สสว. เร่งสานต่อโครงการส่งเสริม SME ทุกกลุ่ม

by smethailandclub 19 กพ. 2016
Share:
 




    สสว. รับลูกเร่งสนองนโยบายรัฐบาลเผยความคืบหน้าโครงการ Turn Around, Strong/Regular, Start Up, ร้านค้าประชารัฐสุขใจ ขณะที่ GDP SME ปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 5.3 ทำให้สัดส่วน GDP SME ขยับเกินร้อยละ 40 ของ GDP ประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี

    นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้แถลงผลความคืบหน้าการดำเนินงานของ สสว. ในการพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการ ตามโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ)  เป็นวงเงินรวม 1,977.645 ล้านบาท สรุปได้ดังนี้

1.    กลุ่ม SME ขนาดย่อมที่ต้องการปรับปรุงกิจการ (โครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถ SMEs หรือ Turn Around) งบประมาณ 200 ล้านบาท

    สสว. ดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.) สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และธนาคารเอสเอ็มอี ในการพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม (Small SMEs) ที่ต้องการปรับปรุงกิจการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจให้เจริญเติบโตต่อไปได้ สสว. กำหนดเป้าหมายรวมที่ 10,000 กิจการในปี 2559 โครงการนี้เริ่มเปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2559 ผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่เข้าร่วมโครงการมีจำนวน 450 ราย จากจำนวนที่สมัครไว้ทั้งสิ้น 4,000 ราย 

    จากประเมินผลเบื้องต้น พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ประสบปัญหายอดขายตกต่ำและมีหนี้ค้างจ่ายกับสถาบันการเงิน ซึ่ง สสว. จะส่งนักวินิจฉัยเข้าวิเคราะห์เชิงลึกเป็นรายกิจการ เพื่อให้ทราบปัญหาที่แท้จริงก่อนที่จะวางแนวทางแก้ไข ซึ่งปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสินค้าหรือบริการล้าสมัย ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค หรือมีต้นทุนสูง ทำให้ไม่สามารถแข่งขันทางด้านราคา หรืออาจเป็นเรื่องกลยุทธ์ทางการตลาดไม่เหมาะสม  หรือมีข้อจำกัดในเรื่องช่องทางการจำหน่ายเป็นต้น 

    ในส่วนปัญหาทางการเงินนั้น สสว. จะช่วยประสานงานกับธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้เดิมให้ทำการปรับโครงสร้างหนี้ ผู้ประกอบการที่ได้ผ่านการปรับแผนธุรกิจและปรับโครงสร้างหนี้แล้ว สามารถยื่นขอกู้เงินจากกองทุนพลิกฟื้นของ สสว. ได้ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท  เป็นเงินกู้ระยะ 5-7 ปี ไม่คิดดอกเบี้ย คณะกรรมการ สสว. ได้อนุมัติวงเงินรวมสำหรับกองทุนพลิกฟื้นไว้ 1,000 ล้านบาท  สสว. กับ มทร. ธัญบุรีและภาคี จะเปิดดำเนินโครงการ Turn Around ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

    สำหรับการประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ในส่วนภูมิภาคจะเริ่มในเดือนมี.ค. 2559 ได้แก่ จังหวัด ชลบุรี ขอนแก่น พิษณุโลก เชียงใหม่ และ สงขลา 

2. กลุ่ม Start Up (โครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่) งบประมาณ 200 ล้านบาท

    สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง ร่วมกันดำเนินการโดยกำหนดเป้าหมายจะรับเข้าบ่มเพาะ 10,000 ราย  ในปี 2559  ขณะนี้ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 3,417 ราย หลักสูตรการบ่มเพาะจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2559 โดยจะดำเนินการในศูนย์บ่มเพาะของ มทร. ทั้ง 9 มหาวิทยาลัย ซึ่งมีอยู่รวม 35 ศูนย์ทั่วประเทศ รวมทั้งในศูนย์บ่มเพาะของมหาวิทยาลัยอื่นที่เป็นภาคีของ มทร. เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในเขตภาคใต้ มหาวิทยาลัยนเรศวรในเขตภาคกลาง เป็นต้น ศูนย์บ่มเพาะจะให้ความรู้พื้นฐานในการประกอบธุรกิจ และให้ความรู้เฉพาะด้าน (Technical Knowhow) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ Start Up มีความต้องการ หลังจากนั้นจะเริ่มทำแผนธุรกิจ

