สามมิตร สมาร์ท ไดร์ฟ สบช่องนักท่องเที่ยว FIT โต ชูแพลตฟอร์มรถบริการท่องเที่ยวแบบออนดีมานด์

by SME Thailand. 13 กย. 2019
Share:



     “สามมิตร สมาร์ท ไดร์ฟ” ธุรกิจบริการรถเพื่อการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรม สบช่องนักท่องเที่ยวสไตส์ FIT เติบโต ชูจุดขายนวัตกรรมการเดินทางรูปแบบใหม่ผ่านแพลตฟอร์มแบบออนดีมานด์และวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง เจาะชาวจีนรุ่นใหม่ที่วางแผนเที่ยวผ่านออนไลน์และมีกำลังซื้อสูง เดินหน้าทำตลาดกลุ่มไมซ์ Post-Tour หวังเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองขับเคลื่อนยกระดับวิสาหกิจท่องเที่ยว
 

     พัชรินทร์ โพธิ์ศิริสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตร สมาร์ท โมบิลลิตี้ จำกัด ภายใต้กลุ่มบริษัท สามมิตร กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ยานยนต์เพื่อการขนส่งและโลจิสติกส์โซลูชั่นครบวงจรระดับประเทศและระดับโลก กล่าวว่า ​​​สามมิตร สมาร์ท ไดรฟ์ (SAMMITR  Smart Drive) เป็นการต่อยอดธุรกิจจากด้านManufacturing Base มาเป็น Service & Solutions Platform ถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตของสามมิตร กรุ๊ป
 

     สามมิตร สมาร์ท ไดรฟ์ เป็นแพลตฟอร์มใหม่ของธุรกิจบริการ “รถเพื่อการท่องเที่ยว” ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความสะดวกและปลอดภัย โดยมีกลุ่มหลักๆคือ กลุ่มลูกค้าในประเทศ เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้หญิงหรือครอบครัวที่มีของสัมภาระเยอะและไม่ชอบการขับรถเอง และกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยในระยะแรกนี้เน้นเจาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT (Foreign Individual Tourism) ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบอิสระวางแผนท่องเที่ยวทุกอย่างด้วยตัวเอง ปัจจุบันจะมีทั้งชาวจีนและยุโรปนิยมการท่องเที่ยวแบบอิสระ


     ทั้งนี้จากสถิติพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยว FIT ชาวจีนเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยสถิติในปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่านักท่องเที่ยวจีนที่มาพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์มีสัดส่วนอยู่ที่ 44 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนักท่องเที่ยวแบบ FIT มีสูงถึง 42 เปอร์เซ็นต์  และคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์


     “เนื่องจากคนจีนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20-34 ปี เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น กลุ่ม FITนี้ จะค้นหาข้อมูล นิยมเลือกจุดหมายปลายทาง จองที่พักและตั๋วเครื่องบินด้วยตนเอง แต่จะเสาะหากิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ในจุดหมายปลายทางนั้นผ่านสื่อออนไลน์ จากนั้นจึงจ้างไกด์ท้องถิ่นเพื่อให้นำเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวที่ตนเองสนใจแบบเจาะลึก ซึ่งสามมิตร สมาร์ทไดร์ฟ ถือเป็นธุรกิจที่มารองรับและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยว FIT ได้เป็นอย่างดี” พัชรินทร์ กล่าว


     นอกจากนี้แล้วจากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในปี 2562 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องจากปีก่อน โดยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยราว 39 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2-4 เปอร์เซ็นต์  และในเดือนมกราคม 2562 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่าชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวน 3.72 ล้านคน โต 4.9 เปอร์เซ็นต์  เป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ 10.3 เปอร์เซ็นต์ เป็นสถิติการขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมไปเที่ยวเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอันดับ 1 คือ ประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการหนุนธุรกิจของ สามมิตร สมาร์ทไดร์ฟ  ให้สามารถขยายตัวได้เป็นอย่างดี


