เอกชนคาดส่งออกปี 55 โตแค่ 2.6%

by System 02 ตค. 2012
Share:

 


สภาผู้ส่งออกฯประเมินส่งออกไทยปี55 โตแค่4.6%แต่อุตฯส่วนใหญ่มองทำได้แค่ 2.6% เหตุต้นทุนเพิ่ม เศรษฐกิจโลกชะลอตัว คู่ค้ากดราคา  วอนรัฐบาลทบทวนนโยบายค่าแรง  300 บาทหวั่นผู้ประกอบการแย่แบกต้นทุนไม่ไหวถึงขั้นปิดกิจการ   ทำคนตกงานเพิ่ม

                นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธาน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออกฯ) กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกฯ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัยประเมินมูลค่าการส่งออกไทยปี 2555 มีแนวโน้มเติบโตที่ลดลง จากที่เคยคาดการณ์ไว้ 5.9% เหลือเพียง 4.6% สอดคล้องกับการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น World bank, IMFที่คาดการณ์เศรษฐกิจโลกอยู่ในระดับ 2.5-3.5%

                อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มส่งออกลดลงชัดเจนคือ ข้าว(-37.6%) ยาง(-26.5%) สินค้าก่อสร้าง(-22.0%)เฟอร์นิเจอร์(-19.7%) เครื่องจักรอุตสาหกรรม(-18.7%) สิ่งทอ(-17.7%)เป็นต้น  โดยเฉพาะข้าวและยางลดลงมากเนื่องจากภาครัฐเข้ามาแทรกแซงมากจนเกินไป ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นคือ ยานยนต์ กระดาษ เคมี ปิโตเลียม มันสำปะหลัง เหล็ก ไก่แปรรูปและแช่แข็ง เป็นต้น สำหรับยานยนต์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอันสืบเนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมในโครงการรถคันแรกส่งผลให้ประชาชนสั่งซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมาก

                ขณะที่ทัศนคติของผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมต่างๆจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการ จำนวน 293 ราย คาดการณ์การส่งออกโดยรวมอยู่ที่ 2.6%  โดยมองว่าส่งออกในไตรมาส 4 จะเพิ่มขึ้น 3.5% เพราะปัจจัยกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวทำให้ลูกค้าหลายรายกดราคาสินค้า เช่น อุตสาหกรรมไก่สด แม้ว่าจะได้รับอนุญาตให้ส่งไก่สดให้เข้าสู่สหภาพยุโรปได้แล้ว แต่ราคายังคงต่ำ ทำให้ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกได้มากนัก แม้ว่าผู้ประกอบการจะฟื้นฟูกำลังการผลิตได้เต็มที่จากสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม

                ทั้งนี้จากการสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 293 รายคาดการณ์ปริมาณการส่งออกในไตรมาส 3 ในปี 2555 เทียบกับไตรมาส 2 ปี 2555 ที่ผ่านมาลดลง -1.6% และหากนำมาเทียบกับไตรมาส 3 ในปี 2554 ลดลง -2.5% แสดงให้เห็นว่าการส่งออกของไทยยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังมีทัศนคติที่ดีต่อแนวโน้มการส่งออกในไตรมาส 4 เพราะหวังว่าคำสั่งซื้อในช่วงปลายปีที่มีเทศกาลคริสต์มาสต์และปีใหม่จะทำให้ยอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น แต่อยากให้รัฐบาลมีนโยบายด้านการเงินเพื่อช่วยลดความผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยนและลดความเสี่ยงรวมทั้งช่วยเหลือด้านภาษี

                นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สภาผู้ส่งออกฯ กล่าวว่า ในปี 2556 ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงคือการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น300 บาททำใหผู้ประกอบการต้องลดต้นทุนเช่นลดการใช้พนักงานโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีโรงงานอยู่ต่างจังหวัด เนื่องจากต้นทุนจะสูงขึ้นทั้งค่าขนส่ง ค่าบริหารการจัดการต่างๆ ทำให้บางรายอาจต้องปิดกิจการคนตกงานเพิ่มขึ้นและอาจมีการปรับขึ้นราคาสินค้าในบางประเภทตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

                “อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้รอบคอบในการปรับค่าแรงขึ้นซึ่งมากถึง 40% จากเดิม โดยภาครัฐควรทะยอยปรับขึ้นใน 3- 4 ปีนี้ เพื่อให้มีเวลาปรับตัวและไม่ส่งผลกระทบต่อตัวแรงงานอีกด้วย” นายวัลลภ กล่าว


ที่มา : แนวหน้า
Share:

Related Articles

​‘พาณิชย์’ จัดงานสร้างเครือข่ายสินค้าไทย แนะใช้ FTA รุกขยายส่งออกตลาดโลก

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน FTA Fair “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เปิดเวทีเจรจาสร้างเครือข่ายธุรกิจ พ..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​​Amazon Prime Day 2020) ทุบสถิติหนุนเอสเอ็มอี ด้วยยอดขายทั่วโลก 2 วัน โตกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

อเมซอน ประกาศความสำเร็จของมหกรรมช้อปปิ้ง “อเมซอน ไพร์มเดย์ 2020” (Amazon Prime Day 2020) ที่เพื่อการส่งเสริมผู้ค้าที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลา..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020