รฟม. เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสัมภาระก่อนเข้าระบบ

by smethailandclub 11 กพ. 2017
Share:

รฟม. เพิ่มความเข้มงวดการตรวจสัมภาระก่อนเข้าระบบ และเสริมกำลังคุมเข้มในขบวนรถไฟฟ้า พร้อมหน่วยกู้ภัยเพิ่มความพร้อมในการเข้ากู้ภัยและดับเพลิง

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2560) นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้สั่งการให้ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายเฉลิมรัชมงคล สายฉลองรัชธรรม และหน่วยงานด้านความปลอดภัยของ รฟม. ให้ดำเนินการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพิ่มระดับความเข้มงวดหลังเกิดเหตุการณ์ผู้โดยสารชายขว้างระเบิดใส่รถไฟที่สถานีจิมซาจุ่ย เขตปกครองพิเศษฮ่องกง จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 คน จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงลุกไหม้ในขบวนรถไฟฟ้า


นายพีระยุทธ์ฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ รฟม. ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยตนได้สั่งการทันทีกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เนื่องจากช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ เป็นช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันมาฆบูชา รฟม. คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเดินทางด้วยรถไฟฟ้าMRT เป็นจำนวนมาก จึงต้องมีมาตรการเข้มงวดด้านความปลอดภัย ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ดังนี้
1. จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
2. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสัมภาระผู้โดยสาร
3. ตรวจบริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้า MRT และ ภายในสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพื่อป้องกันเหตุโดยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่
4. จัดกำลังหน่วยทำลายวัตถุระเบิด (EOD.) และสุนัข K-9 ตรวจตราและเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง
5. เตรียมกำลังหน่วยกู้ภัยพร้อมอุปกรณ์ในที่ตั้งตลอด 24 ชั่วโมง.
6. เสริมกำลังเจ้าหน้าคุมเข้มภายในขบวนรถไฟฟ้า

จึงขอความร่วมมือผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT โปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และหากพบเห็นเหตุการณ์ ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที หรือแจ้งศูนย์วิทยุพสุธา รฟม. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2938-3666 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
Share:

Related Articles

​คปภ. ส่งรักทั่วไทย ให้คนไทยอุ่นใจเมื่อมีประกันภัย พ.ร.บ.

คปภ. ผนึกกำลังทั่วทุกภาค สร้างความอุ่นใจให้คนไทยมอบ พ.ร.บ. 1 หมื่นฉบับ กระตุ้นประชาชน ใส่ใจทำ พ.ร.บ. เพื่อเป็นหลักประกันความคุ้มครอง พร้อมเตรียมจัดก..

by SME Thailand.| 26 พย. 2021

​ดีอีเอส จับมือ ETDA ปรับโฉม ศูนย์ 1212 OCC สู่ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์

ETDA (เอ็ตด้า) ) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงานแถลงข่าว ปรับโฉม 1212 OCC สู่ “ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์” ยกระดับการคุ้มครอง..

by SME Thailand.| 26 พย. 2021

​วิจัยกรุงศรีประเมินเศรษฐกิจไทยเริ่มก้าวสู่เส้นทางการฟื้นตัวแม้ยังมีความไม่เท่าเทียมกัน

ในปี 2565 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่อเนื่องที่ 3.7% (เดิมคาด 3.0%) และมีแนวโน้มที่ GDP จะกลับมาอยู่ในระดับก่อนเกิดการระบาดได้ในช่วงครึ่งหลังของปี แ..

by SME Thailand.| 25 พย. 2021