     พัชรินทร์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับการทำตลาดเพื่อให้ถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเน้นสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และสำหรับลูกค้าชาวจีนได้ใช้ช่องทาง Platform WeChat และโปรโมทแผนการท่องเที่ยวและโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านทาง www.ctrip.com เว็บไซต์สำหรับบริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรยักษ์ใหญ่ของจีน อาทิ บริการจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม จองตั๋วรถไฟยังมีการให้บริการร่วมกับในเมืองอื่นๆของหลายประเทศด้วย โดยเฉพาะเมืองสำคัญทางการท่องเที่ยว เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ กรุงลอนดอน หรือ นิวยอร์ก ล่าสุดได้เปิดบริการกับประเทศไทยแล้วด้วย  ถือเป็นช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ที่สำคัญ  และเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงบริการของสามมิตร สมาร์ทไดร์ฟ ได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและภาษาจีนสำหรับบริการผ่านช่องทางอีเมล์ (e-mail) คอล เซ็นเตอร์ (Call Center) และที่ SSD เคาน์เตอร์ ณ ชั้น G ไอคอนสยาม


     สามมิตร สมาร์ท ไดรฟ์ เป็นบริการรถเพื่อการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “เพื่อนร่วมทางที่คุณวางใจ  - ปลอดภัย อุ่นใจ สะดวก คล่องตัว” เน้นเดินทางได้ทั้งคนและของขนสัมภาระแบบส่วนตัวพร้อมกับการวางแผนท่องเที่ยวได้ทั่วประเทศ  กลุ่มเป้าหมายหลักคือนักท่องเที่ยวที่ต้องการความคล่องตัวและขนสัมภาระได้มาก  หรือที่มีน้ำหนักและขนาดใหญ่ เช่น  Wheelchair  Scuba จักรยาน  เหมาะสำหรับการเดินทางแบบส่วนตัว และหมู่คณะในรูปแบบคาราวาน ซึ่งในระยะแรกนี้เปิดให้บริการเดินทางในระยะ 450 กิโลเมตรจากรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ 38 จังหวัด ระยะที่สอง มีแผนขยายต่อเนื่องไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญ และในระยะที่สามจะเปิดให้บริการเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศเพื่อยกระดับขับเคลื่อนวิสาหกิจท่องเที่ยวไทย


     สามมิตร สมาร์ท ไดรฟ์ ให้บริการด้วยนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มอันชาญฉลาด ด้วยลักษณะออนดีมานด์ (On Demand) ที่ลูกค้าสามารถวางแผน เข้าถึงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่รองรับทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน โดยสามารถตรวจสอบเส้นทาง ทราบถึงงบประมาณ จองใช้บริการ และชำระเงินผ่าน Payment Gateway ชั้นนำอย่างคล่องตัวผ่านสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android และ iOS


     รูปแบบการให้บริการแบ่งเป็น 3Ps ดังนี้ 1) P2P Transfer Service บริการรับส่งระหว่างจุด กทม.และอีก 37 จังหวัด เริ่มต้นที่ 840 บาท 2) PIN&GO บริการการเดินทางต่อเนื่องแบบส่วนตัวที่ผู้ใช้บริการสามารถกำหนดเส้นทางได้เอง โดยมีขั้นต่ำของการบริหาร 3 ชม. เริ่มต้นที่ 1,500-6,000 บาท 3) Package-โปรแกรมท่องเที่ยวแบบ 1 วัน หรือเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ แบบ One Day Program เริ่มต้นที่ 6,000 -30,000 บาท


     นอกจากนี้ สามมิตร สมาร์ท ไดร์ฟ ยังมีจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ให้บริการรถเช่าทั่วไป 4 ด้านถือเป็น      กลยุทธ์ที่โดดเด่น คือ 1) Smart Vehicle  โดยรถโมเดลแรกที่นำมาให้บริการเป็นรถ โตโยต้า รีโว้ เพิ่มเติมหลังคาในลักษณะ Conversion รองรับการขนสัมภาระกว่า 500 กิโลกรัม พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการใช้งานและอุปกรณ์ควบคุมความปลอดภัยต่างๆ อาทิ สไลด์ฟลอร์ (Slide Floor) เพื่อความสะดวกในการหยิบ-ค้นหาของหรือสัมภาระต่างๆ ,ระบบแจ้งเตือนความเร็วระหว่างการขับขี่ เสริมด้วยเทคโนโลยี IoT มีระบบเซ็นเซอร์เพื่อตรวจสอบสมรรถนะ เครื่องยนต์และระบบกล้อง CCTV เพื่อความปลอดภัย  2) Smart Driver  พนักงานขับรถที่ผ่านการฝึกอบรมในระดับคุณภาพจาก SAMMITR Smart Drive Academy  3) Smart Service ด้วยบริการ 3Ps ที่มีความยืนหยุ่นคล่องตัวสามารถเลือกแบบการใช้บริการที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ทั้ง 3 แบบให้เลือกตามความเหมาะสม  4) Smart Support  ระบบ Call Center ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือเชื่อมต่อจาก Onboard Driver มายังศูนย์ให้บริการส่วนกลาง (TMC Transportation Management Center) เพื่อควบคุม ตรวจสอบและค้นหาเส้นทางแบบเร่งด่วน รวมทั้งเป็นศูนย์ประสานงานที่ให้ความช่วยเหลือตลอดการเดินทางอย่างปลอดภัย
               

