สธท.ยื่น 5 มาตรการเตรียม SME ลุย AEC

by System 28 กย. 2012
Share:

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) เสนอ 5 มาตรการให้รัฐบาลแก้ไข เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC อาทิ สนับสนุนการเงินทุน SMEs-แก้ปัญหาภาษีซ้ำซ้อน-คุ้มครองการลงทุนเอกชนไทยในต่างประเทศ หนุนออกบาทบอนด์ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีสากล

 
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ประเทศไทยต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อปูทางสู่โอกาสทางธุรกิจและแข่งขันในระดับสากลซึ่งจะทำให้ตลาดทุนไทยน่าจับตามองมากขึ้นและยังเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและต่างประเทศมากขึ้น
 
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรสำคัญในตลาดทุน เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่ AEC ซึ่งภายหลังจากที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับภาคเอกชน 5 สถาบัน จึงนำมาสู่ข้อเสนอมาตรการในครั้งนี้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนต่อไป
 
ข้อเสนอดังกล่าวประกอบไปด้วย 5 เรื่องหลัก ดังนี้ 1.การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ การสนับสนุนด้านการเงินจากรัฐบาล สำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ในด้านการประกันความเสี่ยงและสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สำหรับ SMEs ไทยที่สนใจลงทุนในอาเซียน การปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีทั้งระบบ ลดปัญหาการเสียภาษีซ้ำซ้อนและเสียในอัตราที่สูง การคุ้มครองการลงทุนของธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยขอให้ภาครัฐเร่งรัดจัดทำข้อตกลงเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน กรณีผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในอาเซียน
 
2.ปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงานของธุรกิจ (Corporate Matters)ช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินงานในหลายๆ ด้าน ได้แก่ 1.ประกาศแนวปฏิบัติเรื่องการประชุมคณะกรรมการบริษัทได้โดยไม่ต้องเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้ Teleconference ได้ 2.ขอให้ประกาศแนวปฏิบัติเรื่องการติดต่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสะดวกและประหยัดในการสื่อสารและส่งข้อมูล 3.เรื่องความไม่สอดคล้องของ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และ พ.ร.บ.มหาชน ในหลายมาตรการเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ขอให้เร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้รวดเร็ว รองรับการเปิดเสรีอาเซียน
 
3.การส่งเสริมการออกพันธบัตรสกุลเงินบาท (Baht Bond) จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในอาเซียนและเป็นการต่อยอดการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ จึงควรส่งเสริมให้รัฐบาล รัฐวิสาหกิจตลอดจนบริษัทที่มีศักยภาพในอาเซียนให้ออก Baht Bond ในไทยมากขึ้น โดยอาจให้ธนาคารของรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุน รวมทั้งเน้นการให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มนักลงทุนในต่างประเทศที่สนใจ
 
4.การส่งเสริมการควบรวมกิจการโดยขอให้ภาครัฐช่วยเร่งรัดการพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการควบรวมกิจการในตลาดทุนโดยขอให้แล้วเสร็จก่อนปี 2558 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจเพื่อรองรับการเปิดเสรีที่จะมาถึง
 
5.การสนับสนุนการพัฒนาตลาดหลักทรัพย์อินโดจีนโดยส่งเสริมให้มีบริษัทต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย จัดทำบันทึกความเข้าใจ MOU ระหว่างตลาดหลักทรัพย์เพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม พม่า เป็นต้น นอกจากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ยังส่งเสริมให้มีการระดมทุนและการลงทุนระหว่างกันยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตลาดทุนและการค้าการลงทุนในภูมิภาคให้มากขึ้นอีกด้วย
 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020