รูปแบบที่ทำงานยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป

by smethailandclub 02 เมย. 2017
Share:

จากการวิจัยข้อมูลที่จัดทำโดยเดลล์ และอินเทล ซึ่งตีพิมพ์อยู่ใน Future Workforce Study พบว่ามากกว่าครึ่งของคนทำงาน (45 เปอร์เซ็นต์) ของประเทศภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตลอดจนประเทศญี่ปุ่น (APJ) ต่างมองว่าสถานที่ทำงานของตัวเองยังไม่ทันสมัยเพียงพอ ยกตัวอย่าง ในประเทศจีน มีพนักงานมากกว่า 63 เปอร์เซ็นต์ ที่ระบุว่าออฟฟิศของพวกเขายังไม่สมาร์ทพอ ในขณะที่พนักงานส่วนใหญ่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ในประเทศญี่ปุ่น และราว 30 เปอร์เซ็นต์ในประเทศอินเดียต่างรู้สึกแบบเดียวกัน


 

การวิจัยของ Future Workforce Study ยังเผยว่า 37 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาค (APJ) รายงานเกี่ยวกับความช้า และการติดขัดในการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ หรือกระทั่งซอฟต์แวร์ที่ทำให้เกิดปัญหาติดขัดในการทำงาน ขณะที่อีก 15 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าพวกเขาต้องเสียเวลาในการทำงานไปกับการซ่อมอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่เกิดการเสียหาย ซึ่งการขาดแคลนเทคโนโลยีอันทันสมัยในการทำงานสามารถก่อให้เกิดผลกระทบด้านความไม่พึงพอใจของพนักงาน ทั้งยังทำให้บริษัทดังกล่าวไม่สามารถรักษาศักยภาพ และความสามารถด้านการแข่งขันของตัวเองเอาไว้ได้

ผู้จ้างงานที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของพนักงานในด้านเทคโนโลยีในสำหรับการทำงานมีโอกาสที่จะสูญเสียบุคลากรที่ดีในการทำงานไป จากการวิจัย 42 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่นใหม่ (millennials) ระบุอย่างชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมที่จะลาออกจากที่ทำงานที่มีมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่ต่ำกว่าที่ควรเป็น ขณะที่อีก 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ตอบคำถามภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคคาดหวังที่จะได้ทำงานในสมาร์ทออฟฟิศภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

จากการวิจัย กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ millennials คือกลุ่มที่ผลักดันความนิยมในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยในที่ทำงาน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับภูมิภาคเอเชีย จากการศึกษาร่วมระหว่าง Singapore Tourism Board วีซ่า และแมคคินซี่ เผยให้เห็นว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของจำนวน millennials ทั่วโลกมีภูมิลำเนาอยู่ในภูมิภาคนี้

 ปัจจุบัน การทำงานในพื้นที่ห่างไกล (remote) สามารถทำได้ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ให้ความสะดวกสบายในรูปแบบเดียวกับการทำงานภายในออฟฟิศ และพนักงานต่างพอใจที่สามารถเลือกทำงานในพื้นที่ที่ต้องการซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถคงความสมดุลย์ชีวิตการทำงาน (work-life balance) ได้ดีมากขึ้น การวิจัยแสดงเห็นว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานอินเดียน และ 30 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานชาวจีนทำนายว่าด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น กับทีมงานที่ทำงานอยู่ในที่ห่างไกลกันจะทำให้การสื่อสารแบบพบกันโดยตรง (face-to-face) กลายเป็นสิ่งล้าสมัย

ไม่ว่าผลการสำรวจจะเป็นอย่างไร ยังคงมีหนทางที่จะมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กร ตลอดจนแนวคิด 
Share:

Related Articles

​‘พาณิชย์’ จัดงานสร้างเครือข่ายสินค้าไทย แนะใช้ FTA รุกขยายส่งออกตลาดโลก

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน FTA Fair “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เปิดเวทีเจรจาสร้างเครือข่ายธุรกิจ พ..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​​Amazon Prime Day 2020) ทุบสถิติหนุนเอสเอ็มอี ด้วยยอดขายทั่วโลก 2 วัน โตกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

อเมซอน ประกาศความสำเร็จของมหกรรมช้อปปิ้ง “อเมซอน ไพร์มเดย์ 2020” (Amazon Prime Day 2020) ที่เพื่อการส่งเสริมผู้ค้าที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลา..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020