SMECN ประกาศความพร้อม หนุนผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่ เอสเอ็มอี 4.0

by smethailandclub 17 เมย. 2017
Share:

ปีนี้ถือได้ว่าเป็นยุ คทองของเอสเอ็มอีไทย เพราะรัฐบาลได้ให้การสนับสนุ นอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านนโยบายและงบประมาณ เพื่อที่จะผลักดันผู้ ประกอบเอสเอ็มอี ให้มีความมั่นคง แข็งแรง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นเอสเอ็มอี 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวั ตกรรมมาปรับปรุงสินค้าหรือบริ การให้สอดรับกับยุคอินเตอร์เน็ ตออฟธิงค์ และก้าวสู่การเปลี่ยนผ่ านของประเทศไทย เป็นไทยแลนด์ 4.0

ดร. วิริยะ ลิขิตวงศ์ นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิ สาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMECN) พูดถึงโอกาสและทางรอดของผู้ ประกอบการเอสเอ็มไทย ว่า ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่ ถ้าไม่ยอมปรับตัวก็มีความเสี่ ยงที่จะตกยุค เพราะปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เป็นการเปลี่ยนไปสู่โลกยุคดิจิ ตอลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ ยนแปลงอย่างมากทั้งทางด้ านเศรษฐกิจและสังคม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ ประกอบการเอสเอ็มอี ต้องตระหนักและเร่งปรับตัวให้ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทย ที่จะเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย จึงมีภาระที่จะต้องเปลี่ยนตั วเองเข้าสู่โลกยุคดิจิตอล แต่หากไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตั วเองก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ จะถูกหลงลืมอยู่ในโลกยุคเก่า ส่วนเอสเอ็มอีที่ต้องการจะก้ าวเข้าสู่เวทีการค้าในโลกยุคดิ จิตอล ก็ต้องมีความพร้อมที่ จะแปลงสภาพตัวเองให้เป็น เอสเอ็มอี 4.0 ที่ไม่เพียงนำเทคโนโลยีดิจิ ตอลมาช่วยในการพัฒนาการผลิต หรือการขายเท่านั้น แต่จะต้องปฏิวัติตนเองด้ วยการทำงานบนพื้นฐานของดิจิ ตอลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การผลิต การจัดการ การตลาด การรับจ่ายเงิน การขนส่ง หรือการบริการ

ดร. วิริยะ กล่าวย้ำว่า สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งที่จะช่ วยผลักดันผู้ประกอบการให้ สามารถก้าวไปข้างหน้า ด้วยการเป็นสื่อกลางและเป็นตั วกลางจัดหาที่ปรึกษาที่มี ประสบการณ์ ความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาด การเงิน การบริหารจัดการ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ ที่จะให้คำปรึกษาแก่ผู้ ประกอบการที่ต้องการจะเปลี่ยนผ่ านเข้าสู่ยุคดิจิตอล

ด้าน นายกำพล อัศวพัฒนากูล กรรมการและเลขานุการ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า สำหรับคำแนะนำในการเป็นผู้ ประกอบการเอสเอ็มอีในยุ คไทยแลดน์ 4.0 หรือ เอสเอ็มอี 4.0 ผมอยากจะให้ไว้ 4 แนวทาง เรื่องแรกคือ ผู้ประกอบการทราบดีหรือไม่ว่า ตัวเองทำธุรกิจอะไร และมีความรู้ที่ลึกซึ้งในธุรกิ จที่ตัวเองทำดีมากน้อยเพียงใด และเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้ วยังจะสามารถทำธุรกิจในรู ปแบบเดิม ๆ ได้หรือไม่

เรื่องที่สองคือ สินค้าที่ขายอยู่นั้น ตลาดอยู่ที่ไหน ใครคือผู้ซื้อ ใครคือลูกค้าที่แท้จริง เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีก้ าวไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ ตได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ เป็นยุคของ One World One Market  ผู้ประกอบพร้อมหรือยัง พร้อมรองรับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ส่วนเรื่องที่สามคือ การผลิต ต้องดูว่าเทคโนโลยีที่มียังใช้ ได้หรือไม่ มีมาตรฐานหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยลดต้นทุนหรือไม่

