NIA ตั้งเป้าหนุนสตาร์ทอัพไทยโกอินเตอร์

by SME Startup 27 เมย. 2018
Share:




     สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ตั้งเป้าส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก โดยมุ่งเน้นพัฒนา 9 หมวดสาขาธุรกิจ อาทิ การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและอาหาร และการท่องเที่ยวให้ออกสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น และโชว์บริการเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยในหลากหลายด้าน เช่น บริการด้านฐานข้อมูล บริการแหล่งเงินทุนสนับสนุนนวัตกรรม อีกทั้งยังเร่งสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น สมาร์ทวีซ่า และมาตรการยกเว้นภาษีที่ส่งเสริมให้บุคลากรชั้นนำด้านเทคโนโลยี (Tech Talent) เข้ามาลงทุนธุรกิจไทย

     ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เผยว่า ยุทธศาสตร์ส่งเสริมสตาร์ทอัพของ NIA ในปี 2561 มุ่งผลักดันให้กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีขีดความสามารถการแข่งขันในระดับโกลบอลหรือ ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในระดับหัวเมืองให้มากขึ้น โดยมุ่งเน้น 9 หมวดสาขาธุรกิจ ได้แก่ เกษตรและอาหาร การเงิน การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ การศึกษา อสังหาริมทรัพย์และนวัตกรรมเมือง ไลฟ์สไตล์และบันเทิง เทคโนโลยีอุตสาหกรรม และการบริการธุรกิจ

     สำหรับความพร้อมของ NIA ขณะนี้มีระบบนิเวศที่มีการสร้างพันธมิตรเครือข่ายกว่า 25 ประเทศที่ช่วยส่งเสริมวิสัยทัศน์ด้านความเป็นนานาชาติให้กับธุรกิจสตาร์ทอัพไทย อาทิ เยอรมนี สวีเดน ออสเตรีย และญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากนโยบายส่งเสริมให้ธุรกิจสตาร์ทอัพไทยไปสู่ต่างประเทศแล้ว ยังส่งเสริมแนวทางสมาร์ทวีซ่าเพื่อดึงชาวต่างชาติที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมมาตรการการยกเว้นภาษีที่ขณะนี้มีผลบังคับใช้ โดยมีส่วนช่วยให้สตาร์ทอัพมีแหล่งเงินทุนที่นำไปใช้ดำเนินการบ่มเพาะธุรกิจให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
         
   
 ในส่วนของด้านบริการและการส่งเสริมสตาร์ทอัพในปีนี้ NIA เน้นพัฒนาบริการให้เกิดขึ้นอย่างครอบคลุมในทุกมิติ และผลักดันให้กลุ่มสตาร์ทอัพเข้าถึงบริการต่างๆ ได้อย่างไร้ข้อจำกัด เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ เช่น

     - บริการแหล่งเงินทุนสนับสนุนนวัตกรรม ผลักดันให้สตาร์ทอัพแต่ละกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลอดจนให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ บริการพี่เลี้ยงด้านการผลิต การบริหารจัดการ การพัฒนานวัตกรรม ฯลฯ

     - สร้างระบบนิเวศ เพื่อสนับสนุนบรรยากาศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจด้วยการเชื่อมโยงกับหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศในการสนับสนุนด้านพื้นที่ การสร้างมาตรการต่างๆ เช่น โครงการสมาร์ทวีซ่า และมาตรการยกเว้นภาษี

     - จัดฝึกอบรม สัมมนาให้ความรู้ เปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงบุคลากรภาครัฐให้มีโอกาสเรียนรู้เทรนด์นวัตกรรมมากกว่า 150 กิจกรรม แต่ละกิจกรรมมีหลักสูตรที่เข้มข้นที่ให้แนวทาง พร้อมทั้งการปฏิบัติจริงในการพัฒนาธุรกิจ และนำไปปรับใช้ในการขอรับการพิจารณาสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินการจาก NIA ได้ นอกจากนี้ ยังจัดค่ายต่างๆ ให้เยาวชนและนักศึกษาได้ค้นหาและบ่มเพาะความเป็นสตาร์ทอัพ โดยจะต่อยอดการลงทุนให้กับกลุ่มเหล่านี้ในอนาคต

     - เวิร์กช็อปเชื่อมโยงเครือข่ายสตาร์ทอัพ เพื่อผลักดันให้กลุ่มสตาร์ทอัพมีโอกาสที่กว้างขวางในการเข้าถึงการสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือภาคธุรกิจในไทยและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการเตรียมความพร้อมที่จะขยับขยายไปสู่เวทีสากลได้เร็วขึ้นผ่านกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ ตลอดทั้งปี อาทิ กิจกรรม Dream Fest กิจกรรม District Summit กิจกรรม Health Fest และกิจกรรม Startup Thailand เป็นต้น

