ส่งออกไทยยังไม่วิกฤติ แต่ยังซึมต่อ 3-5 ปี

by smethailandclub 08 เมย. 2016
Share:
    อดีตรองนายกรัฐมนตรีระบุส่งออกไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องทิศทางเดียวกับประเทศอื่น ประธานทีดีอาร์ไอชี้ยังไม่วิกฤติ แต่ซึมต่อ 3-5 ปี แนะลงทุนกลุ่มประเทศ CLMV

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาหัวข้อ “Crisis Management and Opportunity Beyond 2016? ของการประชุมสามัญประจำปีของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ว่า การส่งออกของไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศต่าง ๆ  เพราะ 2 ใน 3 ของโลกส่งออกก็ติดลบ  ประกอบกับราคาน้ำมันผันผวน  ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และปัจจัยภายในประเทศทั้งการจัดเก็บภาษีถือว่าอยู่ในระดับต่ำสุดในภูมิภาคไม่ถึงร้อยละ 17-18  ของจีดีพีแล้ว  รวมถึงโครงสร้างราคาน้ำมันที่ไม่มีประสิทธิภาพ  โดยคาดหวังว่ารัฐบาลจะใช้เงินมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ทั้งนี้  แนะรัฐไม่ควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวจำเป็นต้องจัดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือชาวนาและชาวสวนยางให้สามารถอยู่รอดในภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ  ถือเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างดี  รวมถึงควรสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว  ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ  นอกจากนี้  ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป  ผลิตภัณฑ์ยางและชิ้นส่วน  เส้นใยธรรมชาติ  เยื่อและกระดาษทั่วไป  เป็นต้น  รวมถึงผลักดันให้เป็นเศรษฐกิจดิจิตอล เพื่อขยายตัวต่อไปในอนาคต

    นายณรงค์ชัย อัครเศรณี  อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวว่า  การส่งออกไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก  เชื่อยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้  แนะใช้โอกาสข้อตกลงการค้าเสรีต่าง ๆ ในการส่งอกสินค้า  มองยุทธศาสตร์  20  ปีควรมีความทันสมัยเข้ากับสถานการณ์และเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภูมิภาค  ที่สำคัญควรให้ความสำคัญกับการค้ารูปแบบเศรษฐกิจดิจิติอล  เพราะจะทำให้ค้าขายง่ายขึ้น

    นายสมเกียรติ  ตั้งกิจวาณิชย์  ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  กล่าวว่า  การส่งออกของไทยติดลบต่อเนื่อง 2-3 ปี สาเหตุมาจากเศรษฐกิจโลก  ซึ่งไทยผูกพันกับเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  แต่ไทยยังดีกว่าในภูมิภาค ซึ่งไม่ควรเทียบกับกลุ่มประเทศ CLMV เพราะฐานต่ำ  ซึ่งภาคการส่งออกของไทยกระจายความเสี่ยงในหลายอุตสาหกรรม  ทำให้ไทยได้รับผลกระทบน้อย ประกอบกับภาคบริการเติบโตต่อเนื่อง  ซึ่งในอีก 3-5 ปีเศรษฐกิจโลกยังซบเซา  โดยยังต้องติดตาม 3 ประการ คือ นโยบายการเงินของโลก เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนและเงินสำรองของประเทศมหาอำนาจ  นโยบายการคลังแต่ละประเทศ และเศรษฐกิจจีน เนื่องจากมีความผันผวนและตั้งเป้าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 6.5  แต่หลายฝ่ายคาดว่าจะไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้

    ส่วนไทย การอัดฉีดมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและจะสร้างความเสี่ยงให้กับประเทศไทยในอนาคต โดยควรจะเร่งวางแผนรองรับสังคมผู้สูงอายุในอีก 10 ปี  และสิ่งที่น่ากลัว คือ อีก 5 ปีไทยจะประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควรสร้างโอกาสการค้าและการลงทุนกับกลุ่มประเทศ CLMV มากที่สุด และออกไปบุกตลาดใหม่ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศในภาคอุตสาหกรรมใหม่  ๆ ขณะที่ผู้ประกอบการต้องยกระดับทั้งเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยับฐานการผลิตและร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน.

ที่มา-สำนักข่าวไทย

 
Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020