“นวัตกรรมอาหารไทย 4.0”โอกาสทอง SMEs

by smethailandclub 01 เมย. 2017
Share:

จับตามอง “นวัตกรรมอาหารไทย 4.0”โอกาสทอง SMEs ขยายลู่ทางการค้าในต่างแดน

 

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่าง ประเทศ เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรม ที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของไทย ข้อมูลจากสถาบันอาหารระบุว่าการ ส่งออกอาหารของไทยในปี 2559 มีมูลค่าสูงถึง 972,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 12.8% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของปร ะเทศ และไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหาร เป็นลำดับที่ 12 ของโลกอีกด้วย สำหรับแนวโน้มในปี 2560  นี้ คาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารของไ ทยจะเพิ่มสูงขึ้น ถึง 10.5 ล้านล้านบาท”

 

“ประกอบกับโครงการเมืองนวัตกรรม อาหาร (Food Innopolis) ที่ดูแลรับผิดชอบโดยสำนักงานคณะ กรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สวทน. เพื่อให้เมืองนวัตกรรมอาหารเป็น ศูนย์กลางของการวิจัยพัฒนาและนวั ตกรรมที่จะมีผลต่อการวางรากฐานก ารพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันของอุตสาหกรรมอาหารไทยในอนาค ต  โดยโครงการเมืองนวัตกรรมอาหารนี้ จะส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิจั ยจากหน่วยงานภาครัฐได้มีการเคลื่ อนย้ายไปปฏิบัติงานจริงในภาคเอก ชนเพื่อร่วมกันพัฒนานวั ตกรรมอาหาร และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อ าหาร โดยมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีสนับส นุนผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตพื้ นที่ส่งเสริมอีกด้วย”

 

“จากการประเมินความสามารถ 138 ประเทศทั่วโลกโดย World Economic Forum หรือ  WEF เมื่อปี 2559 พบว่าแม้ว่าอันดับความสามารถในก ารแข่งขันของไทยจะอยู่อันดับที่ 34 และเป็นอันดับ  3 ของเอเชีย รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่อันดับความสามารถด้านนวัตกรร มของไทยกลับอยู่ในอันดับที่ 54 น้อยกว่าอินโดนีเซียที่อยู่อันดั บ 31 แต่มีความสามารถโดยรวมต่ำกว่าไท ย ดังนั้น           การพัฒนาอุตสาหกรรมอา หารของไทยให้ไปสู่เป้าหมายที่ กำหนดไว้ได้นั้น  จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่ องของนวัตกรรมเพื่อรองรับการพั ฒนาอุตสาหกรรมอาหารที่เป็นอนาคต ของประเทศเพราะหากเราปรับตัวช้ าและไม่ตระหนักถึงความสำคั ญของการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะส่งผลให้ไทยสูญเสียความสามารถ ในการแข่งขันได้”

 

 “ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs รุ่นใหม่ ไม่ต้องการเป็นเพียงแค่ผู้รับจ้ างผลิตเหมือนในอดีต หากแต่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะปรั บตัวด้วยการพัฒนาธุรกิจของตนเอง โดยร่วมกับสถาบันวิจัย หรือสถาบันการศึกษา เพื่อให้มีการวิจัยและนำนวัตกรร มมาใช้ในการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ นค้า และสร้างตราสินค้าของตนเองขึ้นม า ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้ถือเป็ นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ธุรกิ จอาหารด้วยนวัตกรรมและเป็นความห วังหลักในการขับเคลื่อนการพั ฒนาประเทศไปสู่เป้าหมาย Thailand 4.0 ประกอบกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่ เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน ทำให้อุตสาหกรรมอาหารต้องปรับโม เดลธุรกิจใหม่ มีการต่อยอดการพัฒนาด้วยการนำนวั ตกรรมมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้เป็ นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าสูง และเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารรุ่ นใหม่ๆ จะหยิบนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการพั ฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น พัฒนาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อาหาร Ready to eat อาหารที่เน้นประโยชน์เฉพาะ อาหารเสริมหรืออาหารที่มีผลในเชิ งรักษาโรค ฯลฯ ซึ่งนวัตกรรมอาหารจะช่วยทำให้ผลิ ตภัณฑ์อาหารนั้นๆ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจา กเดิมไม่น้อยกว่า 5 เท่า รวมถึงเรื่องของการปรุงแต่งอาหา รให้เป็นเมนูใหม่ๆ คิดค้นวิธีเก็บรักษาอาหารนั้นให้ มีอายุการเก็บที่ยาวนานขึ้น และสะดวกต่อการพกพาเพื่อเดินทาง เช่น การคิดสูตรอาหารลดน้ำหนัก หรือ อาหารคลีน ที่สามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งไ ด้นาน 3-7 วัน การนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาแปรรู ปด้วยนวัตกรรม ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ ที่สามารถลดข้อเสียบางประการของ วัตถุดิบทางการเกษตรนั้นๆ ลงได้ เช่น ทุเรียน ที่มีการนำมาผลิตเป็นเครื่องดื่ มรสทุเรียน หรือ แยมรสทุเรียน ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของทุเรียน ทำให้คนที่ไม่รับประทานทุเรียนส ดๆ เพราะรังเกียจกลิ่น สามารถดื่มเครื่องดื่มรสทุเรียน นี้ได้ โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่ างใด หรือการนำ “คางกุ้ง” ซึ่งเดิมเป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองข้าม แต่วันนี้คางกุ้งกลับสร้างมูลค่ าเพิ่ม และ รายได้ให้ผู้ประกอบการได้ถึงปีล ะกว่า 20 ล้านบาท หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้น บ้านอย่างส้มตำ ให้เป็นส้มตำอบกรอบที่สะดวกในกา รพกพาไปที่ต่างๆ และเมื่อจะรับประทานก็เพียงฉีกซ องเติมน้ำก็จะได้ส้มตำที่มีรสชา ติเหมือนส้มตำที่ตำกันสดๆ เลยทีเดียว หรือนวัตกรรมของการเลาะกะลามะพร้ าวเพื่อให้สะดวก และง่ายในการรับประทานทั้งน้ำแล ะเนื้อ โดยลูกมะพร้าวที่เลาะกะลาออกแล้ ว แพ็คด้วยซองพลาสติกสูญญากาศ เมื่อจะรับประทานเพียงฉีกซองพลา สติกออกและใช้หลอดเจาะดูดน้ำ ก็ให้ความรู้สึกและรสชาติที่ไม่ ต่างไปจากการดื่มน้ำมะพร้าว ที่ใช้มีดฟันเปลือกและเปิดหัวกะ ลาสดๆ จากลูกมะพร้าว ฯลฯ”

 
“การประกอบธุรกิจอาหารในปัจจุบั น ไม่ได้อยู่แค่เพียงที่รสชาติของ อาหารที่ได้รับการปรุงแต่งมาให้ เหมาะสมกับความนิยมการบริโภคในป ระเทศเท่านั้น หากแต่นวัตกรรมคือความจำเป็นของ การพัฒนาอาหารทั้งเมนูและรูปแบบ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้ กับผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ เพื่อให้อุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็ นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักให้ กับประเทศไทยต่อไป”

 
“เตรียมพบกับนวัตกรรมอาหารได้ที่งาน THAIFEX – World of Food Asia 2017 วันเจรจาธุรกิจระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีกวันที่ 3 - 4 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 และอาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 1-6 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมู ลได้ทางเว็บไซต์ www.ditp.go.th www.thaitradefair.com และ www.worldoffoodasia.com หรือ สายด่วนการค้าระหว่างประเทศ 1169”

 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020