      ที่ผ่านมาสามมิตร สมาร์ท ไดร์ฟ ได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมาย ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในลักษณะของการบอกต่อแนะนำลูกค้าใหม่ โดยมีผู้ใช้บริการประมาณ 300 – 500 ราย ต่อเดือน อัตราส่วนชาวต่างชาติ 30 เปอร์เซ็นต์  และชาวไทย 70 เปอร์เซ็นต์  โดยเป็นการจองล่วงหน้า 80 เปอร์เซ็นต์  และ On-Demand 20 เปอร์เซ็นต์ส่วนการจองที่เคาน์เตอร์ SSD ไอคอนสยาม 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นการจองแบบ Last Minute


     อย่างไรก็ตาม สามมิตร สมาร์ทไดร์ฟ ยังเตรียมแผนเจาะตลาดไมซ์ (MICE)  ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป โดยวางแผนในการร่วมมือกับผู้ประกอบการไมซ์ต่างๆ เพื่อรวมกลุ่มสร้างความแข็งแกร่งในการประมูลงานใหญ่ อาทิ Event Professional หรือ Domestic Management Company (DMC) รวมถึงองค์กรด้านไมซ์ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ โดยปัจจุบันได้มีการร่วมกับพันธมิตรทั้งในรูปแบบตัวแทน ไกด์อิสระ บริษัทนำเที่ยว กลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยว Tourism Cluster กลุ่มสมาพันธ์องค์กรต่างๆ ที่มีการจัด Trade Show หรือ Exhibiiton เพื่อประชาสัมพันธ์ และให้บริการ ณ จุด POP ร่วมกับ MICE Operator ต่างๆ เป็นต้น


     “กลุ่มลูกค้าไมซ์มีหลายระดับและมักเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ เราจึงมุ่งเน้นไปที่ผู้บริหารองค์กรระดับกลางถึงบน ที่วางแผนการเดินทางเพื่อท่องเที่ยวหรือเจรจาธุรกิจหลังการร่วมงานไมซ์ (Post-Tour)  ที่นิยมเดินทางแบบส่วนตัวเน้นความปลอดภัยและมีความคล่องตัวสูงเดินทางได้หลายจุดใน 1 วัน จึงต้องออกแบบการบริการโปรแกรมเฉพาะ (Customized Package) ตามไลฟ์สไตส์และงบประมาณ อาทิ P2P Transfer Service เพื่อการรับส่งสนามบินและโรงแรม Pin&Go ในระหว่างวันใช้เวลาไปพบคู่ค้าในที่ต่างๆ และสำหรับวันสุดท้ายอาจจะเป็น Package การท่องเที่ยวและสันทนาการต่างๆ ซึ่งต้องวางแผนจัดโปรแกรมไว้ให้เลือกหลายแบบล่วงหน้าถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของเรา” พัชรินทร์ กล่าว
 
 



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​Tellscore เตรียมจัดงาน Thailand Influencer Awards 2020

เทลสกอร์ (Tellscore) ผู้นำด้านอินฟลูเอนเซอร์มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์ม ที่ดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย และโคลอมเบีย ประกาศจัดงาน Thailand Infl..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​​กรมสรรพากรชูนวัตกรรมให้ภาษีเป็นเรื่องง่าย ใช้ระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

กรมสรรพากรเปิดตัวระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) นำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อความสะดวกของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และผู..

by SME Startup| 27 ตค. 2020

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020