ไทยเล็งชิงส่วนแบ่งตลาดเกษตรอินทรีย์ 2.3 ล้านลบ.

by smethailandclub 04 กค. 2016
Share:

กระทรวงพาณิชย์จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติระยะ 5 ปี (2560-2564) เสร็จแล้ว กำหนด 4 ด้าน  หวังชิงส่วนแบ่งตลาดเกษตรอินทรีย์โลกที่มีมูลค่ามาก
ถึง 2.3ล้านล้านบาท 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติระยะ 5 ปี (2560-2564) เสร็จแล้ว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีแผนยุทธศาสตร์ในการดำเนินการมาแล้ว 5 ปี ซึ่งครบกำหนดในปีนี้ โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานใน 4 ด้าน คือ การสร้างการรับรู้ของผู้ที่เกี่ยวข้องการผลักดันมาตรฐานและระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์ การพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการอินทรีย์ และการพัฒนาตลาดสินค้าและบริการอินทรีย์
 เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำด้านการผลิต การค้า และการบริโภคสินค้าอินทรีย์ในภูมิภาคอาเซียน

ปัจจุบันในเอเชีย เกษตรอินทรีย์มีพื้นที่ประมาณ 23 ล้านไร่ หรือ 10% ของพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งโลก ที่มีอยู่รวมกันประมาณ 232.5 ล้านไร่ จีนมีพื้นที่มากสุด รองลงมา คือ อินเดีย
ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 8 ในเอเชีย และอันดับที่ 4 ในอาเซียน ส่วนประเทศที่มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์มากที่สุดในโลก คือ ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา และสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศที่มีประชากรทำเกษตรอินทรีย์มากที่สุด คือ อินเดีย ยูกันดา และเม็กซิโก
          
รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า  จากการสำรวจพบว่า ไทยมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 370,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรทำเกษตรอินทรีย์ 7,000 ราย มีผลผลิต 80,000 ตัน ส่งออก 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3,000 ล้านบาท ในตลาดสำคัญ คือ สหภาพยุโรป สหรัฐและสิงคโปร์ ซึ่งไทยยังมีโอกาสที่จะขยายผลผลิตและตลาดส่งออกได้อีกมาก เพื่อป้อนให้ตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะประชากรโลกตื่นตัวเกี่ยวกับสุขอนามัย อาหารปลอดภัย และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งเห็นว่า ตลาดเกษตรอินทรีย์โลกมีมูลค่ามากถึง 72,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.3 ล้านล้านบาท โตปีละ 12.8% โดยสหรัฐ เยอรมนี และฝรั่งเศสครองตลาดมากที่สุด แต่หากไทยเพิ่มผลผลิต ก็จะเพิ่มยอดการส่งออก เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลเพิ่มขึ้นแน่นอน
         
สำหรับยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ด้าน ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการ คือ ยุทธศาสตร์แรก จะเร่งสร้างความตระหนักให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ หันมาทำเกษตรอินทรีย์  ยุทธศาสตร์ที่่สอง จะผลักดันให้การผลิตมีมาตรฐาน และได้รับเครื่องหมายรับรอง ตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป ยุทธศาสตร์ที่ 3 จะเพิ่มช่องทางจำหน่ายในประเทศ เช่น การตั้งตลาดกลาง ตั้งศูนย์รวบรวม การสร้างชุมชนต้นแบบอินทรีย์ การขายผ่านห้าง ออนไลน์ และในต่างประเทศ จะเน้นการนำผู้ประกอบการไปเจรจาธุรกิจ  ส่งเสริมให้ร้านอาหารไทยใช้สินค้าเกษตรอินทรีย์ และการ เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอินทรีย์ระดับ โลก และยุทธศาสตร์ที่ 4 จะผลักดันให้มีการผลิตสินค้าให้มีความหลากหลาย ตรงตามความต้องการของตลาด โดย ใช้นวัตกรรมในการต่อยอด และจะมี การจัดทำฐานข้อมูลเกษตรอินทรีย์ทั้งหมด ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป และการตลาด
Share:

Related Articles

​อลิอันซ์ อยุธยา โชว์ศักยภาพผู้นำในธุรกิจประกันชีวิต เปิดบูธออนไลน์ครั้งแรก ในงาน Thailand InsurTech Fair 2021

บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ เดินหน้าหนุนนโยบาย คปภ. ขับเคลื่อนภาคการประกันภัยให้เติบโตอย่างเ..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2021

​เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี 2 ปีซ้อน

เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท รับพระราชทานรางวัล ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​เปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับคู่ SME – เด็กฝึกงาน” ตอบโจทย์ธุรกิจ เจาะเข้าถึงตลาดแรงงานจบใหม่

เปิดโอกาสสำหรับธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาแรงงานจบใหม่ หรือนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้ธุรกิจ โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษ..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021