พาณิชย์ดันเปิด'ตลาดต้องชม'อีก12แห่งมิ.ย.นี้เสริมแกร่งศก.ชุมชน

by smethailandclub 03 มิย. 2016
Share:

พาณิชย์มีแผนเปิดตลาดต้องชมเพิ่มเติม 12 แห่งเดือนมิ.ย.นี้ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น

นางอภิรดี  ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่มดำเนินโครงการ “ตลาดต้องชม”มาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2558 เพื่อเป็นกลไกในการขยายช่องทางการตลาดสร้างรายได้ให้กับชุมชน และเชื่อมโยงภาคการค้ากับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน อันส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้    การบริโภคภายในประเทศเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น        (Local Economy) ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความเข้มเข็งในทุกมิติ และขับเคลื่อนประเทศชาติตามยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” จนถึงเดือนพฤษภาคม 2559  มีจำนวนตลาดต้องชมเปิดดำเนินการแล้ว 44 จังหวัด และมีแผนเปิดตลาดต้องชมเพิ่มเติมอีก 12 แห่งในเดือนมิถุนายน และจะทยอยเปิด    จนครบทุกจังหวัดภายในเดือนกันยายน ศกนี้

ตลาดต้องชมที่จะเปิดในเดือนมิถุนายน 2559 เป็นแห่งแรก คือ ตลาดโนนหอมไผ่ล้อมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 3 มิถุนายน และล่าสุดที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มิถุนายน 2559 คือ ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ (นายพินิจ            หาญพาณิชย์) และผู้ตรวจราชการและโฆษกกระทรวงพาณิชย์ (นางสาว บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์) ร่วมทำพิธีเปิดตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป จุดเด่นของตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง คือ เป็นตลาดน้ำเพื่อสุขภาพที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ อัตลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นวิถีชีวิตริมน้ำ     ของชาวพระประแดง และกิจกรรม ทั้งในเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยพื้นที่สีเขียวโอบล้อมตลาด มีสวนผลไม้ อาทิ สวนมะม่วง และสวนมะพร้าว มีบริการเรือพายให้ชมทัศนียภาพสองฝั่งคลอง กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพเที่ยวบางกระเจ้า รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากชุมชน เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเล อาทิ กุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว ของตกแต่งบ้านที่ทำจากหญ้าหลากสี รวมถึงผลิตภัณฑ์ผักตบชวา ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งคุณลักษณะพิเศษต่างๆ ของตลาดต้องชมสามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เข้ามาใช้บริการและจับจ่ายสินค้า ก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนกลับมายังชุมชนอย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการพัฒนาไปสู่การเป็น “ตลาดต้องชม”     ก็คือ การยกระดับตลาดชุมชน ด้วยการคงไว้ซึ่งอัตตลักษณ์ของตลาดชุมชน โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำเอกลักษณ์พาณิชย์เข้าไปส่งเสริม เริ่มตั้งแต่ราคาขายที่เป็นธรรมและติดป้ายแสดงราคาชัดเจน น้ำหนักสินค้าเที่ยงตรงความสะอาด ความเป็นระเบียบ ตลอดจนสินค้าคุณภาพดีและมีความหลากหลาย ตลาดต้องชมนับเป็นโครงการประชารัฐ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนระดับจังหวัด โดยมีเอกชนเป็นผู้ขับเคลื่อนและภาครัฐเป็นผู้คอยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
Share:

Related Articles

​เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี 2 ปีซ้อน

เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท รับพระราชทานรางวัล ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​เปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับคู่ SME – เด็กฝึกงาน” ตอบโจทย์ธุรกิจ เจาะเข้าถึงตลาดแรงงานจบใหม่

เปิดโอกาสสำหรับธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาแรงงานจบใหม่ หรือนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้ธุรกิจ โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษ..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021

​เคทีซี ร่วมกับ ศูนย์หนังสือจุฬาฯ สานต่อสิทธิพิเศษเพื่อสมาชิกบัตรฯ รักการอ่าน

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ CHULA BOOK หรือ ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย มอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021