“ไม่ใช่แค่ดี แต่ต้องดีที่สุด” ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้อดีตทหารเกณฑ์ ก้าวสู่เชนร้านอาหารที่ทำยอดขายปีละกว่า 500 ล้านบาท

by SME Startup 24 กพ. 2020
Share:
Text : Vim Viva
 

 
 
Main Idea
 
  • ร้านอาหาร Collin’s เป็นร้านท้องถิ่นที่เจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ และเริ่มต้นจากแผงอาหารเล็ก ๆ ในฟู้ดคอร์ทชุมชนเมื่อ 8 ปีก่อน ปัจจุบัน ขยายธุรกิจหลากหลายแบรนด์รวม 24 สาขา และทำรายได้ปีละ 25 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 563 ล้านบาท ถือเป็นเชนร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จที่สุดร้านหนึ่งในสิงคโปร์
 
  • ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเชนร้านอาหาร Collin’s คือคอลลิน โฮ เชฟหนุ่มวัย 44 ปี อดีตทหารเกณฑ์ที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำงานในครัวจนค้นพบว่าการทำอาหารเป็นงานที่ชอบ
 
  • หลังเก็บเกี่ยวทักษะและประสบการณ์จากการเป็นเชฟมืออาชีพตามร้านอาหารและโรงแรม 5 ดาวนาน 20 ปี คอลลินก็ก้าวออกจาก comfort zone เพื่อเปิดร้านอาหารของตัวเอง ด้วยแนวคิดที่ต่างออกไป ทำให้ธุรกิจเขาประสบความสำเร็จจนเตรียมขยายสาขาไปต่างประเทศ 




     โดยส่วนใหญ่ภาพลักษณ์ของอาหารตะวันตก เช่น สเต็กเซอร์ลอยด์ ซี่โครงแกะ หรือแซลมอนฟิลเลต์มักเป็นอาหารหรูราคาแพง แต่ที่สิงคโปร์ มีเชนร้านอาหารตะวันตกชื่อ Collin’s เรียกได้ว่าเป็นร้านยอดนิยมของคนที่นั่น เนื่องจากเป็นร้านที่บริการอาหารตะวันตกในราคาเอื้อมถึงได้


     ร้านอาหาร Collin’s เป็นร้านท้องถิ่นที่เจ้าของเป็นชาวสิงคโปร์ และเริ่มต้นจากแผงอาหารเล็ก ๆ ในฟู้ดคอร์ทชุมชนเมื่อ 8 ปีก่อน ปัจจุบัน ขยายธุรกิจหลากหลายแบรนด์รวม 24 สาขา และทำรายได้ปีละ 25 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 563 ล้านบาท ถือเป็นเชนร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จที่สุดร้านหนึ่งในสิงคโปร์
 




คนก้นครัวที่คนพบตัวเอง


     ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของเชนร้านอาหาร Collin’s คือคอลลิน โฮ เชฟหนุ่มวัย 44 ปี ที่มีวิธีคิดต่างออกไป และแนวคิดของเขานี่เองที่เป็นตัวแปรทำให้ธุรกิจของเขารุ่งเรืองเฟื่องฟูแม้เขาจะออกตัวว่ากำไรไม่ได้มากมาย ที่มาที่ไปของการเข้าสู่สายอาชีพเชฟเริ่มมาจากการถูกเกณฑ์เป็นทหารและได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำงานในครัว และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้คลุกคลีงานครัว ระยะเวลา 2 ปีของการเป็นทหารและรับบทบาทในการทำงานครัว นอกจากได้ฝึกปรือทักษะและสั่งสมประสบการณ์ ยังทำให้เขาค้นพบสิ่งที่ชอบคือการทำอาหาร


     หลังจากปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติครบ 2 ปี คอลลินตระเวณทำงานในตำแหน่งเชฟตามร้านอาหาร และโรงแรม 5 ดาว รวมเวลา 20 ปีเต็ม ก่อนที่เขาตัดสินใจจะเปิดก้าวออกจาก “พื้นที่ปลอดภัย” เพื่อเริ่มธุรกิจของตัวเอง คอลลินคิดไว้ว่าเขาต้องการขายอาหารตะวันตกในราคาไม่แพง ในปี 2012 เขาเทเม็ดเงิน 70,000 ดอลลาร์หรือเกือบ ๆ 1.6 ล้านบาททำร้านอาหารเล็ก ๆ ใน hawker หรือฟู้ดคอร์ทประจำชุมชนในย่านเกลัง
 




ถึงเวลาเก็บเกี่ยวดอกผลของความทุ่มเท


     แม้จะเป็นร้านไม่ใหญ่โต แต่คอลลินต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง และเตรียมงานเองทุกอย่างไม่เว้นแม้กระทั่งล้างจานชามเอง ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายนั่นเอง เขาเล่าว่ามันเป็นงานที่หนัก แต่ผลตอบรับจากลูกค้าก็ทำให้เขามีกำลังใจ และภายในเวลาไม่ถึงปี ร้าน  Collin’s ก็สามารถคืนทุนและทำกำไร ถึงกระนั้น คอลลินก็ไม่ผลีผลามจะขยายธุรกิจ หรือหลงระเริงไปกับชื่อเสียงทั้งที่ร้านของเขากลายเป็นร้านยอดนิยมในเวลาอันรวดเร็ว


