สสว. ผนึกกำลังกรมบังคับคดี- ธพว. จัดงาน 'สานพลัง SMEs พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ'

by smethailandclub 27 มิย. 2016
Share:
      
สสว. ผนึกกำลัง กรมบังคับคดี และ ธพว. จัดงาน “สานพลัง SMEs พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ” เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ กฎหมายฟื้นฟูกิจการให้แก่ผู้ประกอบการเข้าใจสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ พร้อมรับคำปรึกษาจาผู้เชี่ยวชาญให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาสภาพคล่องให้ดำเนินกิจการต่อไปได้

นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว. กรมบังคับคดี  และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)  ได้ร่วมกันจัดงาน “สานพลัง SMEs พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ” ภายใต้กิจกรรมในโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อมซึ่งกำหนดจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยได้รับเกียรติจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกล่าวปาฐกถาการขับเคลื่อน SMEs ด้วยกฎหมายฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ SMEs ได้รับทราบถึงความเป็นมาของโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการ SMEs ได้รับ รูปแบบการดำเนินงาน ตลอดทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยเชิญเจ้าหนี้ อาทิ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ เชิญลูกหนี้มาร่วมกิจกรรมปรับโครงสร้างหนี้ปรับแผนธุรกิจกันภายในงาน

“กฎหมายฉบับนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา และ       นิติบุคคลที่มีวงเงินหนี้ไม่เกิน 10 ล้านบาท ได้รับสิทธิประโยชน์ กล่าวคือ หากเจ้าหนี้หลักรับแผนฟื้นฟูแล้วเจ้าหนี้อื่นจะมาฟ้องไม่ได้ ซึ่งจะทำให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นไปได้ง่ายขึ้น โอกาสที่เจ้าหนี้เดิมจะให้เงินกู้เพิ่มเพื่อ SMEs ไปดำเนินธุรกิจต่อจะสามารถทำได้ดีขึ้น ไม่ต้องกลัวเจ้าหนี้ที่เหลืออยู่มาฟ้อง ในส่วนของ SMEs กลุ่ม Turn Around ที่มาเข้าโครงการของ สสว. จะได้รับประโยชน์จากการนี้มาก สสว. จะประสานงานให้มีการยื่นแผนฟื้นฟูและมีโอกาสสูงมากที่จะมากู้เงินจากกองทุนพลิกฟื้นของ สสว.”      นางสาลินีกล่าว

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวถึงรายละเอียด พ.ร.บ.ฟื้นฟูกิจการว่า ตามที่ กรมบังคับคดีได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2559 การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 และมีผลใช้บังคับวันที่ 25 พฤษภาคม 2559 เพื่อเปิดโอกาสเป็นครั้งแรกให้ธุรกิจ SMEs ที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่ยังมีช่องทางในการดำเนินธุรกิจสามารถยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการได้ เช่นเดียวกับบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด อันเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ลูกหนี้ที่ประกอบธุรกิจ SME จะได้มีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย และดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ตามข้อมูล สสว. โดยดูจากงบการเงินปีล่าสุดคือ ปี 2557 ของ SME ประมาณ 4.2 แสนรายนั้น พบว่า  70 % แสดงหนี้สินน้อยกว่า 3 ล้านบาท และมี SMEs ที่มีหนี้สินอยู่ในช่วง 3-10 ล้านบาท มีอยู่ 12 % หรือประมาณ 51,000 ราย ซึ่งเมื่อดูในรายละเอียดเพิ่มขึ้นแล้วพบว่า SMEs ที่มีรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาซึ่งน่าจะเป็น SMEs ที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีจำนวนประมาณ 7,400 ราย อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาและมียอดหนี้ไม่ต่ำกว่าสามล้านบาทก็ยังน่าจะมีอยู่อีกจำนวนหนึ่งโดยในส่วนของ ธพว. มีลูกหนี้ที่เป็นรายย่อยจำนวนมาก และจำนวนลูกหนี้ที่อยู่ในข่ายที่จะต้องปรับโครงสร้างหนี้มีจำนวน 568 ราย มียอดหนี้สินรวม 2,403 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผอ.สสว.ยังเปิดเผยอีกว่าเพียงสิ้นปี 2558 มีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่จดทะเบียนเป็นเอสเอ็มอีมีจำนวน 2,765,986 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2557 จำนวน 29,242 ราย โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของนิติบุคคล 23,130 ราย และเป็นวิสาหกิจชุมชน 6,112 ราย

ในส่วนของนิติบุคคลที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นการเพิ่มขึ้นในภาคการบริการ 12,576 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจก่อสร้างอาคาร เป็นการเพิ่มขึ้นในกลุ่มภาคการค้า 7,498 ราย และในกลุ่มภาคการผลิต 3,056 ราย ซึ่งเป็นในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและระบบปรับอากาศ และธุรกิจผลิตอาหาร เป็นส่วนใหญ่

 

 สำหรับในส่วนของธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดานั้น ใช้ฐานข้อมูลจากการสำมะโนธุรกิจฯ โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติซึ่งดำเนินการทุก 5 ปี และในปี 2559 นี้ สสว.สนับสนุนงบประมาณให้สำนักงานสถิติแห่งชาติในการดำเนินการสำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานผู้ประกอบการในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานครซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี SMEs มากที่สุดของประเทศและเป็นพื้นที่ที่สำรวจนับอยากมากที่สุด (งานนับจดในกรุงเทพมหานคร ปี 2559)

สำหรับกิจกรรมในภาคเช้า มีการเสวนาเจาะลึกกฎหมายฟื้นฟูกิจการ  โดย นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี และการเสวนา “พลิกฟื้นยืนได้ เติบโตมั่นคง” โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และผู้ประกอบการ SMEs และกิจกรรมในภาคบ่าย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายแก่สถาบันการเงินและผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


Share:

Related Articles

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020