กรมพัฒน์ฯ จับมือ วว. หนุน SME หยิบผลวิจัยต่อยอดผลิตภัณฑ์

by smethailandclub 16 พค. 2016
Share:
            กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์มากขึ้น พร้อมสนับสนุน SMEs ไทย นำนวัตกรรมต่อยอดพัฒนาคุณภาพสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ สอดรับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” และ “สตาร์ทอัพ”       ที่เน้นให้ผู้ประกอบการใช้ไอเดียและนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ผลงาน เชื่อมต่อธุรกิจ ส่งผ่านสู่ความสำเร็จ เตรียมจ่อ!! ส่งออกผู้ประกอบการที่มีมาตรฐานสู่ตลาดโลก สร้างตราสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

            นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ในวันนี้ (วันที่ 13 พฤษภาคม 2559) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)   ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย “การส่งเสริมการนำผลงานการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจในเชิงนวัตกรรมและเพิ่มมูลค่าในอุตสาหกรรมไทย”          โดยสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว จะเน้นการนำผลงานวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการในการสร้างงาน       สร้างอาชีพ และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ รวมถึง ผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าเชิงนวัตกรรม ตระหนักและเข้าถึงการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการให้มีความเป็นสากล และเป็นที่ยอมรับของคู่ค้าและผู้บริโภคทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ”

            “กรมฯ จะมีการบูรณาการความร่วมมือกับ วว. อย่างใกล้ชิด โดยจะร่วมกันพัฒนาศักยภาพธุรกิจของไทยให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานคุณภาพของผู้ประกอบการ      บูรณาการการบริการให้คำปรึกษาแนะนำ ด้านวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ การบริหารการผลิต และการปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ โดยในเฟสแรกคลัสเตอร์เป้าหมาย คือ อาหาร เครื่องสำอางเวชภัณฑ์ อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ OTOP รวมถึง SMEs ที่ผ่านการพัฒนาจากกรม           ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ”

     อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “การร่วมกันพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไทยของทั้ง 2 หน่วยงานในครั้งนี้ สอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล ที่ต้องการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อให้หลุดพ้นจากประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง โดยใช้การเสริมสร้างธุรกิจ “สตาร์ทอัพ” มาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการช่วยผลักดันให้นโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ประสบความสำเร็จ ซึ่งนโยบายดังกล่าว จะเน้นให้ผู้ประกอบการใช้ไอเดียและนวัตกรรมมาสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า “นวัตกรรมธุรกิจ” และมีการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่ เพื่อส่งต่อสู่ความสำเร็จในอนาคต และนำพาประเทศไทยสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม”

            “นอกจากการนำไอเดียและนวัตกรรมมาพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้ว กรมฯ และ วว. ยังร่วมกันกำหนดแผนการพัฒนาช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จนสามารถนำสินค้านั้นเผยแพร่ออกสู่ตลาดด้วย ซึ่งจะเน้นการตลาดทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ (Online & Offline) โดยเฉพาะการค้าขายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ฯ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ เนื่องจากเป็นช่องทางการตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตที่อยู่ในระดับสูงมาก และกำลังได้รับความนิยมจากนักช็อปออนไลน์ทั่วโลก ซึ่งคาดว่าหลังจากที่ได้เผยแพร่ผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ได้รับการพัฒนาผ่านช่องทาง อี-คอมเมิร์ซ   จะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่รู้จักและสามารถสร้างยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี”

            “และท้ายที่สุด จะร่วมกันประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ได้รับการพัฒนาฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารทุกประเภท รวมทั้งผ่านเครือข่ายของทั้ง 2 หน่วยงาน ตลอดจนนำผู้ประกอบการออกโรดโชว์แสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เช่น งาน TISTR Innovation Day, TISTR and Friends รวมถึงการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เป็นต้น”

            ทั้งนี้ การสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีการนำผลงานการวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เข้าสู่ตลาดการค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าทั้งในและต่างประเทศ จะเป็นการสร้างตราสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการใช้นวัตกรรมมาผลิตเป็นสินค้าและบริการเป็นลำดับต้นในทวีปเอเชีย จนสามารถนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางตามนโยบายและเจตนารมย์ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020