ภาคเอกชนหนุนสรรพากรดึงเอสเอ็มอีเข้าระบบ

by smethailandclub 06 มค. 2016
Share:


    ภาคเอกชนแนะกรมสรรพากรแจงละเอียด ไม่ตรวจภาษีย้อนหลัง ถ้าเอสเอ็มอีกลับเข้าระบบ หนุนเดินหน้าใช้ระบบบัญชี 

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การออกพระราชกำหนดยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558 นั้น ยืนยันไม่ใช่การนิรโทษกรรมภาษี แต่มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกเว้นการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ซึ่งประเมินว่า มาตรการดังกล่าวนี้ จะช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษีเพิ่มมากขึ้น 


    โดยหากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 81% หรือ 340,000 ราย เข้าสู่ระบบภาษี จะทำให้รัฐเสียรายได้ 10,000 ล้านบาท แต่จะมีภาษีทางอ้อมกลับคืนมา เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งรายได้ที่สูญเสียไป ถือว่าคุ้มค่า เมื่อเทียบกับการวางรากฐานเอสเอ็มอีของประเทศ พร้อมกันนี้ ในวันที่ 1 ม.ค. 62 กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้การขอสินเชื่อนั้น ต้องยื่นงบการเงินแบบเดียวกับที่ยื่นให้กับกรมสรรพากร จึงจะอนุมัติสินเชื่อให้เท่านั้น เชื่อว่าจะมีส่วนทำให้เอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น 

    ส่วนมาตรการซื้อสินค้าไม่เกิน 15,000 บาท สามารถนำมาหักลดหย่อนการคำนวณภาษีนั้น ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน แต่ทั้งนี้ รัฐบาลจะออกนโยบายลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และนโยบายของภาครัฐ 

    นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าสู่ระบบภาษี นั้น ทั้งกรมสรรพากรและคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ต้องร่วมมือกันในการตอบข้อสงสัย ของมาตรการนี้ให้เป็นที่กระจ่างกับภาคเอกชน รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องระบบบัญชี และการทำบัญชีที่ถูกต้องให้ผู้ประกอบการมากขึ้น 

    อย่างไรก็ดี ปีนี้ เอกชนคาดหวังว่าภาครัฐจะใช้งบประมาณในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยโครงการเมกกะโปรเจคได้ 20% ของภาพรวมทั้งหมด ซึ่งจะมีส่วนทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าสู่ระบบภาษีนั้น ถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดีจากผู้ประกอบการ แต่ทั้งนี้กรมสรรพากรต้องตอบคำถามที่ยังมีอยู่มาก และคลายข้อสงสัยให้ผู้ประกอบการ โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซี เนื่องจากมาตรฐานบัญชีมีความจำเป็น 


    นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นจุดหักเหที่สำคัญของประเทศ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของเอสเอ็มอี อยู่ในระบบ เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น อีกทั้งภาครัฐมีฐานระบบผู้เสียภาษี สอดคล้องกับมาตรการชำระเงินทางอิเล็กทรอกนิกส์ (อี-เพย์เมนท์) ที่จะลดการใช้เงินสด ช่วยให้เกิดข้อมูลที่โปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถของระบบการเงินทั้งระบบ ซึ่งจะโอนเงินผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือเลขบัตรประชาชนได้ คาดว่าจะระบบจะพร้อมใช้งานได้ไตรมาส 3 ปีนี้ จะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายปีละ 100,000 ล้านบาท หรือ 1% ของจีดีพี“

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/economic/371240
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020