พาณิชย์ตอบรับ Thailand 4.0 ศึกษาการใช้ความต้องการของตลาด (Demand Driven)ผลักดันเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer

by smethailandclub 09 พย. 2016
Share:

พาณิชย์ตอบรับ Thailand 4.0 ศึกษาการใช้ความต้องการของตลาด (Demand Driven)  กำหนดรูปแบบการผลิตสินค้าเกษตรของไทย ผลักดันเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ดำเนินโครงการศึกษาข้อมูลความต้องการของตลาด (Demand Driven) สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพของไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และต้นแบบการพัฒนาการค้าสินค้าเกษตรเป้าหมาย ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ภาคการเกษตรของไทยต้องเผชิญปัญหามาอย่างยาวนาน อาทิ ปัญหาต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรสูง พื้นที่ไม่เหมาะสม ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ สินค้าล้นตลาด ราคาตกต่ำ เกษตรกรขายได้ไม่คุ้มทุน รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เกิดเป็นหนี้ครัวเรือนสะสมเป็นวงจร โดยแนวทางแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น ความพยายามระบายสินค้าที่คั่งค้าง การชดเชยราคา/รายได้ให้เกษตรกร หรือหาตลาดรับซื้อแบบ G to G (ระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล) เป็นต้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจากอุปทาน (Supply) ที่ออกสู่ตลาดแล้วไม่สามารถจำหน่ายได้ในราคา ที่เกษตรกรต้องการ ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ริเริ่มดำเนินโครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาดสินค้าเกษตรของไทย (Demand Driven) ร่วมกับที่ปรึกษาจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าสินค้าเกษตร เพื่อนำข้อมูลความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ส่งต่อถึงมือเกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่การผลิต สำหรับใช้ประกอบการวางแผนการผลิต การแปรรูป และจำหน่าย ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในแง่คุณภาพสินค้า มาตรฐาน ความปลอดภัย และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาการค้าสินค้าเกษตรของไทย โดยใช้หลักอุปสงค์ (Demand) ของตลาดเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดแผนและการบริหารจัดการผลผลิต โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อให้ผลผลิตของเกษตรกรมีตลาดรองรับที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นช่วยลดความเสี่ยงของภาวะการขาดทุน อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ผลผลิตล้นตลาด หรือไม่ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่ตลาดกำหนด

สำหรับโครงการดังกล่าวมุ่งศึกษาสินค้าเกษตร 2 รูปแบบ คือ สินค้าเกษตรในรูปแบบสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง ผักผลไม้ และสินค้าเกษตรนวัตกรรม หรือสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีในการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันรำข้าว สินค้าเกษตรชีวภาพ เป็นต้น ทั้งนี้ สินค้าที่จะนำมาศึกษาจะพิจารณาจากแนวโน้มความต้องการของตลาดและศักยภาพในการผลิตของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเป็นสำคัญเพื่อกำหนดต้นแบบและยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความรู้ด้านการค้าและการตลาดที่เท่าทันต่อสถานการณ์ ให้แก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การเป็น Smart Farmer ตามนโยบาย Thailand 4.0 และพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป




Share:

Related Articles

​Bebesup ทิชชู่เปียกรักษ์โลก จับมือ LocknLock ส่งแคมเปญเจาะตลาดครอบครัวยุคใหม่

Bebesup ทิชชู่เปียกรักษ์โลก ชูความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ ชูจุดแข็งปลอดภัย สะอาด และเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม จับมือ LocknLock ส่งแคมเปญเจาะตลาด..

by SME Thailand.| 18 ตค. 2021

​เอ็มจี แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ พร้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021