    โดยในขั้นตอนนี้สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จะเข้ามาเป็นผู้แนะนำให้แนวทางในการประกอบธุรกิจจริง รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงหลังจากที่ Start Up ได้เริ่มดำเนินกิจการแล้ว โดย สสว. จะสนับสนุนให้ Start Up ไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อไป ศูนย์บ่มเพาะจะเปิดรับ Start Up มาเข้ารับการดูแลอีกครั้งในเดือนเม.ย. และ พ.ค. 2559 และเชื่อว่า จะมีผู้สนใจเข้ามาร่วมรับการบ่มเพาะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

3. กลุ่ม Regular (โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจระดับเติบโต) งบประมาณ 200 ล้านบาท

    โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีสมาคมการค้าต่าง ๆ มากกว่า 40 สมาคม กลุ่ม Cluster กว่า 10 กลุ่ม ได้ส่งรายชื่อผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการกว่า 1,000 ราย และคาดว่าภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้จะมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 3,000 ราย จากเป้าหมายรับสมัคร 10,000 ราย คาดว่าจะสามารถสนับสนุนให้ผู้ประกอบการผ่านกระบวนการส่งเสริม และพัฒนาให้แข่งขันได้ในระดับสากลไม่น้อยกว่า 2,000 ราย อีก 8,000 ราย จะเป็น SMEs ที่มีฐานะเข้มแข็ง สามารถเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป  สสว. ดำเนินโครงการ SME Regular ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และภาคีที่สำคัญ ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการต้นเดือน มี.ค. 2559 

4. ร้านค้าประชารัฐสุขใจ Shop 148 แห่ง  ซึ่งเป็นความร่วมมือ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สสว. การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.)  บมจ.ปตท. (ปตท.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) และธนาคารเอสเอ็มอี (ธพว.) 

    ความคืบหน้าในการก่อสร้างในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ว่าจ้างผู้รับเหมาและเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว ส่วนในภาคอื่นๆ ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาแล้วและอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ โดยผู้รับเหมากำหนดส่งมอบร้านค้าให้ ททท. ภายในวันที่ 26 มี.ค. 2559   และในวันที่ 25 ก.พ. 2559 จะมีการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกสินค้าเข้าจำหน่ายในร้านทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด  ทั้งนี้จะได้ให้ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ (TCDC) เข้ามาร่วมในการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้เป็นที่ต้องการของตลาดและเพิ่มมูลค่าของสินค้า นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการอบรมบุคลากรจากวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจะทำหน้าทีเป็นพนักงานขายและผู้บริหารร้านค้าให้มีความรู้ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ การเงิน การเก็บรักษาสินค้า การจัดร้าน มาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น  การอบรมจะมีขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอบรม พช. 11 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1-20 มี.ค. 2559  ร้านค้าประชารัฐจะพร้อมเปิดขายได้ทันเทศกาลสงกรานต์

    5. GDP SME ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2558 ขยายตัวร้อยละ 5.4 นับเป็นการ ขยายตัว 6 ไตรมาส ติดต่อกัน ส่งผลให้ GDP SME ในปี 2558 ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5.3 โดยมีมูลค่า 5.56 ล้านล้านบาท นอกจากนี้สัดส่วนของ GDP SME ต่อ GDP รวมของประเทศ  ในปี 2558 ยังขยับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 41.1 ซึ่งกลับมาสูงกว่าร้อยละ 40 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา  และ สสว. ประมาณว่า GDP ของ SME ในปี 2559 จะยังคงขยายตัวในอัตราที่สูงกว่า GDP ประเทศ  คือในระดับ 5-5.5 % เทียบกับ GDP ประเทศ  ซึ่งสภาพัฒน์ฯ คาดว่า จะขยายตัวในอัตราร้อยละ 2.8-3.8 % ในปี 2559

    ทั้งนี้ สาเหตุหลักมาจากมาตรการส่งเสริม SMEs และกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อภาคการบริการและภาคการค้า ซึ่ง SMEs มีบทบาทในสาขาดังกล่าวสูง โดยสาขาธุรกิจที่มีการขยายตัวสูงในปี 2558 ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง และธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)


 

 
Share:

Related Articles

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​SEAC รีเฟรมธุรกิจ รับมือหลังวิกฤต ปรับมุมคิดพลิกมุมมองด้วย Outward Mindset

ผลจากวิกฤตการณ์ช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าอนาคตเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก ไม่มีใครมีคำตอบแน่ชัด สิ่งที่ทำได้คือการโอบกอดความไม่แน่นอน แล้วปรับตัวให้..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020

​ม.อ. - SME D Bank – ก.อุตฯ วช. ร่วมติดปีกเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม

ม.อ. SME D Bank ก.อุตฯ และ วช.ผนึกกำลังจัดมหกรรม"BCG เศรษฐกิจใหม่ประเทศไทยยั่งยืนInnovation bazaar" ครั้งที่ 2 เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย นำผล..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020