เดินหน้าทุบสถิติต่อเนื่อง! แคนนอนฉลองก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ ผลิตเลนส์ RF และ EF ทะลุ 150 ล้านชิ้น

by SME Thailand. 15 กพ. 2021
Share:



      แคนนอนขอขอบคุณผู้ใช้งานที่เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ในการผลิตเลนส์ RF และ EF1 ที่ใช้สำหรับกล้องถ่ายภาพแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตระกูล EOS ทะลุ 150 ล้านตัวเมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยรุ่นที่ผลิตเป็นตัวที่ 150 ล้าน คือ เลนส์ซูมเทเลโฟโต้ RF70-200mm F2.8L IS USM ที่เริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2562 พร้อมกันนี้แคนนอนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้งาน เพื่อร่วมกันสร้างสถิติในครั้งต่อไปด้วยกันอย่างไม่หยุดยั้ง
 
 
       ทั้งนี้การผลิตเลนส์ RF และ EF สำหรับกล้อง SLR ที่มาพร้อมระบบออโต้โฟกัสตระกูล EOS ของแคนนอน เริ่มขึ้นในปี 2530 ณ โรงงานของแคนนอนที่อุตสึโนมิยะ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เลนส์ RF และ EF ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้กล้องในหลากหลายกลุ่มจนทำให้สามารถขยายฐานการผลิตรวมเป็น 4 แห่ง ประกอบด้วย แคนนอน ญี่ปุ่นแคนนอน ไต้หวัน แคนนอน ออปโต้ มาเลเซีย และแคนนอน โออิตะ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
 
 
       ในปี 2538 มียอดผลิตเลนส์ตระกูล EF ครบ 10 ล้านชิ้น และก้าวเข้าสู่ 50 ล้านชิ้นในปี 2552 โดยในเดือนเมษายน ปี 2557 แคนนอนได้ฉลองความสำเร็จในการผลิตเลนส์แบบถอดเปลี่ยนได้ครบ 100 ล้านชิ้นเป็นรายแรกของโลก และล่าสุดกับการทำลายสถิติยอดการผลิตเลนส์แบบถอดเปลี่ยนได้ด้วยการผลิตเลนส์ตระกูล RF และ EF ได้ถึง 150 ล้านชิ้นในเดือนมกราคมปี 2564  หากนำเลนส์ RF และ EF ที่แคนนอนได้ผลิตนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน2 ทั้งหมดมาต่อกันจะมีความยาวประมาณ 12,450 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าเส้นผ่านศูนย์กลางของโลกที่มีความยาวประมาณ 12,742 กิโลเมตรเลยทีเดียว
 
 
       อย่างไรก็ตาม เลนส์ EF ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแคนนอนที่ได้รับการเปิดตัวมาพร้อมกับระบบกล้อง EOS SLR ในปี 2530 ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องหลังจากการเปิดตัว ทำให้แคนนอนได้ขึ้นเป็นผู้นำในตลาด จากการนำเอานวัตกรรมเทคโนโลยีที่หลากหลายมาประกอบรวมกัน อาทิ การนำเทคโนโลยีมอเตอร์แบบอัลตร้าโซนิค (Ultrasonic Motor; USM) มาใช้เป็นรายแรกของโลก3 เทคโนโลยีการป้องกันภาพสั่นไหว (Image Stabilizer; IS) ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสั่นไหวของกล้อง รวมถึงชิ้นเลนส์ DO (Diffractive Optical) ที่มีการหักเหของแสงสูงมาใช้ เพื่อให้เลนส์มีขนาดเล็กและเบาลง
 
 
        และในปี 2561 แคนนอนก็ได้เปิดตัวระบบ EOS R System และเลนส์ตระกูล RF นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องที่มาพร้อมคุณภาพที่สูงขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “รวดเร็ว สะดวกสบาย พร้อมให้ภาพที่คุณภาพสูง (Speed, Comfort and High Image Quality)” โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์เลนส์ตระกูล RF และ EF มีจำนวนมากกว่า 118 รุ่น4 ขยายขีดจำกัดของการถ่ายภาพให้กว้างขึ้น สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากการนำเสนอเลนส์รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แคนนอนคงความเป็นผู้นำ โดยครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับหนึ่งในตลาดกล้องดิจิตอลแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้มาต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 17 ปี 5 ตั้งแต่ปี 2546 และในเดือนกันยายน 2562 แคนนอนก็ได้เฉลิมฉลองครบ 100 ล้านชิ้นในการผลิตกล้องแบบถอดเปลี่ยนได้ของตระกูล EOS มาแล้วเช่นกัน
 
 
 
 
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​หน่วยงานรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังเซเว่นฯ จัดสัมมนาออนไลน์ Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19...ทำอย่างไรให้รอด

4 พันธมิตร สสว.-กสอ.-SME D Bank -สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น จัดสัมมนาออนไลน์ “Think for Growth : SME ยุควิกฤตโควิด-19..

by SME Thailand.| 22 กย. 2021

​แกร็บ ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก

แกร็บ ผู้นำซูเปอร์แอปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำ..

by SME Thailand.| 21 กย. 2021

​ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16

สมาคมการขายตรงไทย (TDSA) หนึ่งในสมาชิกของสมาพันธ์การขายตรงโลก (WFDSA) เตรียมพร้อมจัดงานประชุมสมาพันธ์การขายตรงโลก ครั้งที่ 16 ในรูปแบบออนไลน์ มุ่งเส..

by SME Thailand.| 16 กย. 2021