​หวั่นติด Black List เผยธุรกิจไทยทำผิดกฎหมายลดลง

by smethailandclub 18 เมย. 2016
Share:

   
                กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยสถิติผลการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของ ธุรกิจย้อนหลัง 3 ปี พบธุรกิจไทยสะอาด สดใสมากขึ้น หลังจากที่กรมฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น การระบุหมายเหตุ การขึ้นบัญชีดำ และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเอาผิดด้วย เชื่ออนาคตธุรกิจไทยจะดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและกลายเป็นธุรกิจสีขาวทั้งหมด!!
 
                นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า แม้ว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะได้พัฒนาระบบการจดทะเบียนและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้นจากในอดีตที่ผ่านมา โดยตัดลดขั้นตอนและการยื่นเอกสารที่ไม่จำเป็นออกไปทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งเมื่อธุรกิจได้ก่อร่างเป็นนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว    กรมฯ ยังต้องส่งเสริมให้ดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลควบคู่กับการสอดส่องและควบคุมดูแลธุรกิจที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องกฎหมาย

            ในปี 2559 กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแผนจะดำเนินการตรวจสอบบัญชีและงบการเงินของธุรกิจ    กว่า 300,000 ราย ซึ่งจากข้อมูลในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่า ธุรกิจที่เคยกระทำผิดกฎหมายในปีที่ผ่านมา      ได้ปรับปรุงแก้ไขการดำเนินธุรกิจที่ผิดพลาดให้กลับเข้าสู่ระบบธรรมาภิบาลมากขึ้น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ ‘กรมฯ บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างจริงจัง’ และเอาผิดธุรกิจที่ละเมิดกฎหมายให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

    อาทิ ‘การระบุหมายเหตุ’ ในหนังสือรับรองเพื่อเตือนให้ผู้ที่จะดำเนินธุรกิจร่วมกับนิติบุคคล      รายดังกล่าวได้มีข้อสังเกตและต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ‘การขึ้นทะเบียน Black List’ ของกรมฯ ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 7,841 ราย โดยกรมฯ จะติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโทษสูงสุดของการกระทำผิดกฎหมายบัญชีคือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

    ตลอดจนการ ‘ส่งต่อข้อมูล’ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมสรรพากร สำนักงานปปช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการทางกฎหมายต่อไป สำหรับธุรกิจที่ฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี/สารวัตรบัญชีในการตรวจสอบบัญชีธุรกิจช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และได้ดำเนินคดีไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 42,183 ราย แบ่งเป็นปี 2556 จำนวน 12,466 ราย ปี 2557 จำนวน 12,859 ราย และปี 2558 จำนวน 16,858 ราย

           อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบกลุ่มธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนสูงเกินกว่า 5 ล้านบาท และต้องแสดง Bank Statement ต่อนายทะเบียนยืนยันสถานะทางการเงินภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ พบว่า มีธุรกิจบางส่วนที่ยังขัดขืนไม่แสดงหลักฐานเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนดังกล่าว ซึ่งกรมฯ จะต้องเข้าไปตรวจสอบการจัดทำบัญชีของธุรกิจเหล่านั้น และหากรายใดยังคงฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรบัญชีก็จะต้องดำเนินการทางกฎหมายที่เข้มข้นต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูล          หรืองบการเงินของนิติบุคคลได้จากเว็บไซด์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หัวข้อ “คลังข้อมูลธุรกิจ” และสำหรับ Application DBD e-Service ยังเพิ่มเติมบริการตรวจค้นข้อมูลร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021