JCRคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ A+

by smethailandclub 12 เมย. 2017
Share:

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะขอรายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR)

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะขอรายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Japan Credit Rating Agency, Ltd. (JCR) ว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 JCR ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของไทยที่ระดับ A- สกุลเงินบาทที่ระดับ A และคงเพดานอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไว้ที่ระดับ A+ โดยมีมุมมองความน่าเชื่อถือที่มีเสถียรภาพ (Stable outlook) 

ผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ A- สะท้อนพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมการส่งออก ความมีเสถียรภาพของภาคธนาคาร สถานะทางการคลังที่เข้มแข็ง ตลอดจนดุลยภาพภายนอกที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2559 เกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนของการลงทุนภาครัฐ และการบริโภคของภาคเอกชน รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ JCR ยังคาดว่าการเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างของรัฐบาลปัจจุบัน ประกอบกับการส่งออกที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2560 ทั้งนี้ การลดลงของประชากรในวัยทำงานและการเพิ่มสูงขึ้นของค่าจ้างแรงงานในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้น นโยบายรัฐบาลซึ่งรวมถึงมาตรการปฏิรูปเพื่อพัฒนาภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

 
JCR ได้รายงานว่า สถานะทางการคลังของไทยยังคงมีความเข้มแข็งเนื่องจากการดำเนินงานของรัฐบาลอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังที่กำหนดไว้ในกฎหมายอย่างเข้มงวด ถึงแม้รัฐบาลจะดำเนินนโยบายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปี 2560 และเป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะในช่วง   ที่ผ่านมา แต่ก็เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกันภาคธนาคารพาณิชย์ยังคงแข็งแกร่ง โดยในปี 2559 ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อหนี้ทั้งหมด (NPL Ratio) และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ การเกินดุลการค้าที่ขยายตัวขึ้นอย่างมากในปี 2559 เนื่องจากการลดลงของการนำเข้า ประกอบกับการเกินดุลบัญชีบริการที่เพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากภาคการท่องเที่ยว ได้ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลมากขึ้น และส่งผลให้ดุลการชำระเงินเกินดุลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ JCR คาดการณ์ว่าการเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดอาจลดลงในระยะปานกลางเนื่องจากการนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งระดับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอาจได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ JCR ยังได้รายงานเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งในประเทศไทยจะจัดขึ้นภายหลังจากการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้วเสร็จ โดย JCR จะติดตามความคืบหน้าในกระบวนการเลือกตั้งและสถานการณ์ความคืบหน้าของการดำเนินมาตรการเพื่อการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลต่อไป
Share:

Related Articles

​ไทยพาณิชย์ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศรับมือโควิด-19 ระลอกใหม่

ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมอยู่เคียงข้างช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยก้าวผ่านวิกฤต เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ให..

by SME Thailand.| 25 มค. 2021

​AP ยืนหนึ่งผู้นำด้านบริหารจัดการโครงการอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร

AP ยิ้มรับความสำเร็จหลัง SMART (สมาร์ท) บริษัทผู้นำธุรกิจพร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ ในเครือ “คว้า ISO 41001:2018” มาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการบร..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021

​“สุริยะ” สั่งการ กสอ. ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุนฯ เพิ่มสภาพคล่องกว่า 2,300 กิจการ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เงินทุน กว่า 2,300 กิจการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้สูงสุด 12 เดือนสำหรับลูกหนี้ชั้นดี พักชำระหน..

by SME Thailand.| 22 มค. 2021