สค.เชิญชวนเข้าร่วมโครงการพัฒนาสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น

by smethailandclub 21 มิย. 2016
Share:


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทำโครงการพัฒนาสินค้าสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น โดยสำนักพัฒนาการค้าและธุรกิจไลฟ์สไตล์ ร่วมกับสคต.ฟูกูโอกะ และสตท. ฮิโรชิมา เชิญผู้เชี่ยวชาญสินค้าสัตว์เลี้ยง  เพื่อมาให้คำแนะนำการพัฒนาสินค้าสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่าปัจจุบันตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงในตลาดโลกมีการเจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เริ่มมีความสนใจในการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าสู่ครอบครัวมากขึ้น นั่นคือ สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมว เป็นต้น ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การจำนวนการเกิดของประชากรในหลายประเทศเริ่มลดลง ทำให้จำนวนประชากรสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้นมาทดแทน ตามสถิติของ Euro Monitor ได้ระบุว่า ในปี 2559 มูลค่าของตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยง จาก 53 ประเทศ มีมูลค่ารวมสูงถึง 102,605 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หรือคิดเป็นมูลค่า 112,732 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลาดใหญ่ที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งของสินค้าสัตว์เลี้ยง คือ สหรัฐอเมริกา ในปี 2559 มีมูลค่าถึง 44,657 ล้านเหรียญสหรัฐ รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น และบราซิล สำหรับตลาดญี่ปุ่นเป็นอันดับที่ 4 มีมูลค่าถึง 4,773 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น

  
ในปี 2558 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ตระหนักถึงศักยภาพและโอกาสของตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาสินค้าสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นขึ้น (โครงการต่อเนื่อง 3 ปี) โดยสำนักพัฒนาการค้าและธุรกิจไลฟ์สไตล์ ร่วมกับสคต.ฟูกูโอกะ และสตท. ฮิโรชิมา ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญสินค้าสัตว์เลี้ยง  เพื่อมาให้คำแนะนำการพัฒนาสินค้าสัตว์เลี้ยงให้เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น คือ Mr. Takafumi Ito กรรมการผู้จัดการ บริษัท Rookcran  Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและ   ผู้กระจายสินค้ารายสำคัญในตลาดนี้ด้วย โดยได้คัดเลือกผู้ประกอบการสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยที่มีศักยภาพของไทยเข้าร่วมงาน Interpet Asia Pacific 2015 ณ กรุงโตเกียว จำนวน 10 ราย  และได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี เช่น แบรนด์ Devon & Drew, KAFBO, Barketek และ Deesawat ได้มีผู้สนใจเจรจาการค้าในงานดังกล่าว และนำเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นแล้ว โดยมีมูลค่าสั่งซื้อทันที จำนวน 18,800 เหรียญสหรัฐ และมียอดสั่งซื้อสินค้าภายใน 1 ปี จำนวน 124,000เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 4,090,000 บาท

สำหรับในปี 2559 กรม ร่วมกับ สคต.โอซาก้าและสตท.ฮิโรชิมาได้ดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นปีที่ 2 โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น Mr. Takafumi Ito เดินทางมาคัดเลือกสินค้าเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม Trade Mission เพื่อเจรจาการค้า ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 5-7 เมษายน 2559 จำนวน 13 ราย โดยมีผู้ได้รับความสนใจในการเจรจาการค้ากับผู้นำเข้าญี่ปุ่น หลายแบรนด์ เช่น Daddy Pet เป็นที่นอนสุนัข มีการสั่งซื้อสินค้าทันที จำนวน 1 ตู้ ส่วนสินค้าชนิดอื่นๆ เช่น ที่ฝนเล็บแมวของ Kafbo,น้ำหอมและ แชมพูของ Kevina, Bozzi, เสื้อผ้าและเครื่องประดับของ Animal-go-round ,Glitter Pooch และที่นอนของแบรนด์ หมาเจ็บ ก็ได้รับความสนใจในการเจรจาการค้าครั้งนี้ เช่นเดียวกัน สรุปโดยรวมมีมูลค่าการสั่งซื้อทันที มีมูลค่า 4,852 เหรียญสหรัฐ และมียอดสั่งซื้อใน 1 ปี มีมูลค่าจำนวน 374,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 13.09 ล้านบาท

สำหรับในปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น มีกำหนดจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อคัดเลือกสินค้าสัตว์เลี้ยงรอบที่ 2 เพื่อไปเข้าร่วมงาน Tokyo Gift Show 2016 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3 ราย นอกจากนี้ สคต.โอซาก้า ได้เชิญนักข่าวจำนวน 2 ราย ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อมาทำข่าวประชาสัมพันธ์ ธุรกิจสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย เพื่อไปประชาสัมพันธ์ในตลาดญี่ปุ่นต่อไปอีกด้วย ซึ่งจะจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 4-5 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุมกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ชั้น 6 (ฝั่งริมน้ำ) หากท่านใดสนใจเข้าร่วมฟังบรรยาย และสมัครเข้าร่วมโครงการฯ กรุณากรอกแบบฟอร์มดังแนบ หรือต้องการสอบถาม กรุณาติดต่อสำนักพัฒนาการค้าและธุรกิจไลฟ์สไตล์ กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจไลฟ์สไตล์ ได้ที่คุณธนพร โทร.02-507-8365 หรือ E-mail: lifestyleunit.ditp@gmail.com

 










Share:

Related Articles

​Tellscore เตรียมจัดงาน Thailand Influencer Awards 2020

เทลสกอร์ (Tellscore) ผู้นำด้านอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์ม ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และโคลอมเบีย ประกาศจัดงาน Thailand Infl..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​​กรมสรรพากรชูนวัตกรรมให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย ใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

กรมสรรพากรเปิดตัวระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) นำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และผู..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020