5 สูตรเด็ดทำออนไลน์ ดันธุรกิจบริการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง

by SME Startup 19 ธค. 2018
Share:




 

     แม้ว่าการทำการตลาดทุกวันนี้จะมีหลายหลากช่องทางให้เลือกเพื่อใช้ในการโปรโมทบริการของแบรนด์ แต่ด้วยความที่มีตัวเลือกมากเกินไปนี่แหละเลยทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องสูญเงินลงทุนไปกับแคมเปญต่างๆ โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมา และด้วยความที่โลกยุคปัจจุบันซึ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้แค่เพียงปลายนิ้ว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ออนไลน์นั้นเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะฉะนั้นมาดู 5 เคล็ด (ไม่) ลับแบบเด็ดๆ ของการใช้เครื่องมือนี้ที่จะทำให้ธุรกิจบริการเล็กๆ สามารถลุกขึ้นสู้กับรายใหญ่ๆ ได้  
 
     1. รวบรวมรีวิวจากทุกแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว
         ก่อนที่ลูกค้าจะทำการตัดสินใจซื้อของบนออนไลน์สักอย่าง พวกเขามักจะเข้าไปอ่านรีวิวที่เกี่ยวกับโปรดักต์นั้นๆ ดังนั้น เพื่อกันคนไม่ให้ออกจากเว็บไซต์เพื่อไปหาอ่านรีวิวจากที่อื่นซะก่อน ผู้ประกอบการจึงควรรวบรวมรีวิวทั้งหมดจากทุกแพลตฟอร์มมาไว้บนหน้าโฮมเพจของตัวเอง เพื่อให้คนที่สนใจในบริการตัวนั้นสามารถอ่านได้อย่างสะดวกและถ้าถูกใจหรือเห็นว่าดีก็อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าของแบรนด์และเพิ่มยอดขายให้ได้
 
     2. ให้ข้อมูลติดต่อหลายช่องทางและตอบกลับในทันที
         เมื่อลูกค้าเกิดปัญหาสิ่งแรกที่พวกเขาจะทำคือ ติดต่อไปยังผู้ให้บริการ เพราะฉะนั้นอย่าลืมที่จะใส่ข้อมูลและช่องทางการติดต่อเอาไว้บนทุกหน้าของเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ อีเมล รวมไปถึงการทำกล่องข้อความเพื่อรับฟังปัญหาและความคิดเห็นต่างๆ บนเว็บ อย่างไรก็ตาม ทุกช่องทางการติดต่อบนโลกใบนี้จะไม่มีประโยชน์อะไร จนกว่าผู้ให้บริการจะทำการติดต่อกลับไปในทันที หรือพูดง่ายๆ ว่า ควรรับโทรศัพท์ตั้งแต่กริ๊งแรกที่ได้ยิน ตอบกลับอีเมลทันทีที่ได้รับ เพราะยิ่งเร็วเท่าไร ยิ่งเพิ่มโอกาสในการหาทางแก้ไขที่เหมาะสมให้กับลูกค้าได้เร็วเท่านั้น
 
     3. โชว์รางวัลและเกียรติคุณ
          แน่นอนว่า ความประทับใจแรก หรือ First Impression นั้นคือสิ่งที่จะเอาชนะใจผู้บริโภคได้ ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทางแบรนด์จะสามารถแสดงให้เห็นถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ ก็ควรนำออกมาโชว์ให้ได้เห็น เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่มักกดเข้าไปดูหน้า “ที่เกี่ยวกับเรา หรือ About Us” เพื่อดูข้อมูลต่างๆ ของบริษัท เพราะฉะนั้น ข้อมูลอย่างการเป็นสมาชิกหอการค้าหรือสมาคมธุรกิจต่างๆ รวมถึงรางวัลที่เคยได้รับ ควรนำมาใส่ไว้บนเว็บไซต์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทางแบรนด์และจะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเชื่อใจและมั่นใจในการบริการมากขึ้น
 
     4. ใช้งานง่ายผ่านมือถือ
         ยุคนี้ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนเลยไม่น่าแปลกใจว่าคนที่จะเข้ามาเป็นลูกค้าของแบรนด์นั้นอาจจะมาจากช่องทางนี้ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการควรทำให้แน่ใจว่าทราฟฟิกการใช้งานเว็บไซต์ผ่านทางมือถือต้องสะดวกและไม่ติดขัด ที่สำคัญการให้ข้อมูลช่องทางการติดต่อนั้นต้องอยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักขี้เกียจที่จะต้องไปค้นหาว่าจะติดต่อทางแบรนด์ได้ยังไงนั่นเอง
 
     5. ลองตัวเลือกอย่าง Retargeting
         เมื่อลูกค้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะซื้อของจากแบรนด์ไหนดี เลยเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการมากขึ้นที่จะใช้การทำการตลาดเพื่อย้ำความสนใจหรือ Retargeting ซึ่งก็คือการกลับไปเข้าถึงคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับทางเว็บไซต์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยเข้าเว็บ คลิกดูโฆษณาหรือใช้แอปพลิเคชัน การได้ข้อมูลเหล่านี้มาทำให้ทางเจ้าของเว็บสามารถใช้โฆษณาวิ่งกลับไปหาคนเหล่านั้นได้ เช่น สำหรับคนที่เคยเข้าเว็บมาแล้วก็จะให้เห็นโฆษณาของการลดราคาสินค้า หรือคนที่เคยซื้อไปแล้วก็จะให้เห็นสินค้าตัวใหม่พร้อมส่วนลด วิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าที่ยังไม่พร้อมซื้อในตอนแรกเกิดการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการของแบรนด์ได้   
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup
 
 
 
Share:

Related Articles

​เม็ดเงินลงทุนธุรกิจร้านกาแฟในอินโดนีเซียสะพัด เมื่อทุน VC หนุน Startup หลังปรับ Business Model แล้วเวิร์ค

เบื้องหลังความสำเร็จของ 2 คาเฟ่ดาวเด่นอินโด Kopi Kenangan และ Fore Coffee ที่ทำให้สามารถระดมทุนจาก VC ได้หลายล้านบาท

by SME Startup| 17 กย. 2019

​พลิกจาก Tech Startup สู่ Food Startup โอกาสของหนุ่มสาวเอเชียในซิลิคอล วัลเลย์

เมื่อ Tech Startup เอเชียในซิลิคอล วัลเลย์ มองเห็นโอกาสจึงผันตัวตัวเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหารกันมากมาย

by SME Startup| 16 กย. 2019

​MASH หยิบเห็ดหิมะมาทำเครื่องดื่ม เจาะเทรนด์คนรักสุขภาพ

ท่ามกลางคู่แข่งขันที่มากหน้าหลายตาการที่จะสามารถแทรกเข้าไปอยู่ในตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้ จำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้านั้น เหมือนดังเช..

by SME Startup| 12 กย. 2019