เปิดหมดเปลือก สูตรหา OEM ผลิตสินค้าได้ทั้งคุณค่าและราคาสบายกระเป๋าในแบบ PAVI

by SME Startup 26 พย. 2020
Share:
Text : ปวิกร จุณณานนท์ เจ้าของแบรนด์ PAVI 




Main Idea
 
  • 5 พันบาทก็ทำแบรนด์ได้! ประโยคจากเพื่อนคนหนึ่ง ทำให้ เจ้าของแบรนด์ PAVI อดคิดต่อไม่ได้ว่าเป็นแค่ประโยคสวยหรูหรือเปล่า จนกระทั่งได้พบคำตอบกับตัวเอง
 


     5 พันบาทก็ทำแบรนด์ได้!


     ประโยคจากเพื่อนคนหนึ่ง ระหว่างสนทนาถึงการทำธุรกิจ ที่ทำให้อดคิดต่อไม่ได้ว่าเป็นแค่ประโยคสวยหรูหรือเปล่า  





     กระทั่งเมื่อถึงวันที่ตัดสินใจโบกมือลาจากวิถีมนุษย์เงินเดือนในทุ่งลาเวนเดอร์ที่ไม่ได้สวยงามอีกต่อไป และต้องเริ่มมองหาธุรกิจเพื่อสร้างหลักประกันให้กับตัวเอง จึงได้คำตอบนั้น...


     อะไรล่ะที่เรารู้ดีและอยู่กับมันมานาน? คำถามที่พยายามหาคำตอบเพื่อหาโปรดักต์ที่ถูกจริตกับตัวเองมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าหนีไม่พ้นบรรดาสกินแคร์ทั้งหลาย แต่อะไรที่ใช้มานาน ไม่เคยเลิกใช้ และรู้สึกว่าไม่แฮปปี้เลย นั่นก็คือครีมกันแดด ที่แม้ตลอดเวลากว่า 30 ปีได้ลองใช้มามากมาย แต่ก็ยังไม่มีแบรนด์ไหนที่ถูกใจจริงๆ เพราะถ้าไม่เหนอะ เหนียว มีกลิ่น ก็วอก อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ   





     เมื่อมีไอเดียชัดเจนว่าจะสร้างแบรนด์ครีมกันแดด การเริ่มต้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตทำให้เราค้นหาข้อมูลที่อยากรู้ได้ด้วยปลายนิ้ว ซึ่งสิ่งที่เช็กมาได้คร่าวๆ ในเบื้องต้นเกี่ยวกับการจ้างผลิตโปรดักต์สกินแคร์ก็คือ

     1.เริ่มต้นได้ด้วยเงิน 3,000-5,000 บาทในการพัฒนาเป็นโปรดักต์

     2.สามารถพัฒนาปรับโปรดักต์ได้ 3 ครั้งเท่านั้น

     3.จะไม่มีโอกาสพบกับ R&D (Research&Development) เจอได้เพียงพนักงานขาย ซึ่งดูแล้วเมื่อเราเป็นคนที่มีความละเอียดอย่างมากและต้องการสิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ จึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะสามารถพัฒนาโปรดักต์ได้ใน 3 ครั้งแล้วจบ ที่สำคัญคือ มีความตั้งใจที่อยากจะพูดคุยปรึกษากับ R&D โดยตรง เพื่อให้ได้ครีมกันแดดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่และตอบโจทย์ผู้ใช้จริงๆ ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ผู้ผลิต หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) ตระเตรียมไว้ให้แล้วปรับใส่อะไรเพิ่มเข้าไปนิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้น การเลือก OEM จึงมีความสำคัญยิ่งในการเริ่มต้นพัฒนาโปรดักต์ และต้องเลือกหลายที่กว่าจะเจอที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้อย่างแท้จริง





     OEM แรกที่ได้ลองไปพูดคุย จึงเริ่มต้นด้วยการถามก่อนเลยว่าจะมีโอกาสเจอ R&D หรือไม่ ซึ่งได้คำตอบกลับมาว่า ด่านแรกต้องเจอพนักงานขายก่อน ถ้าไม่ได้จึงค่อยให้พบกับ Product Development ได้แค่นั้น เลยลองให้โจทย์ฝากไปให้ R&D ช่วยคิดว่า เรามีครีมกันแดด 2 แบรนด์ อยากให้ R&D ช่วยบอกหน่อยว่าแบรนด์ไหนดี ทั้งนี้เพื่อที่เราจะเลือกเป็นแนวทางในการพัฒนาครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดก็มีหลายประเภท หลังจากนั้น 10 วัน ได้คำตอบกลับมาว่า “ไม่ได้ค่ะลูกค้าต้องเลือกเอง” พอได้คำตอบแบบนี้ก็รู้แล้วว่า หากทำงานด้วยกันไม่น่าจะไปรอดแน่ๆ


