ปลัดพาณิชย์กระตุ้นผู้ส่งออกไทยให้เร่งทำหน้าที่ “ครัวโลก” อย่างเต็มที่

by smethailandclub 27 มีค. 2017
Share:


ปลัดพาณิชย์กระตุ้นผู้ส่งออกไทยให้เร่งทำหน้าที่ “ครัวโลก” อย่างเต็มที่ หลังเนื้อไก่จากบราซิลมีปัญหาทำให้ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ต้องพักการนำเข้า

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในขณะนี้มีข่าวไปทั่วโลกว่า ประเทศผู้นำเข้าสินค้าไก่รายใหญ่ ได้แก่ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ จีน และชิลี ได้ ออกมาตรการระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ รวมทั้ง สินค้าไก่ จากบราซิลเป็นการชั่วคราว

หลังจากตรวจพบปัญหาการใช้วัตถุดิบที่มีปัญหาในการผลิตเนื้อสัตว์ส่งออก และมีการติดสินบนเจ้าหน้าที่ตรวจสุขอนามัยสินค้าก่อนการส่งออก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์ในตลาดโลกอย่างแน่นอน เนื่องจากบราซิลเป็นประเทศผู้ส่งออกเนื้อสัตว์รายใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก (ในปี 2559 บราซิลมีการส่งออกสินค้าเนื้อสัตว์มากเป็นลำดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา) และจากเหตุการณ์ดังกล่าว คาดว่าผู้นำเข้าจะต้องเร่งหาตลาดใหม่มาทดแทนการนำเข้าสินค้าจากบราซิลเพื่อป้องกันภาวะการขาดแคลนสินค้า จึงนับเป็นโอกาสอันดีของไทย ที่จะทวงคืนส่วนแบ่งในตลาดส่งออกเนื้อสัตว์บางส่วนจากคู่แข่งหลักอย่างบราซิลเพื่อเติมเต็มความต้องการของตลาดที่ขาดหายไป
 
ปัจจุบัน สินค้าเนื้อสัตว์ของไทยที่มีศักยภาพการส่งออก ได้แก่ ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และไก่แปรรูป โดยในปี 2559 มีมูลค่าการส่งออก 2,547 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 4 ในกลุ่มสินค้าอาหารส่งออก รองจาก อาหารทะเล ข้าว และผักผลไม้ ในขณะที่สินค้าเนื้อสัตว์ประเภทอื่นยังมีการส่งออกไม่มากนัก โดยหลังจากไม่พบการเกิดไข้หวัดนกในไทยตั้งแต่ปลายปี 2551 สินค้าเนื้อไก่จากไทย ก็เริ่มเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้นและมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศคู่แข่งหลายรายยังคงประสบปัญหาการระบาดของไข้หวัดนก ส่งผลให้ประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ทยอยยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าสัตว์ปีกสดจากไทย เช่น สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มประเทศที่มีการประกาศระงับนำเข้าเนื้อสัตว์จากบราซิล ไทยสามารถส่งออกสินค้าไก่สดไปได้เพียงบางตลาดเท่านั้น คือ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และฮ่องกง สาหรับตลาดชิลีและจีนยังคงต้องมีการเจรจาเพื่อขอเปิดตลาดนำเข้าต่อไป

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  เป็นโอกาสอันดีของไทยที่จะทำหน้าที่เป็น “ครัวโลก”อย่างเต็มที่ โดยผู้ส่งออกของไทยต้องเร่งหาตลาดและกลุ่มลูกค้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อและความต้องการของตลาดต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของการเพิ่มกำลังการผลิตและความสามารถในการป้อนสินค้าออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ทันต่อความต้องการของตลาดปลายทาง และควรเพิ่มความเข้มงวดด้านสุขอนามัยตลอดห่วงโซ่การผลิตสินค้า เพื่อให้ได้สินค้าที่มีมาตรฐานสากลตามที่ตลาดต้องการโดยในระยะยาว ผู้ประกอบการควรเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
ให้มากขึ้น เพื่อหลีกหนีการแข่งขันด้านราคาจากคู่แข่ง ควบคู่กับสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคเนื้อสัตว์ของไทยอย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกอย่างเข้มงวด
และส่งเสริมการขับเคลื่อนแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีในภาคการผลิต
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020