     - บริการด้านฐานข้อมูล โดยมี Web Portal ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานและสตาร์ทอัพ ผ่าน www.startupthailand.org ช่องทางการสร้างการรับรู้เกี่ี่ยวกับกลไกและกิจกรรมการสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้นของ NIA ให้กลุ่มประชาชน ผู้ประกอบการ รวมถึงนักศึกษาได้รับทราบและนำไปต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ รวมทั้งให้บริการด้าน Big Data ที่ช่วยประมวลผลและวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อให้ธุรกิจสตาร์ทอัพสามารถปรับตัวได้ทันกับสถานการณ์ต่างๆ

     อย่างไรก็ดี จากการเติบโตของสตาร์ทอัพไทยในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ปีนี้มีการเปลี่ยนไปจากช่วงเวลาดังกล่าวอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองเป้าหมายที่น่าลงทุนอันดับหนึ่งในเอเชีย การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพที่ประกอบธุรกิจได้จริงเกือบ 2,000 ราย การผลักดันให้นักศึกษาในมหาวิทยาลัยสามารถจดทะเบียนและจัดตั้งธุรกิจได้กว่า 30 บริษัท การเปลี่ยนกฎหมาย พรบ. สิทธิประโยชน์ มาตรการทางภาษี ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่เป็นผลให้บริษัทและธุรกิจขนาดต่างๆ ในประเทศเกิดความสนใจและมีเงินพร้อมลงทุนกว่า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 35,000 ล้านบาท
         
     
 ทั้งนี้ ในเดือนพฤษภาคม NIA ได้จัดงาน Startup Thailand 2018 ภายใต้แนวคิด Endless Opportunities เพื่อโชว์ศักยภาพธุรกิจสตาร์ทอัพไทยกว่า 400 รายแก่นานาชาติ ภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ อาทิ พื้นที่จัดแสดงกลุ่มธุรกิจตัวอย่างของสตาร์ทอัพ เช่น ฟินเทค การแพทย์ เกษตรและอาหาร เวทีพิชชิ่งธุรกิจ กิจกรรม Speed Dating การให้คำปรึกษาโดยพี่เลี้ยงมากประสบการณ์แบบตัวต่อตัว เวทีให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 ราย กิจกรรมฟอรั่มจากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติกว่า 20 ประเทศ กิจกรรมการแข่งขันแฮ็คคาธอน และกิจกรรมแข่งขัน Startup Thailand League ระดับอุดมศึกษาและอาชีวะศึกษา ฯลฯ โดยงานดังกล่าวเป็นช่องทางในการผลักดันให้กลุ่มสตาร์ทอัพในไทยและบุคคลที่สนใจได้มองเห็นโอกาสในการต่อยอดแนวคิด โมเดลธุรกิจ และนวัตกรรมในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ พร้อมเป็นการสร้างพื้นที่ในการพบปะนักลงทุนระดับนานาชาติในระดับที่เข้มข้นขึ้น




www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​เปิดกล่องไอเดีย Sesamilk แบรนด์ไทยผู้สร้างนวัตกรรมน้ำนมงาแท้ 100% เจ้าแรกของโลก

ทั้งๆ ที่รู้ว่าการเปลี่ยนพืชน้ำมันให้เป็นน้ำนม เหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่เป้าหมายที่อยากสื่อสารกับใครได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นผู้ผลิตน้ำนมพร้อมดื่..

by SME Thailand.| 17 กย. 2020

​จากไอเดียทำผักให้ลูกทาน สู่นวัตกรรม Crispy Go ผักโขมอินทรีย์อบกรอบ เตรียมเจาะตลาดภารตะ

แรงบันดาลใจสำคัญแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าการแปรรูปผักโขมเป็นเรื่องยาก แต่ความตั้งใจให้ลูกได้ทานผัก กลายเป็นแรงฮึดที่ลูกได้ทานของดี และกลายเป็นสแน็คผลิตภั..

by SME Startup| 18 กย. 2020

​Marbling Art เทคนิคลายผ้าบนผิวน้ำจากตุรกีที่แจ้งเกิดธุรกิจในฝันให้สาวอยุธยา

สาวนักออกแบบฉีกกฎการออกแบบลายผ้า นำเทคนิคออกแบบลายผ้าบนผิวน้ำจากตุรกี เพิ่มมิติลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และยังทำได้เร็วกว่าการทำผ้าบาติกถึง 5 เท่า กลาย..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020