เร่งรัดขับเคลื่อนแรงงานสู่ไทยแลนด์ 4.0

by smethailandclub 11 เมย. 2017
Share:

พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อสรุปรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงแรงงานรอบ 6 เดือนหลัง ประจำปีงบประมาณ 2560 แก่ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวมอบนโยบายเพิ่มเติมเพื่อเน้นย้ำให้การทำงานเป็นไปในแนวทางเดียวกันและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในห้วง 6 เดือนต่อไปทั้ง 8 ด้าน ประกอบด้วย
 


1) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยยึดนโยบาย Zero tolerance เร่งยกระดับสภาพการจ้างให้ไปสู่มาตรฐานสากล เร่งขยายการนำ GLP และ TLS มาใช้ในทุกสถานประกอบกิจการ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ 2) การเพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ Thailand 4.0 ผลจากการดำเนินงานทำให้ผลิตภาพแรงงานในปี 2559 เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ทั้งนี้ให้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการกำลังคนและวางแผนผลิตพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่ โดย 75 % เป็นความต้องการแรงงานในสหวิชาชีพ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มการบูรณาการกับสถานศึกษา และภาคเอกชนในพื้นที่เพื่อร่วมกันวางแผนการผลิตและพัฒนานักเรียน นักศึกษาในสายอาชีวะให้มีปริมาณเพียงพอทั้งจำนวนและทักษะฝีมือ โดย Labour Team แต่ละจังหวัดจะต้องมียุทธศาสตร์ด้านแรงงานจังหวัด และระดับ Labour Group ในแต่ละเขตต้องมียุทธศาสตร์ด้านแรงงานของเขตรวมถึงกลุ่มจังหวัดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ 3) Safety Thailand สิ่งสำคัญ คือ การสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชน โดยสร้างการเรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของอันตรายและความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดความสมัครใจที่จะควบคุมป้องกันโดยไม่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะต้องฝังอยู่ในจิตวิญญาณของประชาชน โดยข้าราชการทุกคนจะต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยโดยการเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน 4) การจ้างงานคนพิการและผู้สูงอายุ ต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกที่เอื้อและส่งเสริมการจ้างงาน รวมถึงการขยายความคุ้มครองประกันสังคม

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า ในส่วนประเด็นต่อมา 5) ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบจะเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ สร้างหลักประกันความมั่นคงและสุขภาพอนามัย สร้างองค์ความรู้เพื่อขยายโอกาสการมีงานทำ มีรายได้ มีอาชีพ และการพัฒนาสมรรถนะการบริหารจัดการ รวมทั้งสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการวางระบบฐานข้อมูลโดยสำรวจว่า แรงงานนอกระบบอยู่ที่ไหนบ้าง ประกอบอาชีพอะไร ต้องการพัฒนาอาชีพอะไร และได้เข้าถึงแหล่งทุนรวมทั้งมีระบบการคุ้มครองทางสังคมหรือไม่ 6) การปฏิรูปโครงสร้างกฎหมาย การบริหารจัดการโดยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service โดยต้องเห็นโครงการนำร่องซึ่งใช้บัตรประจำตัวประชาชนใบเดียวสามารถติดต่อรับบริการได้ 7) Zero Corruption ให้วางระบบการตรวจสอบกำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน นำระบบ IT และ E- Service มาใช้ ยกระดับไปสู่ Self Service เพื่อลดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่และลดช่องว่างในการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ และ 8) Information Technology ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลแล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เพิ่มสมรรถนะของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาบุคลากรให้เข้มแข็งโดยระเบิดจากภายในด้วย
Share:

Related Articles

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​​กสอ. จัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 เปิดเวทีให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตหาเทคโนโลยีใหม่เสริมทัพ

งานโพรแพ็ค เอเชีย ปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมชมงานกว่า 23,000 คน หวังใช้งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเป็นทางลัดพัฒนาธุรกิจ ชี้ไฮไลท์สำคัญปีนี้เน้นจัดแสดง..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020

​กรมเจรจาฯ เตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ”

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเตรียมจัดงาน “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความสำเร็จของโครงการที่ผ่านมา

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020