     “อยากให้ลูกค้าค่อย ๆ รู้จักแบรนด์ของเรา โดยทำความรู้จักเรา มาใช้บริการแล้วจะรู้ว่าจุดแข็งของเราคืออะไร จากนั้น ลูกค้าก็จะกลับมาใช้บริการซ้ำ” หลังจากที่ร้านในฟู้ดคอร์ทติดลมบน ก็เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้าว่าอยากให้มีside dish หรือเครื่องเคียงที่เสิร์ฟพร้อมอาหารจานหลักหลากหลายกว่านี้ ทำให้คอลลินเกิดความคิดอันนำไปสู่การขยายร้าน โดยเปิดเพิ่มอีกแห่งชื่อ Common Grill ที่ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกอาหารจานหลักและเครื่องเคียงได้มากขึ้น และก็กลายเป็นอีกร้านหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

 
     หลังจากนั้นไม่นาน จากร้านอาหารแบบบริการ คอลลินก็ขยับขยายไปเปิดร้านอาหารแบบ full-service ที่มีพนักงานคอยบริการ และมีรายการอาหารให้เลือกมากขึ้น และล่าสุด เขาก็เพิ่งเข้าไปจับธุรกิจร้านอาหารฮาลาลเพื่อรองรับลูกค้าที่เป็นมุสลิม โดยได้เปิดร้าน Elfuego by Collin’s สาขาแรกที่สนามบินชางงีเมื่อเดือนเมย.ปีที่แล้ว
 




ไม่ใช่แค่ดี แต่ต้องดีที่สุด


     แม้ร้านอาหารของคอลลินจะแตกเป็นหลายแบรนด์ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกสาขาคือการบริการอาหารตะวันตกคุณภาพดีในราคาที่ลูกค้าส่วนใหญ่จ่ายได้ คอลลินยอมรับว่าการยึดมั่นตามปรัชญาธุรกิจนี้ทำให้เขาไม่ได้กำไรมากมายนัก แถมยังเป็นเรื่องท้าทายในการที่ต้องรักษาราคาให้คงเดิมในขณะที่ค่าเช่าร้านเพิ่มขึ้นตลอด รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบ และค่าแรงด้วย สิ่งที่เขาทำคือพยายามจัดสรรให้ดีที่สุดโดยไม่ลดทอนคุณภาพของอาหารและบริการ


     คอลลินมองว่าคุณภาพอาหารและบริการเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดลูกค้าประจำที่มีความภักดีต่อแบรนด์ ต่อให้เป็นร้านไม่มีแบรนด์ คุณภาพและบริการก็ยังเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าเวียนกลับมาใช้บริการครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับเขาแล้วความภักดีต่อแบรนด์ของลูกค้าคือสิ่งที่ขับเคลื่อนให้ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ เพราะลูกค้าเหล่านี้จะเป็น brand ambassadors ให้กับร้าน ไม่เพียงใช้บริการเองแต่ยังชักชวนคนอื่น ๆ ให้มาใช้บริการด้วย


     ปัจจุบัน ร้านอาหารในเครือ Collin’s มีทั้งหมด 24 สาขาทั่วเกาะสิงคโปร์ ทำรายได้ 25 ล้านเดอลลาร์หรือราว 563 ล้านบาทต่อปี ความสำเร็จอย่างล้นหลามที่ได้รับในตลาดบ้านตัวเองทำให้คอลลินกำลังพิจารณาจะขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย และกัมพูชา
 
 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup
 
 
Share:

Related Articles

​​เมื่อสาวเมคอัพเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ แต่ต้องมาสะดุดเพราะพิษโควิด-19 จะทำอย่างไรดี?

เรื่องราวของหนุ่มสาวที่เพิ่งผันตัวเองจากมนุษยเงินเดือนมาลงทุนเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้เพียง 1 เดือนก็ต้องมาเจอพิษของโควิด-19 ลองมาดูว่าพวกเขาปรับตั..

by SME Startup| 03 เมย. 2020

​INFLUENCER พลิกชีวิตสาว GROUND STAFF สู่อาชีพใหม่ TRAINNER รายได้งาม

เมื่อ GROUND STAFF หันมาเป็น TRAINNER อาชีพใหม่ที่รายได้งาม

by SME Startup| 02 เมย. 2020

​Startup สวีเดนคว้าโอกาส เปิดตัวเครื่องประดับแฟชั่นกัน Airpods หายสร้างกระแสกระหึ่มโซเชียล

Tapper แอร์พอดที่ถูกออกแบบให้มีความ unisex ใช้ได้ทั้งชายและหญิง และอุ่นใจว่าจะไม่ทำหูฟังจิ๋วราคาแพงคู่นี้หายอย่างแน่นอน

by SME Startup| 02 เมย. 2020