ผ่าแนวคิด Startup น้องใหม่เปลี่ยนตลาด Red Ocean เป็นโอกาสแจ้งเกิดธุรกิจแปรงสีฟันไฟฟ้า

by SME Startup 29 ตค. 2020
Share:



Main Idea
 
  • ทั้งๆ ที่ตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้ามีการแข่งขันสูงมากทั้งจากแบรนด์ข้ามชาติ และแบรนด์ท้องถิ่น
 
  • แต่การเข้ามาของ Brudee ถูกมองว่าเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน ทางผู้ก่อตั้งบริษัทเองก็ไม่หวั่น เดินหน้าเร่งระดมทุน series B เพื่อไปถึงเป้าหมาย
      


     ตลาดแปรงสีฟันไฟฟ้าในมาเลเซียเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีการแข่งขันสูงมาก ถือเป็น Red ocean หรือตลาดน่านน้ำสีแดงที่มีผู้เล่นจำนวนมาก จากทั้งแบรนด์นอก แบรนด์ท้องถิ่น และแบรนด์มือสมัครเล่น แต่อะไรที่ทำให้ทีม Startup มาเลเซียกลุ่มหนึ่งนำโดยเจเรมีตัดสินใจลงแข่งในสังเวียนนี้ แถมผลิตภัณฑ์ของพวกเขาที่เปิดตัวภายใต้แบรนด์ “Brudee” ก็ไม่ใช่แปรงสีฟันธรรมดาที่ลูกค้าจะซื้อมากักตุนทีละ 6 อัน 12 อัน แต่เป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าราคาค่อนข้างสูง และเป็นแปรงที่ยังใช้งานน้อยเมื่อเทียบกับแปรงสีฟันทั่วไป แถมมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงครองตลาดอยู่ก่อน





     แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิกแบรนด์ Brudee เปิดตัวเข้าสู่ตลาดมาเลเซียเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอแปรงไฟฟ้าคุณภาพสูงหลากหลายราคาแก่ผู้บริโภคมาเลเซีย สิ่งที่ Brudee แตกต่างจากแปรงสีฟันไฟฟ้าแบรนด์อื่นในตลาดคือในขณะที่แบรนด์ทั่วไป อัตราการหมุนของหัวแปรงอยู่ที่ 2,500-7,500 ครั้งต่อนาที แต่ Brudee หมุนเร็วกว่า ประมาณ 30,000 ครั้งในเวลาเท่ากัน ซึ่งอัตราการหมุนของหัวแปรงที่เร็วเช่นนั้นจะทำให้การทำความสะอาดภายในช่องปากมีความล้ำลึกและสะอาดทุกซอกทุกมุมเพราะการกระจายของของเหลวในปากขณะแปรง


     สำหรับราคาจำหน่าย แปรงสีฟันไฟฟ้าโซนิก Brudee วางจำหน่ายในราคาด้ามละ 139 ริงกิตหรือราว 1,045บาท แต่ถ้าสมัครเป็นสมาชิก ราคาลดลงเหลือ 129 ริงกิต (970 บาท) และบริษัทจะจัดส่งหัวแปรงสำหรับเปลี่ยนทุก 3 เดือนในราคาชิ้นละ 25 ริงกิตหรือประมาณ 190 บาท ซึ่งหากสมัครเป็นสมาชิก ราคาที่จ่ายอยู่ที่ 179 ริงกิตรวมหัวแปรงอีกปีละ 3 หัว





     นับตั้งแต่เปิดตัวเข้าสู่ตลาดได้ 1 ปี Brudee มีลูกค้าแล้วกว่า 2,000 ราย โดย 50 เปอร์เซนต์ของลูกค้าสมัครสมาชิกรายปี ทั้งนี้ แบรนด์แปรงสีฟันโซนิกในตลาดแบรนด์ดังบางแบรนด์ เช่น ฟิลิปส์ และเสียวหมี่ยังไม่มีบริการสมาชิกรายปี ส่วนบางแบรนด์ที่ใช้โมเดล subscription เมื่อเทียบแล้วราคาแพงกว่า ยกตัวอย่าง แบรนด์เซนยัมที่ตั้งราคาหัวแปรง 50 ริงกิต แต่ Brudee คิดลูกค้าสมาชิกเพียง 25 ริงกิตซึ่งถือว่าถูกสุดเมื่อเทียบกับทุกแบรนด์ในตลาด   


