ศศินทร์ชี้เปิดเสรีเงินทุนเหมือนดาบสองคม

by System 30 ตค. 2012
Share:

 

ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการที่ภาครัฐโดยธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการผ่อนคลายเกณฑ์การเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายการลงทุนของธุรกิจต่างๆ

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดเสรีให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเม็ดเงินไปลงทุนได้อย่างไม่จำกัด จากเดิมที่กำหนดให้สามารถนำออกไปได้ไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เชื่อว่าการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นโอกาสทองของนักลงทุนเพื่อขยายกิจการ รวมทั้งการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และตราสารอนุพันธ์ที่สามารถลงทุนได้โดยไม่จำกัดวงเงิน จะเห็นได้ว่าการผ่อนคลายเกณฑ์เงินไหลออกดังกล่าว เป็นการทำลายกฎเหล็กด้านการลงทุนให้สามารถรองรับการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนอย่างเห็นได้ชัดเจนที่สุด

แต่อาจเป็นดาบสองคมที่กระทบต่อผู้ประกอบการและนักลงทุน หากไม่ได้มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมทางการตลาดของประเทศที่จะเข้าไปลงทุนอย่างรอบคอบ สิ่งสำคัญที่นักลงทุนจะต้องศึกษาคือเรื่องความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมทางการตลาด แม้ว่าทุกประเทศจะอยู่ในภูมิภาคอาเซียนด้วยกันแต่มีหลายสิ่งที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการลงทุน รวมถึงเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภค และการแข่งขันของตลาดที่มีทั้งนักลงทุนในท้องถิ่น รวมทั้งธุรกิจต่างๆ จากทั่วโลกที่ต้องการแชร์ส่วนแบ่งจากเค้กก้อนใหญ่ในอาเซียนด้วยเช่นกัน

“ยังมีเวลาสำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเม็ดเงินไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะต้องมีการศึกษาและกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับภาวะตลาดของประเทศที่ต้องการซื้อกิจการ หรือสร้างโรงงาน รวมทั้งการทดลองส่งสินค้าและบริการต่างๆ เข้าไปชิมลางกับผู้บริโภคในท้องถิ่น แม้ว่าภาครัฐจะผ่อนคลายกฎเกณฑ์ทางด้านการเงินเร็วกว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ก็เชื่อว่ากว่าจะถึงปี 2558 ก็น่าจะมีนโยบายอื่นๆ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากการลงทุนเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อการลงทุน”

ที่มา : บ้านเมือง
Share:

Related Articles

​เอ็มจี แจ้งยอดขายรวม 3 ไตรมาส เติบโตขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ ขยับมาเป็นอันดับ 5 ของตลาด

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย แถลงยอดขายรวมหลังจบไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตถึง 14 เปอร์เซ็นต์ พร้..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ททท. จัดพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 รับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวไทยสู่สากล

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 13 ประจำปี 2564 หรือรางวัล..

by SME Thailand.| 12 ตค. 2021

​ช้อปปี้ สยายปีกบุกไตรมาส 4 เต็มสูบกับมหกรรม Shopee 10.10 Brands Festival

ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ติดสปีดสู่ความเป็นเลิศส่งท้ายไตรมาส 4 ของปี มุ่งตอบโจทย์ทุกความต..

by SME Thailand.| 08 ตค. 2021