เรื่องที่สี่คือ ราคา ผู้ประกอบการไทยชอบคิดว่าตั้ งราคาสูง ๆ แล้วไม่รู้ว่าจะขายใคร ปัจจุบันไม่มีแล้วราคาสูง แต่อยู่ที่ว่าราคาสมเหตุสมผลกั บคุณภาพสินค้าหรือไม่ ตัวผมเองเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าทำสินค้าได้มาตรฐานและสื่ อสารผ่านช่องทางที่ถูกต้อง ถึงลูกค้าที่แท้จริง ไม่ว่าราคาเท่าใด ก็สามารถขายได้ อย่ากลัวที่จะขายสินค้าแพง ถ้าสินค้านั้นดี มีมาตรฐาน และมีคุณภาพ

ในส่วนของสมาคมเครือข่ายที่ปรึ กษาฯ ตลอดปี 2559 เรามีหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจ เพื่อที่จะผลิตที่ปรึกษามืออาชี พ และผ่านเกณฑ์ของหลักสูตรประมาณ 200 คน ซึ่งปัจจุบันได้ออกไปอยู่ ในแวดวงที่ปรึกษาในหลากหลายสาขา ทางสมาคมฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือด้ วยการเป็นพี่เลี้ยงให้กับเอสเอ็ มอีไทย เพื่อจะช่วยหาคำตอบ บอกช่องทางให้เข้าถึงและเท่าทัน และก้าวไปพร้อมกับนโยบายของรั ฐในการเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0

ในขณะที่ ดร. สกุล เกียรติ์จีรวิรัตน์ ที่ปรึกษาและนักวิชาการ สมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาฯ กล่าวเสริมว่า  ทำอย่างไรเราจะทำให้สินค้าหรื อบริการต่าง ๆ ของเอสเอ็มอี ยกระดับเพื่อเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งตามนโยบายของรัฐบาล มี 5 กลุ่มหลักที่ต้องเร่งพัฒนา กลุ่มแรกคือ  อาหารและการเกษตร จะต้องพัฒนาให้เป็นเกษตรสมั ยใหม่, กลุ่มที่ 2. สาธารณสุขและเทคโนโลยี ทางการแพทย์ เป็นกลุ่มที่รัฐบาลค่อนข้างจริ งจังที่จะให้การสนับสนุน มีการดึงนวัตกรรมใหม่ ๆ และงานวิจัยต่าง ๆ เข้ามาร่วม เพื่อที่จะทำให้เราสามารถพั ฒนาสาธารณสุขและเทคโนโลยี ทางการแพทย์ของประเทศไทย

กลุ่มที่ 3. เอไอ จักรกลอัจฉริยะ จะต้องพัฒนาทักษะของผู้ที่จะสร้ างหรือใช้งานให้มีทักษะชั้นสู งในการผลิตออกมา หรือการใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่ าง ๆ ที่ไทยมีความสามารถทางด้านนี้สู ง เราส่งออกทางด้านนี้มานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่เคยนำมารวมกันอย่ างเป็นระบบเท่านั้นเอง, กลุ่มที่ 4. ดิจิตอลและเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคั ญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าในอนาคตกลุ่มนี้ จะสามารถสร้างรายได้เป็นอย่ างมาก และ กลุ่มที่ 5. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์วั ฒนธรรมและบริการ เป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการสนั บสนุน โดยให้ดึงเอานวัตกรรมเข้ ามาแทรกตัว และสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมอื่ น ๆ เพื่อสร้างมูลค่าที่สูงได้

 

                                      
Share:

Related Articles

​‘พาณิชย์’ จัดงานสร้างเครือข่ายสินค้าไทย แนะใช้ FTA รุกขยายส่งออกตลาดโลก

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จัดงาน FTA Fair “สร้างเครือข่ายสินค้าไทย ขยายการส่งออกด้วยเอฟทีเอ” เปิดเวทีเจรจาสร้างเครือข่ายธุรกิจ พ..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​​Amazon Prime Day 2020) ทุบสถิติหนุนเอสเอ็มอี ด้วยยอดขายทั่วโลก 2 วัน โตกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

อเมซอน ประกาศความสำเร็จของมหกรรมช้อปปิ้ง “อเมซอน ไพร์มเดย์ 2020” (Amazon Prime Day 2020) ที่เพื่อการส่งเสริมผู้ค้าที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลา..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020