แนะ SME ขนส่งร่วมกลุ่มตั้งฐานต่างประเทศ

by System 21 สค. 2012
Share:



กููรูเผยทิศทางรัฐเน้นแต่โครงสร้าง ลืมบริหารจัดการ ชี้เป็นไปได้สูงรัฐไม่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างทางกายภาพอย่างเดียว พร้อมแนะเอสเอ็มอีด้านขนส่งควรรวมตัวกัน ไปตั้งฐานประเทศเพื่อนบ้าน
       
       รศ.ดร.สมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในงานสัมมนาโครงการลดต้นทุนลอจิสติกส์สำหรับผู้ส่งออกและผู้ให้บริการลอจิสติกส์ เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 4 จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ว่า สำหรับระบบลอจิสติกส์ของไทยในส่วนของการขนส่ง รัฐบาลไทยยังคงมุ่งให้ความสำคัญเรื่องโครงสร้างทางกายภาพ โดยการลงทุนสร้างถนนหนทางมากมาย เพราะมองเห็นถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่ทุกประเทศในอาเซียนจะต้องใช้พื้นที่ของประเทศไทยในการผ่านไปค้าขายกับทุกประเทศในอาเซียน
       
       อย่างไรก็ตาม จากข้อได้เปรียบดังกล่าวใช่ว่าเราจะสามารถตักตวงผลประโยชน์ตรงนี้ได้อย่างเต็มที่อย่างที่หลายฝ่ายตั้งใจ เพราะหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ระบบกายภาพ แต่อยู่ที่มุมมองในการบริหารจัดการ เพราะตราบใดที่เรายังไม่มีการบริหารจัดการที่ดี ประโยชน์ทุกอย่างก็จะไปอยู่ที่ผู้สั่งการ ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้ อย่าง ประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่สามารถสร้างรายได้จากการเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการระบบลอจิสติกส์โดยไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างทางกายภาพ
       
       ดังนั้น ถ้าเราไม่ปรับตัว และมองแต่ความได้เปรียบด้านโครงสร้างทางกายภาพเพียงอย่างเดียว มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการทุ่มทุนจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างกายภาพ ซึ่งเหลือเวลาไม่กี่ปีที่ทั้งภาครัฐ รวมถึงภาคเอกชนต้องผนึกกำลังทำงานร่วมกัน เปิดมุมมองใหม่ หันไปให้ความสำคัญต่อการที่เราจะทำอย่างไรจึงจะได้ศูนย์กลางทางด้านการบริหารการจัดการ ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์กลางทางด้านกายภาพที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง
       
       ด้านนายวรทัศน์ ตันติมงคลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัทโลจิสติกส์ วัน จำกัด กล่าวต่อว่า สำหรับการปรับตัวของระบบลอจิสติกส์ไทย ต้องยอมรับว่าปัจจุบันลอจิสติกส์ที่เป็นบริษัทคนไทย และเป็นเอสเอ็มอีนั้นมีอยู่ไม่กี่รายที่มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดของเอสเอ็มอีคือ การรวมกลุ่มกันทำงาน และลงพื้นที่ไปศึกษาโอกาสในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก่อน เพราะถ้าได้ลงไปในพื้นที่ก็จะมองเห็นโอกาสเองว่าจะเริ่มต้นได้อย่างไร
       
       ทั้งนี้ ประกอบกับปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีการย้ายฐานการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในหลายอุตสาหกรรม หลังจากมีแรงผลักดันจากภาครัฐในการขึ้นค่าแรง 300 บาท ดังนั้น ถ้าพูดถึงระบบขนส่งแน่นอนว่าต้องได้รับผลกระทบ เพราะเราเองก็จะไม่รู้จะไปขนอะไร และประเทศที่มีการไปลงทุนกันมากก็เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงเราอย่าง กัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งสิ่งที่เราทำได้คือ ตามบริษัทเหล่านี้เข้าไปให้บริการได้หลังจากเปิด AEC ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากในช่วงนี้หาโอกาสเข้าไปหาลู่ทางการลงทุน หรือหาพันธมิตรในประเทศนั้น
Share:

Related Articles

​บ้านปูจัด “UpImpact” ผลักดันกิจการเพื่อสังคมให้รอดพ้นวิกฤติ ปั้น BC4C กิจการเพื่อสังคมรุ่นต่อไปในปี 2564

บ้านปู จำกัด (มหาชน) สานต่อการทำงานด้านการสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม หรือ “Social Enterprise (SE)” ในปี 2563 ผ่านโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ ขนไลน์อัพสินค้าเสริมอาหาร-ดูแลสุขอนามัยบุกตลาดช่วงโควิด-19

ไลอ้อน ประเทศไทย เผยโควิด-19 หนุนผู้บริโภคตื่นตัวดูแลสุขภาพ ขนทัพผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลสุขอนามัย จัดโปรโมชันรับกระแส รุกเจาะช่องทางออนไลน์ตอบโจทย์ความต้..

by SME Thailand.| 15 มค. 2021

​วอลล์สตรีท อิงลิช ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่า เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home

Wall Street English ชวนทุกคนเตรียมความพร้อม สร้างโอกาสที่ดีกว่าในการเรียนและหน้าที่การทำงาน เร่งพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษในช่วง work from home หรือช่..

by SME Thailand.| 13 มค. 2021