จับตาผลสำรวจการใช้เทคโนโลยีของผู้ค้าปลีก ในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน!

by SME Startup 06 สค. 2020
Share:
 


Main Idea
 
 
  • เพราะการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ผู้ค้าปลีกต้องเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ทำให้ร้านค้าปลีกในเอเชียแปซิฟิกราว 86% จะเพิ่มการลงทุนด้าน automation
 
  • นอกจากนี้  ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น 55% ของผู้บริโภคต้องการให้ผู้ค้าปลีกเพิ่มตัวเลือกการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือ ความต้องการนี้ทำให้กลุ่มผู้ค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์ในการจำหน่ายสินค้าและบริการใหม่  
 
 
 
     การกลับมาดำเนินธุรกิจอีกครั้งหลังการระบาดของ COVID-19  เป็นบททดสอบด้านความแข็งแกร่งของธุรกิจในการฟื้นตัวสำหรับผู้ค้าปลีก และซัพพลายเชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นนี้ ตรงกับแนวคิดที่เรียกว่า “Economy at Home” หรือ “เศรษฐกิจอยู่ติดบ้าน” ซึ่งกล่าวถึงวิธีที่ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยเห็นได้จากการจำนวนการสั่งซื้ออาหารผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งภูมิภาค หรือการที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่จะชำระค่าสินค้าด้วยระบบชำระเงินแบบอัตโนมัติด้วยตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มระยะห่างจากพนักงานหน้าร้าน
 
     ทั้งนี้ ซีบรา เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: ZBRA)  ผู้พัฒนานวัตกรรมโซลูชั่นอันทันสมัย และเครือข่ายคู่ค้าอันครอบคลุมที่เสริมประสิทธิภาพให้องค์กรยุคใหม่ เผยผลสำรวจ Annual APAC Shopper Study ครั้งที่ 12 ซึ่งวิเคราะห์แผนการใช้เทคโนโลยีของกลุ่มผู้ค้าปลีกในทวีปเอเชียแปซิฟิกเพื่อแก้ปัญหาด้านการซื้อขายสินค้า โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ผู้ค้าปลีกต่างกำลังมองหาเทคโนโลยีอย่าง ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Automation) การประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) และโมบิลิตี้ (Mobility) มาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ
 
     การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ผู้ค้าปลีกต้องเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อเมื่อผู้ซื้อมาซื้อที่หน้าร้าน ซื้อโดยสั่งผ่านการจัดส่ง ซื้อโดยสั่งสินค้าออนไลน์แล้วรับที่หน้าร้าน (Click-and-collect หรือ Buy Online, Pickup In-Store – BOPIS) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น โดย 55% ของผู้บริโภคต้องการให้ผู้ค้าปลีกเพิ่มตัวเลือกการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือ ความต้องการนี้ทำให้กลุ่มผู้ค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์ในการจำหน่ายสินค้าและบริการใหม่ เนื่องจากมีเพียง 36% ของผู้ค้าปลีกที่ตอบแบบสอบถาม มั่นใจว่าหน้าร้านของพวกเขาสามารถทำตามคำสั่งซื้อทางเว็บไซต์ได้ โดยจากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า เทรนด์การซื้อในวิธีดังกล่าวจะยังมีต่อไป ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกต้องใช้โซลูชั่นเพื่อช่วยลดการสัมผัสในร้าน และเพิ่มความสะดวกสบายของลูกค้าในเวลาเดียวกัน

 

 

     ไฮไลท์ของเอเชียแปซิฟิก
  • 88% ของผู้ค้าปลีกเห็นตรงกันว่า ตรวจสอบจำนวนสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์เป็นความท้าทายที่สำคัญ
  •  85% กล่าวว่า บริษัทของพวกเขาต้องการเครื่องมือการจัดการสินค้าคงคลังที่ดีกว่าเพื่อความแม่นยำ
  • 83%ผู้ค้าปลีกยังกล่าวถึง ความช่วยเหลือโดยหุ่นยนต์ (robot assistance)
  • 89% มองว่าการเช็คเอาท์อัจฉริยะ และแพลตฟอร์ม IoT สำหรับร้านค้าแบบเรียลไทม์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของพวกเขาในอีก 5 ปีข้างหน้า
  • 81% ของผู้ค้าปลีกวางแผนที่จะนำการสั่งซื้อผ่านมือถือมาปรับใช้งานภายในปี 2021
  • 70% ของผู้ค้าปลีกกำลังนำ social media มาเป็นเครื่องมือให้ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ได้บอกข้อเสนอแนะ
 
     ศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ซีบรา เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังบีบให้ร้านค้าทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ต้องหันมาประเมินความสามารถของตนในการให้บริการแบบ omnichannel รวมถึงปรับรูปแบบการดำเนินงานภายใต้กรอบเวลาเพียงไม่กี่วัน และในบางแห่งเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เราสังเกตได้ว่าผู้ค้าปลีกหลายรายได้ปรับปรุงพัฒนา ‘Dark Stores’ ให้เป็นจุดกระจายสินค้าชั่วคราวภายในร้านค้า ดังนั้นผู้ค้าปลีกจึงควรให้ความสำคัญกับการขยายการให้บริการ Click-and-Collect และลงทุนกับเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว และความสะดวกในการซื้อสินค้าให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งจะเป็นการลดความแออัดภายในร้าน ส่งเสริมมาตรการ social distancing พร้อมช่วยให้พนักงานสามารถมองเห็นสต็อกสินค้าได้สะดวกขึ้น”
 
     แม้ว่าการใช้เทคโนโลยี อาทิ อุปกรณ์พกพามาเป็นตัวช่วยเพื่อลดความยุ่งยากของการจัดการและตรวจสอบสินค้าคงคลังของพนักงานดูจะเป็นวิธีการที่เหมาะสม จากผลสำรวจกลับพบว่า มากกว่า 64% ของหน้าร้านค้าไม่มีอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้พนักงานใช้



 

     การระบาดใหญ่ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้บริโภคใช้บริการ Click-and-Collect เพิ่มขึ้นมาก ทำให้ร้านค้าหลายแห่งมีความจำเป็นต้องให้บริการแบบไร้การสัมผัสอย่าง curbside pickup (การขับรถไปยังจุดรับของที่สาขาใกล้บ้าน จากนั้นพนักงานจะนำสินค้ามาส่งให้ถึงรถ) คู่กับแท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์พกพา โซลูชั่น mPOS (Mobile Point-of-Sale)  
 
     มีการคาดการว่า การนำโซลูชั่น mPOS มาใช้งานจะเพิ่มขึ้นไปถึง 98% ภายในปี 2026 จาก 76% ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปในทางเดียวกันกับการใช้คอมพิวเตอร์พกพาที่มีเครื่องสแกนในตัว โดยการใช้งานอุปกรณ์ชนิดนี้ของพนักงาน ก็อาจเพิ่มขึ้นไปถึง 96% ภายในปี 2026 จาก 75% ในปัจจุบัน
 
     การคืนสินค้าถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาของลูกค้า และเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้ค้าปลีก กว่า 51% ของกลุ่มผู้บริหารในอุตสาหกรรมค้าปลีก กล่าวว่าพวกเขาอยู่ในขั้นตอนวางแผนอัพเกรด และติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการคืนสินค้าซึ่งจะสำเร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ขณะที่ 83% ของผู้ค้าปลีกในปัจจุบันมีระบบตรวจสอบสินค้าคงคลังอัตโนมัติอยู่แล้ว หรือกำลังอยู่ในขั้นตอนวางแผนนำมาปรับใช้ภายในปี เพื่อเพิ่มความแม่นยำของการตรวจสอบจำนวนสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup
 
 
 

 
Share:

Related Articles

​เปิดกล่องไอเดีย Sesamilk แบรนด์ไทยผู้สร้างนวัตกรรมน้ำนมงาแท้ 100% เจ้าแรกของโลก

ทั้งๆ ที่รู้ว่าการเปลี่ยนพืชน้ำมันให้เป็นน้ำนม เหมือนการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่เป้าหมายที่อยากสื่อสารกับใครได้อย่างภาคภูมิใจว่าเป็นผู้ผลิตน้ำนมพร้อมดื่..

by SME Thailand.| 17 กย. 2020

​จากไอเดียทำผักให้ลูกทาน สู่นวัตกรรม Crispy Go ผักโขมอินทรีย์อบกรอบ เตรียมเจาะตลาดภารตะ

แรงบันดาลใจสำคัญแค่ไหน รู้ทั้งรู้ว่าการแปรรูปผักโขมเป็นเรื่องยาก แต่ความตั้งใจให้ลูกได้ทานผัก กลายเป็นแรงฮึดที่ลูกได้ทานของดี และกลายเป็นสแน็คผลิตภั..

by SME Startup| 18 กย. 2020

​Marbling Art เทคนิคลายผ้าบนผิวน้ำจากตุรกีที่แจ้งเกิดธุรกิจในฝันให้สาวอยุธยา

สาวนักออกแบบฉีกกฎการออกแบบลายผ้า นำเทคนิคออกแบบลายผ้าบนผิวน้ำจากตุรกี เพิ่มมิติลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และยังทำได้เร็วกว่าการทำผ้าบาติกถึง 5 เท่า กลาย..

by SME Thailand.| 15 กย. 2020