก่ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดทำคู่มือการค้าและการลงทุนในภูมิภาค งามสัมมนาเพื่อให้ความรู้เชิงลึกเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมไปถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสำหรับลูกค้าไทยกับผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน เช่น กิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-เวียดนามในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-อินโดนีเซียในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน กิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ สุขภาพและความงาม เป็นต้น 


    จนถึงวันนี้ธนาคารได้มีการริเริ่มในการจัดทำหนังสือ ASEAN+3 จะสอดรับกับเป้าหมายการเป็นธนาคารแห่งภูมิภาค หรือ AEC+3 Bank ที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจให้แก่ลูกค้า ผนวกกับความเข้าใจถึงความแตกต่างของ ASEAN+3 ในหลากหลายบริบท เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการเข้าถึงเป้าหมายสูงสุดของธนาคารคือการส่งมอบและแบ่งปันความรู้ของ ASEAN+3 ในหลากหลายแง่มุมทั้งแก่ลูกค้าและสังคม อีกทั้งเป็นการทำให้ภูมิภาค ASEAN+3 ได้เป็นที่รู้จักและยอมรับถึงศักยภาพในระดับสากลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำความเจริญอย่างยั่งยืนมาสู่ภูมิภาคอีกด้วย 

    ด้านนายนิโคลัส กรอสแมน บรรณาธิการบริหาร สำนักพิมพ์ Editions Didier Millet (EDM) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หนังสือ ASEAN+3 มีความแตกต่างและโดดเด่นจากหนังสือเล่มอื่นในหลากหลายแง่มุม เช่น นักเขียนอันได้แก่ นายคริส ฮอร์ตัน และนายคริส เทย์เลอร์ มาเป็นผู้ถ่ายทอดเนื้อหางานเขียนเชิงลึกจากประสบการณ์ที่มีในภูมิภาคอาเซียนอย่างยาวนานกว่าหลายทศวรรษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพของความแตกต่างของ ASEAN+3 อันมีอยู่หลากหลายมิติ 


    รวมไปถึงการออกแบบรูปเล่มและภาษาที่ใช้ มีการคัดสรรรูปเพื่อนำมาใช้ประกอบในหนังสืออย่างประณีต จัดทำเป็นรูปแบบของกราฟต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงข้อมูลเปรียบเทียบโดยสังเขป โดยหนังสือชุดนี้ยังได้ถูกบรรจุในกล่องขนาด 7x18x24.5 ซม. เพื่อความคงทนและแสดงถึงเอกลักษณ์ของหนังสือชุดนี้ โดยสามารถซื้อผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายเหล่านี้ ได้แก่ ร้านหนังสือเอเชีย บุ๊ค ร้านหนังสือคิโนคูนิยะ ราคา 1,350 บาท หรือ 39.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ เเละเว็บไซต์ Amazon.com ในรูปแบบ E-Book ราคา 9.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ เริ่มจำหน่ายวันที่ 1 ธันวาคม 2558 โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือจะมอบให้สภากาชาดไทย 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)

Share:

Related Articles

​เอพี ไทยแลนด์ คาดยอดโอนในปี 2563 สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 อสังหาฯ

เอพีประกาศความสำเร็จก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม มุ่งสู่การเป็นเบอร์ 1 ในอุตสาหกรรม คาดยอดโอนรวมปี 63 สูงถึงประมาณ 46,000 ล้านบาท โตกว่า 40 เปอ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​กรุงศรีออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) ออกมาตรการเร่งด่วนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าผ..

by SME Thailand.| 21 มค. 2021

​TQM มอบเงินสมทบทีมแพทย์สมุทรสาครสู้ภัยโควิด-19 พร้อมผนึก 2 แอปฯ ให้ลูกค้าปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี

บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น มอบเงินสมทบกองทุน ‘คนสมุทรสาครรวมใจสู้ภัย Covid-19’ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์รพ.สนาม และช่วยเหลือทีมแพทย์และเจ้าหน้า..

by SME Thailand.| 20 มค. 2021