     OEM ที่สอง ที่แม้ว่าจะคิดค่าพัฒนาโปรดักต์ถูกกว่าคือแค่ 3,000 บาท และบอกว่าสามารถเจอ R&D ได้ แต่แล้ววันดีคืนดีเมื่อขอนัดพบ R&D กลับไม่ยอมให้เจอ แถมเริ่มติดต่อลำบาก ไม่ตอบเมล สุดท้ายจึงต้องขอเท





     OEM ที่สาม ซึ่งเป็นแล็บในเครือของคลินิกด้านผิวหนังแห่งหนึ่ง หลังจากพูดคุยแล้วที่นี่ยอมรับเงื่อนไขของเราทั้งหมด นั่นคือ เปิดโอกาสให้สามารถเจอ R&D ได้ตลอด และสามารถพัฒนาโปรดักต์ได้มากกว่า 3 ครั้ง จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการที่นี่


     เชื่อหรือไม่หลังจากเริ่มลงมือพัฒนาครีมกันแดดที่แห่งนี้ ปรากฏว่าใช้เวลานานถึง 11 เดือน และมีการทดลองพัฒนาโปรดักต์ออกมาถึง 20-30 ตัว ปรับแล้วปรับอีก จนกระทั่งได้ครีมกันแดดที่บอกได้เลยว่าจากสูตรครีมกันแดดที่คุยกันไว้ในวันแรกกับที่ได้ในวันนี้ภายใต้แบรนด์ PAVI นั้นห่างไกลกันมาก





     มาถึงตรงนี้ เราได้กันแดดเนื้อซีรั่ม SPF50+ PA++++ ป้องกันรังสี UVA/UVB และแสงสีฟ้า (Blue Light) พร้อมบำรุงผิวในขั้นตอนเดียว มีสารบำรุงมากสุดถึง 30 ชนิด ที่บางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่มันเยิ้ม ไม่มีกลิ่นเคมี ไม่มีส่วนผสมของแป้ง น้ำหอม น้ำมันแร่ พาราเบน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพกันแดดจาก MUPY Dermocosmetic Testing Center คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และห้องปฏิบัติการเอกชน


     ตลาดสกินแคร์เติบโตขึ้นทุกๆ ปี เหมือนลูกกวาดที่อยู่ในขวดโหล หากจะให้ผู้บริโภคเลือกหยิบจึงต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ คุณภาพของโปรดักต์จึงเป็นสิ่งสำคัญ และการจะได้มาซึ่งโปรดักต์ที่ดี ก็ต้องเลือก OEM ที่พร้อมที่จะพัฒนาโปรดักต์ไปกับเรา ซึ่งควรจะต้องลงรายละเอียด ต้องทำงานอย่างถึงลูกถึงคนจริงๆ ถึงแม้จะใช้เวลานาน อดทนมาก แต่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือ โปรดักต์ที่เป็นสูตรของเราเอง ที่จะทำให้เราแตกต่าง ไม่ใช่สูตรสำเร็จทั่วไป มากไปกว่านั้นแม้ท้ายที่สุดแล้วเราอาจจะลดอคติคำว่าโลคัลแบรนด์ หรือสู้เคาน์เตอร์แบรนด์ไม่ได้ แต่ทุกๆ อย่างกว่าจะมาเป็น PAVI เราสามารถเล่าที่มารายละเอียดทุกอย่างได้ตั้งแต่เปิดหลอด และลูกค้าสามารถถือแบรนด์ PAVI ด้วยความมั่นใจว่า นี่คือแบรนด์ไทยที่มีคุณภาพและแตกต่างจริงๆ

 
Facebook : PAVI : SKIN PARTNER
IG : pavi.skinpartner
LINE : @pavi.skinpartner
 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup



 
Share:

Related Articles

​SchwedaKong เชฟผู้เปิดมิติ “ดิลิเวอรี chef table แกะเมนูจากการ์ตูนดัง” สู่วงการอาหารไทย

บังก้อง อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่น Pantip ที่ปิดมิติใหม่ของการทำอาหารและการต่อยอดสู่ธุรกิจด้วยการเป็นคนแรกๆ ก่อนสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยม

by SME Startup| 21 มค. 2021

​Irma Orenstein ผู้หญิงที่จะพลิกโฉมธุรกิจ ผลิตหนังที่ปราศจากปิโตรเลียม 100% ผืนแรกของโลก

เมื่อโลกถูกทำร้ายขึ้นทุกวัน ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากมลพิษจึงถูกคิดค้นออกมาเป็นระยะๆๆ รวมทั้งหนังที่ปราศจากปิโตรเลียม 100% ผืนแรกของโลก

by SME Startup| 12 มค. 2021

​เคลียร์ทุกคำถาม กับชีวิตพิมรี่พาย จากเจ้าแม่ออนไลน์สู่นางฟ้าในชุมชน

นาทีนี้ความแรงของข่าวโควิดก็ไม่อาจปิดกระแส แม่ค้าออนไลน์แห่งยุคที่ชื่อ พิมรี่พาย ขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์ทวิตเตอร์ เรื่องราวในชีวิตของเธอบอกเลยว่าไม่ธร..

by SME Startup| 12 มค. 2021