     เนื่องจากการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ต่อคำถามที่ว่า เขามีความกังวลใด ๆ หรือไม่ เจเรมีตอบว่าเขาไม่รู้สึกกังวล การแข่งขันมีข้อดีคือทำให้บริษัทเขาต้องพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์อยู่เรื่อย ๆ  หากผูกขาดหรือเป็นเจ้าเดียวในตลาด ไม่มีการแข่งขันก็จะไม่เกิดการพัฒนา นอกจากนั้น ยิ่งมีผู้เล่นในตลาดมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เกิดการประชาสัมพันธ์ ผู้คนรับรู้ถึงความสำคัญ และโอกาสที่จำนวนผู้ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าเพิ่มขึ้นย่อมมี 





     แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เข้าอาจหาญเข้าไปฟาดฟันในตลาดที่มีแต่แบรนด์แข็ง ๆ แต่ Brudee ก็ได้เปรียบตรงที่มีจุดขายคือสินค้าคุณภาพสูง ราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ซึ่งที่ทำได้เพราะ Brudee เลือกผลิตเอง จำหน่ายตรงต่อผู้บริโภคเองโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือคนกลางนั่นเอง  


     และแม้จะไม่กังวลในเรื่องการแข่งขัน แต่เจเรมีก็ตั้งเป้าพยายามผลักดัน Brudee ให้เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และนี่ก็ถือเป็นความท้าท ยอันใหญ่หลวงของสตาร์ทอัพรายนี้ ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งลงทุนทำการตลาด เป็นแคมเปญเล็ก ๆ โดยการช่วยเหลือของเน็ตไอดอล หรืออินฟลูเอนเซอร์ในอินสตาแกรมเพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในโซเชี่ยลมีเดีย ในอนาคต ผู้บริหาร Brudee วางแผนจะเข้าร่วมงานเอ็กซ์โปเกี่ยวกับงานด้านทันตกรรมเพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์





     เจเรมีเผยว่าตอนที่เปิดตัว Brudee เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เขาและทีมตั้งเป้าภายในปี 2020 จะทำยอดผู้ใช้ Brudee ให้ได้ 5,000 ราย แต่จนถึงขณะนี้ ดูเหมือนจะยังห่างไกลตัวเลขที่วางไว้กว่าครึ่ง แค่เจเรมีก็เชื่อมั่นว่าจะถึงเป้าแน่นอน อาจต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี สำหรับกลุ่มลูกค้าที่พวกเขาเล็งไว้คือกลุ่มมิลเลนเนี่ยลด้วย 2 เหตุผลคือเป็นกลุ่มที่ใส่ใจสุขภาพ และเปิดใจรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการดูแลสุขอนามัยในช่องปาก อีกเหตุผลคือมิลเลนเนี่ยลเป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับบริการโมเดล subscription           


     ผู้ร่วมก่อตั้ง Brudee ยังกล่าวอีกว่าเมื่อสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์ได้แล้ว เขาก็ต้องการขยายขนาดบริษัทเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้เติบโตในระดับภูมิภาคโดยเฉพาะในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยขณะนี้ Brudee อยู่ระหว่างการระดมทุนระดับ series B ซึ่งเป็นระดับการลงทุนเกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากระดมทุนเป็นผลสำเร็จก็จะทำให้บริษัท และทีมงานมีความแข็งแกร่งขึ้นในการพัฒนาสินค้าและบริการ 
 

ที่มา
https://vulcanpost.com/716575/brudee-sonic-toothbrush-malaysia-oral-care/


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup


 
Share:

Related Articles

​เปิดใจหนุ่มแบงก์ทิ้งรายได้ปีละ 8 หลัก สู่เส้นทาง Startup ทุ่มสร้างแพลตฟอร์มสัญชาติไทย Mombiestreet

ไปดูเส้นทางการเริ่มต้นสู่ถนน Startup ซึ่งไม่่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ยากยากเกินความพยายาม เมื่อมีผู้ประกอบการต่างชาติสนใจอยากขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Mo..

by SME Startup| 27 พย. 2020

​ไม่โตก็รวยได้! Rose Dyson สาวน้อยวัย 15 ใช้ทุน 32 ดอลลาร์ปั้นแบรนด์ PURA จนมีรายได้หลักแสน

ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ และวุฒิบัตร ยิ่งเริมต้นได้เร็วความสำเร็จก็มได้ไว

by SME Startup| 26 พย. 2020

​เจาะตลาดงานไม้ทำมือไม่หวือหวาแต่ไม่ล้าสมัย ผันสู่ธุรกิจเวิร์กช้อปสุดเฟื่องเข้าถึงลูกค้าทุกวัย

เวิร์กช้อป DIY เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ค่อนข้างเฟื่องฟู แต่ไม่ค่อยพบเห็นเวิร์กช้อป งานไม้ทำมือ ที่เป็นช่องว่างการตลาดสร้างธุรกิจที่เข้ากับยุคได้

by SME Thailand.| 25 พย. 2020