สมอ. กำหนดมาตรฐานฟิล์มถนอมอาหารใหม่สามารถใช้กับไมโครเวฟได้

by smethailandclub 07 ธค. 2016
Share:

สมอ. กำหนดมาตรฐานฟิล์มถนอมอาหารใหม่ เพิ่มขอบข่ายสามารถใช้กับไมโครเวฟได้เพื่อความปลอดภัยผู้บริโภค

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ประกาศยกเลิกมาตรฐาน มอก.1136-2536 ฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร เพื่อแก้ไขปรับปรุงให้ทันเทคโนโลยีในการผลิตในปัจจุบัน รวมทั้งป้องกันอันตรายจากการใช้งานที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล เลขาธิการ สมอ. เปิดเผยว่า มาตรฐานฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร มอก. 1336-2536 หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “ฟิล์มถนอมอาหาร” หรือ แรปถนอมอาหาร เป็นมาตรฐานบังคับที่ผู้ทำ นำเข้าต้องได้รับอนุญาตก่อนทำ และนำเข้า เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้แรปถนอมอาหารอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป และความต้องการการใช้งานที่หลากหลายโดยพบว่า มีการนำไปใช้ในการอุ่นอาหารในไมโครเวฟด้วย ซึ่งมาตรฐานเดิมไม่ได้กำหนดความคงทน และความปลอดภัยในการใช้งาน สมอ. จึงได้ประกาศยกเลิกมาตรฐานเดิมและได้กำหนดมาตรฐานฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิชาการ เทคโนโลยีการผลิตปัจจุบัน และตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยการเพิ่มเติมการใช้งาน และรายละเอียด เช่น จากเดิมใช้สำหรับหุ้มอาหารทั่วไป เพิ่มเติม ให้ใช้สำหรับอุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟ ชนิดพลาสติกสำหรับใช้ผลิตจากเดิม 2 ชนิด คือ พอลิเอทีลีน พอลิไวนิลคอลไรด์ เพิ่มเติม พอลิไวลิดีนคลอไรด์ อีก 1 ชนิด และเพิ่มเติมเรื่องความยืดหยุ่น วัสดุที่ใช้ทำฟิล์มใช้เป็นเรซินบริสุทธิ์ ชั้นคุณภาพสัมผัสอาหาร มีการกำหนดสีที่ใช้ผสมฟิล์มต้องเป็นไปตาม มอก.1069 ต้องเป็นสีชั้นคุณภาพสัมผัสอาหารได้ มีความทนต่ออุณหภูมิการใช้งานได้ 100 -121 องศาเซลเซียสสำหรับการใช้งานปกติ และสำหรับใช้ในไมโครเวฟ ไม่ต่ำกว่า 121-175 องศาเซลเซียส
 
 
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ กมอ. ได้มีมติเห็นควรให้ยกเลิกมาตรฐานดังกล่าวเมื่อการประชุมครั้งที่ 640-9/2559 วันที่ 13 กันยายน 2559ที่ผ่านมา โดยเห็นควรให้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานและให้กำหนดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหารต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก.1136-25XX (XX – ปีที่รอประกาศใหม่) ซึ่งก่อนตราพระราชกฤษฎีกานั้น สมอ. กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องตามมาตรฐานดังกล่าว เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาต่อไป ภายใน 30 วันนับแต่วันประกาศ (21 พฤศจิกายน 2559) โดยระบุชื่อ ที่อยู่ส่งมาที่ สมอ. ได้ไม่เกินวันที่ 20 ธันวาคม 2559 สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดการกำหนดมาตรฐานได้ที่ www.tisi.go.th. หัวข้อ ประกาศมาตรฐานบังคับ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกฎหมาย สมอ. โทร 0 2202 3522
Share:

Related Articles

​อลิอันซ์ อยุธยา โชว์ศักยภาพผู้นำในธุรกิจประกันชีวิต เปิดบูธออนไลน์ครั้งแรก ในงาน Thailand InsurTech Fair 2021

บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพ เดินหน้าหนุนนโยบาย คปภ. ขับเคลื่อนภาคการประกันภัยให้เติบโตอย่างเ..

by SME Thailand.| 26 ตค. 2021

​เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท คว้ารางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) หรือ รางวัลกินรี 2 ปีซ้อน

เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท รับพระราชทานรางวัล ในงานพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564

by SME Thailand.| 20 ตค. 2021

​เปิดตัวแพลตฟอร์ม “จับคู่ SME – เด็กฝึกงาน” ตอบโจทย์ธุรกิจ เจาะเข้าถึงตลาดแรงงานจบใหม่

เปิดโอกาสสำหรับธุรกิจ SME ที่กำลังมองหาแรงงานจบใหม่ หรือนักศึกษาฝึกงาน เพื่อเข้ามาเสริมทัพให้ธุรกิจ โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบจัดการทรัพยากรมนุษ..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2021