กสอ. คิกออฟ สร้างระบบนิเวศส่งเสริม SME ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

by SME Thailand. 16 ธค. 2019
Share:



      กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) คิกออฟ สร้างระบบนิเวศส่งเสริม SME ปรับการทำงานเชิงรุก ริเริ่มกิจกรรม “อธิบดีผนึกกำลังผู้นำพื้นที่” รุกถกสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ระดมความคิดและรับฟังความเห็น พร้อมร่วมกันส่งเสริมและชี้กลุ่มเป้าหมาย SME ในพื้นที่ เน้นสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ประเดิมลงพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 จ.อุบลราชธานี เดินหน้าส่งเสริม 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และยโสธร)
 

     ณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรม ต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนให้มีศักยภาพและสร้างขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สามารถพัฒนาผู้ประกอบการ สถานประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนกว่า 60,000 ราย พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้กว่า 3,000 ผลิตภัณฑ์ สร้างและเชื่อมโยงเครือข่าย 35 กลุ่ม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 15,000 ล้านบาท และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อเป็นการต่อยอดให้ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนได้รับการพัฒนาและยกระดับให้มีศักยภาพยิ่งขึ้นไปอีก กสอ. จึงได้ปรับกลไกการทำงาน โดยเดินหน้าเน้นการทำงานเชิงรุก ด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาชน จัดประชุมหารือ ระดมความคิด และรับฟังความคิดเห็น เพื่อเสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ รวมถึงช่วยกันพิจารณาชี้กลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมาย ให้ได้รับบริการที่ตรงกับความต้องการและเหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้สามารถพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม


     โดย กสอ. ได้มีการจัดประชุมหารือระดมความคิดและรับฟังความเห็นขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้นำชุมชน จาก 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 (จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และยโสธร) เข้าร่วมให้ข้อเสนอแนะกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่ง กสอ. จะเร่งดำเนินการขยายผลต่อยอดจากการประชุมในครั้งนี้ พร้อมทั้งให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่ง ทั่วประเทศ จัดการประชุมหารือให้ครบทุกภูมิภาคโดยเร็ว สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีการหารือร่วมกับประธานหอการค้า ประธานสภาอุตสาหกรรม และประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีในเร็วๆ นี้เช่นกัน


     ณัฐพล กล่าวต่อว่า การจัดประชุมหารือระดมความคิดและรับฟังความเห็นในแต่ละพื้นที่นั้น กสอ. จะเชิญผู้นำพื้นที่ทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน อาทิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด สมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัด สภาเกษตรกรจังหวัด ผู้ประกอบการในพื้นที่ และผู้นำชุมชนในทุกระดับ มาร่วมด้วยช่วยกันชี้กลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมาย เพื่อให้ได้รับบริการตรงความต้องการ ตามเป้าหมายของแต่ละโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้ง ยังจะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ซึ่งทำให้ กสอ. สามารถส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการได้อย่างตรงความต้องการ นอกจากนี้ กสอ. ยังจะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้จากพื้นที่ไปดำเนินการจัดทำมาตรการโครงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในปีต่อๆ ไป ได้ตรงประเด็นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


     ณัฐพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลจากการประชุมหารือครั้งนี้ พบว่าส่วนใหญ่มีข้อเสนอแนะให้ กสอ. เน้นการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการ SME  และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ที่มีศักยภาพสูงและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ การสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบการ โดยให้ภาคเอกชนสามารถใช้พื้นที่สำหรับงานวิจัยต่างๆ และร่วมกันต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ รวมถึงให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการฝึกงานด้วย ขณะเดียวกัน อยากให้มีการส่งเสริมและต่อยอดผลงานของนักศึกษาที่ชนะการประกวดจากโครงการต่างๆ ของ กสอ. ให้สามารถพัฒนามาสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง การส่งเสริมและสนับสนุนให้วิสาหกิจชุมชนเข้าถึงแพลตฟอร์มการทำตลาดออนไลน์และระบบ


     โลจิสติกส์ การพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ของวิสาหกิจชุมชนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น ตลอดจนการหาแหล่งเงินทุนในการประกอบธุรกิจ ซึ่งเสนอให้มีการเพิ่มข้อจำกัด และคุณสมบัติในการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบธุรกิจให้กว้างขึ้นและการปรับปรุงขั้นตอนการอนุมัติการกู้เงินให้มีความรวดเร็ว


     “เพื่อให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรมที่ได้ปรับเปลี่ยนระบบการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลเซอร์วิส กสอ. จึงมีนโยบายให้ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนทุกรายที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ รวมทั้ง ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมงานกับ กสอ. ลงทะเบียนเป็นสมาชิกด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ i-Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และตรงประเด็นยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการยกระดับการทำงานของ กสอ. และเป็นการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการที่ตรงจุด เกิดการสร้างมูลค่าและการผลักดัน รวมถึงเป็นการเร่งกระจายการพัฒนาไปสู่ภูมิภาคและชุมชนทั่วประเทศไทยอย่างแท้จริง”
ณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
 
 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​บสย. จัดหนักเปิดบูธ “แก้หนี้” ช่วยSME

บสย. จัดหนักเพื่อ SMEs เปิดบูธ “แก้หนี้” ระดมทีม หมอหนี้ หาทางออก “ปรับโครงสร้างหนี้” ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 20 ระหว่าง 22-25 ตุลาคมนี้

by SME Thailand.| 22 ตค. 2020

​HP จัดโปรแกรมเช่าซื้อ-เช่าใช้อุปกรณ์ไอทีสำหรับธุรกิจ ช่วย SME–Startup ขับเคลื่อนธุรกิจบนเส้นทางการฟื้นตัว

ธุรกิจจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายในสภาพกดดันจากการสถานกาณ์ผันผวนต่างๆ และพยายามต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้น ผู้ประกอบการ SME – Start up จำเป็นต้อ..

by SME Thailand.| 21 ตค. 2020

​กรุงไทย–แอกซ่า ประกันชีวิต คว้ารางวัลสถานที่ทำงานที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย แซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยา..

by SME Thailand.| 20 ตค. 2020