โอกาสทอง SME! อี-คอมเมิร์ซเซาท์อีสต์เอเชียโตแรงทะลุแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2025

by SME Startup 08 ตค. 2019
Share:

 
 
Main Idea 
 
  • ชี้เศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตในอัตรา 39% ทำให้มูลค่าตลาดทะยานไปแตะที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3 ล้านล้านบาทในปลายปี 2019  
 
  • ตลาดอี-คอมเมิร์ซ ขยายตัวมากที่สุด รองลงมาคือ ride-hailing หรือบริการเรียกรถผ่านแอป และ digital payment การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
 



     รายงานประจำปีของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้แก่บริษัทกูเกิล บริษัทเทมาเส็ก และบริษัทเบนแอนด์คัมพานีชี้เศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มเติบโตในอัตรา 39% ทำให้มูลค่าตลาดทะยานไปแตะที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3 ล้านล้านบาทในปลายปี 2019 นี้ เทียบกับปีที่แล้วที่มีมูลค่า 72,000 ล้านเหรียญ

     ในรายงานที่มีชื่อว่า The e-Conomy SEA 2019 ยังชี้ว่าการเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากจำนวนผู้ใช้งานออนไลน์ในภูมิภาคเพิ่มขึ้น คาดว่าปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 360 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 2015 และในขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อิงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเชื่อมโยงระหว่างกันด้วยอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทยเติบโตอย่างน่าประทับใจอยู่แล้วปีละ 20-30 เปอร์เซนต์ แต่ในอินโดนีเซียกับเวียดนามนั้นโตยิ่งกว่าในอัตรา 40 กว่าเปอร์เซนต์ต่อปี การใช้งานอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคก็เพิ่มขึ้น โดยอี-คอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่ใหญ่สุดและเติบโตเร็วสุด

     ทั้งนี้ ตลาดอี-คอมเมิร์ซในปัจจุบันของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.15 ล้านบาท) คาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มไปอยู่ที่ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราวปี 2025 ก่อนหน้านั้น เคยมีรายงานของไอไพรซ์ กรุ๊ป แพลตฟอร์มค้นหาสินค้าและเปรียบเทียบราคา และแอพ แอนนี่ บริษัทวิเคราะห์แอปพลิเคชั่นที่ระบุในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 ลาซาด้า แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ของอาลีบาบา อี-คอมเมิร์ซใหญ่สุดของจีนครองแชมป์มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากที่สุด รองลงมาคือชอปปี้  ปิแอร์ ปัวยอง (Pierre Poignant) ประธานบริหารคนใหม่ของลาซาด้าเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่าลาซาด้ามียอดผู้ใช้บริการมากกว่า 50 ล้านคนต่อปี ส่งผลให้ลาซาด้าเป็นอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่อันดับ 1 ในภูมิภาค 

     นอกจากตลาดอี-คอมเมิร์ซที่เติบโตมากสุด อีกตลาดที่มีอัตราการเติบโตทางธุรกิจสูงเช่นกันคือ ride-hailing หรือบริการเรียกรถผ่านแอป โดยได้รับการหนุนเนื่องจากบริการ food delivery บริการเรียกรถผ่านแอปเป็นธุรกิจที่โตเป็นอันดับ 2 รองจากอี-คอมเมิร์ซ โดยมีมูลค่าประมาณ 12,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2015 ที่ตลาดมีมูลค่าเพียง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์ว่าในปี 2025 ธุรกิจ ride-hailing จะมีมูลค่าเกิน 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีแกร็บ และโกเจ็ก Tech Startup รายใหญ่สองรายที่ขับเคี่ยวกันในธุรกิจนี้

     ในส่วนของการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ digital payment ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็โตขึ้นเช่นกัน คาดว่าในอีก 6 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกหรือ e-wallet มูลค่าจะเพิ่มอีก 5 เท่าเมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีมูลค่า 22,000 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่บริการสินเชื่อออนไลน์ก็จะพุ่งไปอยู่ที่ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 โดยเป็นผลจากการขับเคลื่อนของผู้บริโภคและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  

     จากผลการศึกษาล่าสุด นวัตกรรมใหม่ๆ ทำให้บริการด้านการเงินเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการประชาชน 100 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ถูกจำกัดการเข้าถึงบริการด้านการเงินในปัจจุบัน  โรหิต สิปะหิมาลานี ผู้บริหารกลุ่มการลงทุนของเทมาเส็กกล่าวว่า “เทคโนโลยีเคลื่อนที่ (mobile technology) กำลังเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานของประชากรในเอเชียอาคเนย์ ทำให้พวกเขาเข้าถึงโอกาสและตลาดใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น และเทรนด์นี้ก็นำไปสู่โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้”

     การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคยังส่งผลให้การอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนในกลุ่ม Startup ในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นด้วย ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการระดมทุนในแต่ละรอบของ Startup โดยเฉลี่ยเพิ่มเกือบเท่าตัว เช่น การระดมทุนครั้งแรก (seed stage) เพิ่มจาก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 800,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และการระดมทุนในซีรีส์ A ก็เพิ่มจาก 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นต้น

     ในรายงาน The e-Conomy SEA 2019 ยังระบุว่าแม้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2019 จะชะลอตัว แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่สดใสเนื่องจากมีการไหลเข้าของเงินทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างในช่วงครึ่งแรกของปี 2019 กลุ่มบริษัทอินเทอร์เน็ตทำรายได้รวม 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

     สเตฟานี เดวิส กรรมการผู้อำนวยการกูเกิล ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเนื่องจากผู้บริโภคนับล้านๆ คนหันมาทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงกระนั้นก็ยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินต่ออีกมาก อาทิ การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กให้โต การถ่ายทอดทักษะด้านดิจิทัล การขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากร หรือการเกื้อหนุนให้ใช้นโยบายหรือกฎระเบียบที่เหมาะสม ซึ่งทางกูเกิลก็หวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประโยชน์ด้านเทคโนโลยีให้กับผู้คนในภูมิภาคนี้
 
     ที่มา : www.techinasia.com/southeast-asia-internet-economy-breach-100b
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup
 
Share:

Related Articles

​SIAM1928 แปลงโฉมน้ำหอมไทยลุคใหม่ โดนใจทุก GEN

จากน้ำอบปรุงเจ้าคุณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายสิบปี สู่น้ำหอมสัญชาติไทย SIAM1928 โดยฝีมือของ ณัท เวชชศาสตร์ ทายาทรุ่นที่ 4

by SME Startup| 16 ตค. 2019

​The Ice Cream&Cookie ไอเดียทำเงินด้วยการเปิดรับสมาชิกรายเดือน

The Ice Cream&Cookie ที่เริ่มต้นจากธุรกิจไอศกรีมแซนด์วิชคุกกี้แบบโฮมเมดเล็กๆ แต่เติบโตกลายเป็นซัพพลายเออร์ค้าส่งไอศกรีม แถมยังมีไอเดียทำเงินรับล..

by SME Startup| 10 ตค. 2019

​​SAY CHEESE จากปัญหาแพ้เวย์โปรตีน สู่คาเฟ่นม GRASS-FED

จุดพลิกที่ทำให้เกิด คาเฟ่นม GRASS-FED ที่เริ่มจากการแพ้เวย์โปรตีน จนต้องหาทางออกให้กับตัวเอง

by SME Startup| 03 ตค. 2019