อัดฉีดงบเพิ่มขีดความสามารถ SME เกือบ 2 พันล้าน

by smethailandclub 08 มค. 2016
Share:


    บอร์ด SME เห็นชอบตั้งอนุกรรมการบริหาร สสว.พร้อมอนุมัติงบประมาณปี 2559 กว่า 1,977.645 ล้านบาทเดินหน้างานบูรณาการส่งเสริม SME ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์
วิทยาศาสตร์ฯ เล็งตั้งศูนย์บริการ OSS สสว. ในภูมิภาค 31 แห่งและตั้งร้านค้าประชารัฐ 148 แห่งทั่วประเทศเชื่อมั่นจะสร้างประโยชน์สู่ผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มทั่วประเทศให้แข้มแข็ง

    นางสาลินี วังตาลผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เฉพาะกิจ)  ครั้งที่ 1/2559 ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี  เป็นประธานฯ โดยการประชุมในครั้งนี้ คณะกรรมการส่งเสริมฯมีมติให้ความเห็นชอบการจัดสรรเงินกองทุนของสสว. จำนวน 1,977.645 ล้านบาทตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 เพื่อบูรณาการงานส่งเสริม SME ของประเทศให้เติบโตได้ตามศัยภาพ โดยจัดสรรเงินกองทุนออกเป็น 6 ส่วนประกอบด้วย

    1. จัดสรรเงินกองทุน 437.17 ล้านบาท ให้กับ 3 กระทรวงดำเนินงาน9 โครงการ ประกอบด้วย 1) กระทรวงอุตสาหกรรม งบประมาณ 100 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ SMEs สู่ตลาดโลกโครงการแปลงเครื่องจักรเป็นทุนและโครงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  2) กระทรวงพาณิชย์ งบประมาณ 187.17 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการสร้างนักการค้ามืออาชีพโครงการกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ : สร้างโอกาส SME ไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุน และโครงการแฟรนไชส์ไทยสู่ตลาดโลก 

    3)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งบประมาณ 150 ล้านบาทเพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP)โครงการคูปองนวัตกรรมเพื่อพัฒนา SME สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนระยะต่อเนื่อง  โครงการสร้างผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่และโครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์

    2. จัดสรรเงินกองทุน 1,000 ล้านบาทเพื่อจัดตั้งกองทุนพลิกฟื้น SME  โดยให้ สสว. ดำเนินการให้ความช่วยเหลือSME และธุรกิจการเกษตรที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ซึ่ง สสว.จะคัดเลือกจากลูกค้าธนาคารของรัฐ ซึ่งมีปัญหาในการจ่ายชำระหนี้แต่มีความบริสุทธิ์ใจ และมีเจตนาที่จะทำกิจการต่อไป  หรือ SME ที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งส่งงบการเงินให้กับกระทรวงพาณิชย์อย่างสม่ำเสมอและมียอดขายลดลงค่อนข้างมากอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 3 ปี 

    โดยวินิจฉัยเชิงลึกเป็นรายกิจการเพื่อหาประเด็นที่จำเป็นต้องปรับปรุงทั้งในด้านการผลิต และการจำหน่าย และหาก SME รายใดมีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจต่อไป และยังมีศักยภาพเพียงพอ สสว.จะประสานงานกับเจ้าหนี้เดิมเพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ในกรณีที่ SME ที่ได้ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จำเป็นต้องได้รับสภาพคล่องเพิ่ม สสว.จะพิจารณา ให้กู้ยืมจากกองทุนพลิกฟื้นของ สสว. เป็นเงินกู้ระยะยาวไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย

          3. จัดสรรเงินกองทุน 200 ล้านบาท ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Start-up) โดยบูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชมงคล 9 แห่ง ซึ่งมีศูนย์บ่มเพาะ 35 ศูนย์กระจายกันอยู่ทั่วประเทศในทุกสาขาอาชีพ เช่น เกษตรแปรรูป ออกแบบงานด้านวิศวกรรม ฯลฯ โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการใหม่และนักธุรกิจที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์เอสเอ็มอี สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  รับเป็นพี่เลี้ยงให้ผู้ประกอบการใหม่ตั้งเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการใหม่ 3-4 หมื่นราย

          4. จัดสรรเงินกองทุน 200 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริม SME ที่ทำกิจการอยู่แล้วให้เติบโตได้ยิ่งขึ้น (SME Strong/Regular) โดย สสว.จะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและจะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าวินิจฉัยในเชิงลึกเป็นรายกิจการและหาทางช่วยปรับปรุงการผลิตการให้บริการ และการจำหน่ายธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)จะให้การสนับสนุนทางด้านการเงินในกรณีที่ SME ต้องการปรับปรุงหรือขยายกิจการ โดยมีเป้าหมาย 10,000 ราย ภายในปี 2559

          5. จัดสรรเงินกองทุน 40.475 ล้านบาท ดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์ให้บริการครบวงจร (SME One-stop Service Center : OSS) เพิ่มอีก 20แห่ง รวมเป็น 31 แห่งเพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนสาขาของสสว. คือ ให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจแก่ SME เป็นตัวกลางประสานระหว่าง SME กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ดูแล SME ที่ได้รับการส่งเสริมจากสสว.โดยตรงและจากหน่วยงานร่วมของ สสว.
ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการติดต่อและให้ข้อมูลรวมทั้งสร้าง Net workในเขตพื้นที่

          6. จัดสรรเงินกองทุน 100 ล้านบาท ดำเนินโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน จัดตั้งร้านค้าประชารัฐ จำนวน148 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตสินค้า OTOPและวิสาหกิจชุมชนให้มีที่ขายสินค้าถาวรรวมทั้งปรับมาตรฐานสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาดภายใต้การบูรณาการความร่วมมือ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการสร้างร้านค้าประชารัฐบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สนับสนุนพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.โดยไม่คิดค่าเช่า กรมการพัฒนาชุมชน และ สสว. ร่วมกันคัดสรรสินค้าจาก OTOPและวิสาหกิจชุมชน  

    โดยปรับมาตรฐานและรับรองคุณภาพสินค้ารวมทั้งช่วยดูแลการบริหารจัดการของร้านค้าประชารัฐ เช่นการจัดหาบุคลากรและการขนส่งสินค้า  ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) ช่วยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ชุมชนที่ส่งสินค้ามาขายตั้งเป้าหมายให้ชุมชนสามารถบริหารร้านค้าประชารัฐได้ด้วยตนเองภายในเวลา 3ปี และสามารถยกระดับวิสาหกิจชุมชนขึ้นเป็นผู้ประกอบการ SME คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเสร็จภายในไตรมาสแรกของปี 2559

          นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อให้การปฏิบัติงานของสสว. เป็นไปด้วยความคล่องตัว โดยมีนายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานอนุกรรมการบริหาร

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020