เอสเอ็มอีแบงก์ ตั้งเป้าดึงลูกค้า SME 3 พันรายเข้าสู่ระบบทำบัญชีเดียว

by smethailandclub 05 กพ. 2016
Share:


 
    นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ไม่ตรวจสอบบัญชีย้อนหลังสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้าสู่มาตรการบัญชีเล่มเดียว โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะได้รับยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง  

    เอสเอ็มอีแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ให้ความช่วยเหลือและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการดึงผู้ประกอบการ SME ลูกค้าของธนาคารเข้าสู่ระบบดังกล่าว
 
    ทั้งนี้ ทางธนาคารได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนลูกค้าธนาคารทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการจัดทำฐานบัญชีเดียวของรัฐบาล และใช้เครือข่ายสาขาของธนาคาร 95 แห่งทั่วประเทศ ที่มีพนักงานกว่า 400 คน ไปร่วมรณรงค์ทำความเข้าใจกับลูกค้าในเรื่องดังกล่าว  โดยแจ้งให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคลที่มีรายได้ในรอบระยะเวลาในหรือก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2558  ไม่เกิน 500  ล้านบาท หรือ เอสเอ็มอี ซึ่งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทในรอบบัญชีปี 2558 ให้จดแจ้งต่อกรมสรรพากรในการใช้บัญชีเล่มเดียว จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง โดยเปิดให้มีการจดแจ้งการใช้บัญชีเล่มเดียวผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางเว็บไซน์ของกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ถึง 15 มี.ค. 2559  โดยคาดว่าจะมีลูกค้าธนาคารไม่น้อยกว่า 3,000 รายเข้าร่วมจดทะเบียนกับกรมสรรพากร
 
    กรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวอีกว่า ธนาคารอยากให้ผู้ประกอบการ SME ลูกค้าธนาคารให้ความร่วมมือกับโครงการนี้ เพราะจะได้รับประโยชน์อย่างมาก  เพราะนอกเหนือจากการได้รับการยกเว้นการตรวจสอบภาษีย้อนหลังตาม พ.ร.ก. ดังกล่าวแล้ว  ยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิในรอบบัญชีปี 2559 และยกเว้นและลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบบัญชีปี 2560 เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรระบุ 

    รวมถึง ต่อไปในอนาคตจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME มีหลักฐานความน่าเชื่อถือการประกอบกิจการในการทำธุรกรรมทางการเงินและการขออนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์และวางแผนการดำเนินธุรกิจในการขยายกิจการต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเอสเอ็มอีแบงก์ในปี 2559 ที่เน้นบทบาทเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา หรือ SME  Development Bank 

    ที่นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว บทบาทสำคัญอีกด้าน คือการให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้ประกอบการ SME ทั้งในด้านการบริหาร การผลิต การตลาด และในรูปแบบต่างๆ หรือเป็นพี่เลี้ยงทางธุรกิจในการสร้างเครือข่ายและร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น สสว. กระทรวงอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรม สมาพันเอสเอ็มอี และภาคีเครือข่ายอื่นๆ เพื่อมาต่อยอดยกระดับผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ตลอดจนภารกิจด้านร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ SMEs ตามแนวนโยบายของรัฐบาลต่อไป

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

 
Share:

Related Articles

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021