3 มาตรการใหม่ วิธีคิดดอกเบี้ยและการตัดชำระหนี้ จากแบงก์ชาติ

by SME Startup 17 พย. 2020
Share:



Main Idea
 
  • เพื่อช่วยลดภาระหนี้ สร้างความเป็นธรรมทางการเงินแก่ประชาชน และลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงิน ธปท. ออกมาตรการใหม่ในระบบการเงินของไทยใน 3 เรื่อง
 


     ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระหนี้ สร้างความเป็นธรรมในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน และลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงิน ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติที่สำคัญในระบบการเงินของไทยใน 3 เรื่อง คือ
 
 


 
     1. การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้บนฐานของ “เงินต้นที่ผิดนัดจริง” เท่านั้น

     ไม่ให้รวมส่วนของเงินต้นของค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากแนวปฏิบัติเดิมที่หากผิดนัดชำระหนี้เพียงงวดเดียว ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จากฐานเงินต้นคงค้างทั้งหมด ส่งผลให้มูลค่าดอกเบี้ยผิดนัดสูงมาก ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น
 
     เดิม แม้ผิดชำระหนี้เพียงงวดเดียว การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะคิดจาก “ฐานของเงินต้นคงค้างทั้งหมด”

     เช่น กู้ซื้อบ้าน 5 ล้านบาท ผ่อน 20 ปี งวดละ 42,000 บาท ผิดชำระหนี้ในงวดที่ 25

     ตั้งแต่งวดที่ 25 – 240 ยอดหนี้คงเหลือรวม 4.77 ล้านบาท

    คิดดอกเบี้ยผิดชำระหนี้บนฐาน 4.77 ล้านบาท
 
     ใหม่ การคำนวณดอกเบี้ยผิดชำระหนี้คิดจาก “ฐานเงินต้นของงวดที่ผิดนัดชำระจริงเท่านั้น” 

     เช่น กู้ซื้อบ้าน 5 ล้านบาท ผ่อน 20 ปี งวดละ 42,000 บาท ผิดชำระหนี้ในงวดที่ 25

     คิดดอกเบี้ยผิดชำระหนี้บนฐาน “เงินต้น 10,000 บาท”
 




     2. การกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่ “อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3%”

     เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาคือ 8% ผู้ให้บริการทางการเงินจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้ไม่เกิน 11% โดยต้องคำนึงถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งต่างจากเดิมที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้เอง เช่น กำหนดตามอัตราดอกเบี้ยสูดสุดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ 15% หรือบางกรณีสูงถึง 18% หรือ 22% ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ (affordability risk) ได้ ดังนั้น การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกหนี้พยายามจ่ายชำระหนี้ ลดโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ และยังช่วยให้ระบบการเงินมีความสมดุลมากขึ้น การฟ้องร้องดำเนินคดีจะลดลง
 
     เดิม อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา 8% อัตราดอกเบี้ยผิดนัด 15%

     ใหม่ อัตราดอกเบี้ยตามสัญญา 8% อัตราดอกเบี้ยผิดนัด 9%
 




     3. การกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้โดยให้ “ตัดค่างวดที่ค้างชำระนานที่สุดเป็นลำดับแรก”

     เพื่อให้ลูกหนี้ทราบลำดับการตัดชำระหนี้ที่ชัดเจน โดยเมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ เงินที่จ่ายเข้ามาจะถูกนำไปจ่ายค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นของงวดหนี้ที่ค้างชำระนานที่สุดก่อน ต่างจากแนวทางเดิมที่เงินที่จ่ายเข้ามาจะถูกนำไปตัดค่าธรรมเนียมทั้งหมด ตามด้วยดอกเบี้ยทั้งหมด ก่อนนำเงินส่วนที่เหลือมาตัดเงินต้น ซึ่งการปรับเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินงวดที่ลูกหนี้ผ่อนในแต่ละเดือนสามารถตัดถึงเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพหรือ NPL รวมทั้งช่วยให้ลูกหนี้มีกำลังใจในการจ่ายชำระหนี้ต่อเนื่อง และยังช่วยให้ประวัติการผ่อนชำระหนี้ของลูกหนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น
 

     เดิม ตัดชำระแบบแนวตั้ง ตัดค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระทั้งหมด คิดดอกเบี้ยที่ค้างชำระทั้งหมดแล้วค่อยคิดเงินต้น

     ใหม่ ตัดชำระแบบแนวนอน ตัดค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นของยอดค้างชำระที่เก่าที่สุดก่อนแล้วค่อยตัดยอดที่ค้างชำระลำดับถัดมา


     ประกาศการกำหนดเกณฑ์การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ยกเว้นเรื่องลำดับการตัดชำระหนี้ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

     เนื่องจากผู้ให้บริการทางการเงินต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี สำหรับการใช้ฐานของงวดที่ผิดนัดชำระหนี้จริงมาคำนวณ ธปท. ได้มีหนังสือเวียนไปก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 ผู้ให้บริการทางการเงินได้ปรับมาใช้เกณฑ์ใหม่ในการคำนวณแล้ว ซึ่งประชาชนและธุรกิจ SMEs จะได้รับสิทธิตามที่ประกาศฉบับนี้กำหนดเป็นการทั่วไปโดยไม่ต้องติดต่อสาขาของผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อแก้ไขสัญญาแต่อย่างใด
 
 
 
     สำหรับการผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 เมษายน 2564 ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถนำหลักการตามประกาศฉบับใหม่มาใช้พิจารณายกเว้นหรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามสมควร โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ลูกหนี้จำนวนมากกำลังเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด 19

     รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213

     อ่านฉบับเต็มเพิ่มเติม https://bit.ly/2Hc7YG2


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup


 
Share:

Related Articles

​เปิดใจหนุ่มแบงก์ทิ้งรายได้ปีละ 8 หลัก สู่เส้นทาง Startup ทุ่มสร้างแพลตฟอร์มสัญชาติไทย Mombiestreet

ไปดูเส้นทางการเริ่มต้นสู่ถนน Startup ซึ่งไม่่ง่ายอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ยากยากเกินความพยายาม เมื่อมีผู้ประกอบการต่างชาติสนใจอยากขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Mo..

by SME Startup| 27 พย. 2020

​ไม่โตก็รวยได้! Rose Dyson สาวน้อยวัย 15 ใช้ทุน 32 ดอลลาร์ปั้นแบรนด์ PURA จนมีรายได้หลักแสน

ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ และวุฒิบัตร ยิ่งเริมต้นได้เร็วความสำเร็จก็มได้ไว

by SME Startup| 26 พย. 2020

​เจาะตลาดงานไม้ทำมือไม่หวือหวาแต่ไม่ล้าสมัย ผันสู่ธุรกิจเวิร์กช้อปสุดเฟื่องเข้าถึงลูกค้าทุกวัย

เวิร์กช้อป DIY เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ค่อนข้างเฟื่องฟู แต่ไม่ค่อยพบเห็นเวิร์กช้อป งานไม้ทำมือ ที่เป็นช่องว่างการตลาดสร้างธุรกิจที่เข้ากับยุคได้

by SME Thailand.| 25 พย. 2020