‘นาโนเทค สวทช.’ ผนึกกำลัง TCELS โชว์ศักยภาพสารสกัดสมุนไพรไทยในงาน COSME 360

by SME Thailand. 18 ตค. 2019
Share:



ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผนึกกำลังทีมไทยทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน Cosmetic 360 องศา โดยนาโนเทค สวทช. นำ 2 งานวิจัยสารสกัดสมุนไพรไทย ทั้งสารสกัดกระชายดำภายใต้ชื่อ BG139 และ สารสกัดบัวบก-ใบหมี่ภายใต้ชื่อ Litzella อวดโฉมในงาน COSME 360 องศาที่ฝรั่งเศส หวังต่อยอดใช้ประโยชน์ด้านเวชสำอางเชิงพาณิชย์ กรุยทางสู่ ‘ไทย คอสเมโพลิส’ (Thai Cosmepolis) ดันไทยเป็นศูนย์กลางด้านเครื่องสำอางในระดับโลก โดยได้รับเกียรติจาก นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐฝรั่งเศส เข้าร่วมชมบูธนิทรรศการภายในงานด้วย
 

ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนา ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า นาโนเทค สวทช. โดยโปรแกรมกลุ่มวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายด้านเวชสำอาง (TDG: Cosmeceuticals) ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โปรแกรมกลุ่มวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย (Technology Development Group; TDG) ที่ สวทช. จัดตั้งขึ้น เพื่อตอบโจทย์สำคัญของประเทศ เข้าร่วมจัดนิทรรศการ Cosmetic 360 องศา ในฐานะทีมประเทศไทยในครั้งนี้ โดยโปรแกรมฯ ด้านเวชสำอางมีวัตถุประสงค์หลักคือ การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลเพื่อมุ่งตอบสนองการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมกลไกสำคัญคือมุ่งเน้นการดำเนินการวิจัยพัฒนาโดยใช้ “Market Driven Approach” ซึ่งมีการกำหนดโจทย์ร่วมกันกับผู้ใช้ผลงานทั้งจากภาคการผลิต บริการ สังคม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึง Open Innovation Approach เพื่อให้ถึงปลายทางสู่การนำไปใช้ประโยชน์
 

นาโนเทคเตรียม 2 ผลิตภัณฑ์ต้นแบบอย่าง BG139 โดย ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ทีมวิจัยการวินิจฉัยระดับนาโน กลุ่มวิจัยวัสดุตอบสนองและเซ็นเซอร์ระดับนาโน และ Litzella โดย ดร.มัตถกา คงขาว ทีมวิจัยเวชศาสตร์นาโน กลุ่มวิจัยการห่อหุ้มระดับนาโน โดยจะนำเสนอต้นแบบผลิตภัณฑ์อนุภาคนาโน, ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้นแบบและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
 

“ทั้ง 2 นวัตกรรมของนาโนเทคที่จะนำไปร่วมแสดงในงาน COSME 360 องศา เป็นสารสกัดอนุภาคนาโนจากพืชสมุนไพรไทยที่จะตอบโจทย์ความต้องการเรื่องของผิว และผม ที่มีจุดแข็งเรื่องของสารสกัดจากธรรมชาติ โดยใช้เทคโนโลยีนาโนที่จะเสริมสมบัติของสารจากธรรมชาติให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้เราคาดหวังจะมีผู้ประกอบการระดับโลกสนใจต่อยอดใช้ประโยชน์นวัตกรรมจากงานวิจัยทั้ง 2 เรื่องนี้ ด้วยงานนิทรรศการ Cosmetic 360 องศา เป็นนิทรรศการทางด้านเครื่องสำอาง เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ใหญ่ในระดับโลก และได้รับการยอมรับจากนักธุรกิจ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง” รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนา นาโนเทค สวทช. กล่าว

 
พร้อมกันนี้ ดร.อุรชา ชี้ว่า เราหวังที่จะเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทยจากผลงานวิจัยที่ สวทช. ดำเนินการ เพิ่มโอกาสสร้างความร่วมมือ สร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติด้านการวิจัยและพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถการวิจัยและพัฒนาด้านเครื่องสำอาง/เวชสำอางของประเทศไทย รวมไปถึงเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ นับเป็นกลไกการผลักดันผลงานวิจัยด้านเวชสำอางไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
 

การนำเสนอ 2 นวัตกรรมจากสารสกัดอนุภาคนาโนสมุนไพรไทยในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพ และผลงานการวิจัยและพัฒนาทางด้านเวชสำอาง/เครื่องสำอางของประเทศไทยในระดับนานาชาติ ยังเป็นการติดตามความก้าวหน้าการวิจัยและพัฒนาในเวทีโลกเพื่อเป็นแนวทางในการวิจัยและพัฒนาในอนาคต ที่จะปูทางขับเคลื่อนไทยเป็นเมืองนวัตกรรมด้านเครื่องสำอางหรือไทย คอสเมโพลิส (Thai Cosmepolis) ที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. เป็นผู้ริเริ่ม ด้วยหวังพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย
 

ด้าน ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและนวัตกรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS กล่าวว่า งาน Cosmetic 360 องศาครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังทีมไทยของภาครัฐ และเอกชนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) พร้อมเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ นาโนเทค สวทช. มหาวิทยาลัยนเรศวร, คลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย, หอการค้าฝรั่งเศส-ไทย และบริษัทเอกชนด้านเครื่องสำอาง/เวชสำอาง เข้าร่วมจัดนิทรรศการ Cosmetic 360 องศา ในฐานะทีมประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “High Quality Natural Ingredients from Thailand, Biodiversity Hub of Asia” เพื่อนำเสนอขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง/เวชสำอาง โดยมุ่งเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติของไทยในการวิจัยและพัฒนา แสดงให้เห็นความสำคัญและการเข้าไปมีบทบาทในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีที่รองรับการเติบโตและตอบความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน
 

“งานในครั้งนี้ เรามุ่งเน้นสารสกัดธรรมชาติของไทยที่มีคุณภาพสูง มีความหลากหลาย และมีงานวิจัยที่จะต่อยอดนวัตกรรมไทยไปสู่ตลาดโลก โดยความร่วมมือกับสภาหอการค้าไทย-ฝรั่งเศส จะช่วยดึงดูดให้บริษัทเอกชนฝรั่งเศส หันมาสนใจลงทุนทำธุรกิจกับประเทศไทยมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์การผลักดัน ธุรกิจ Beauty and Wellness โดยเฉพาะการลงทุนในพื้นที่ EEC เป็นต้น” ดร.ศิรศักดิ์ กล่าว
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ทีเอ็มบีและธนชาต เสริมแกร่งความรู้ให้ผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโครงการ LEAN Supply Chain

ทีเอ็มบีและธนชาต จัดอบรม โครงการ LEAN Supply Chain by TMB I Thanachart ครั้งที่ 16 แก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้รับเหมาและวัสดุก่อสร้าง ให้ความร..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​TikTok ส่ง “TikTok For Business” พลิกโฉมวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งไทย

การเปิดตัว “TikTok For Business” ไม่ม่เพียงแต่เป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดและนักโฆษณาทั่วโลกแต่ยังเป็นกา..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020

​กกพ. สนับสนุน 26 โครงการพลังงานสะอาด ภายใต้ธีม Clean Energy For Life

สำนักงาน กกพ. เปิดตัว 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการภายใต้ธีม "Clean Energy For Life: ใช้พลังงานสะอาด เพื่อ..

by SME Thailand.| 28 ตค. 2020