จากเด็กติดยาที่คิดฆ่าตัวตาย สู่เจ้าของร้านสุดฮิต unknownbake ให้จองขนมวันละ 1 นาที มีวันนี้เพราะลุกขึ้นสู้

by SME Startup 24 มิย. 2021
Share:
Text: Neung Cch.




     ชีวิตคนเราต้องอดทนแค่ไหนถึงจะประสบความสำเร็จ?


     บางคนอาจใช้เวลาแค่หนึ่งปี บางคนอาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปี แต่ถ้าคุณยังไม่ถึงขนาดต้องฆ่าตัวตาย 3 หน ขอให้ลุกขึ้นสู้เพราะชีวิตยังมีโอกาสเสมอ เพียงแค่อดทนให้ถึงที่สุด จังหวะชีวิตจะมา เหมือนกับ อชิรญาณ์ พงษ์สุพรรณ หรือ มิ้นต์ ที่รอดเงื้อมมือจากยมบาลมาได้แล้วทำให้เธอพบว่า ชีวิตมีค่ามากกว่าที่คิด


     ใครจะคิดว่าชีวิตเด็กติดยาอย่างเธอ เรียนก็ไม่จบ อนาคตที่แขวนไว้กับคุกตารางหรือโรงพยาบาล จะกลายเป็นชีวิตที่มีคุณค่าทุกวันนี้หนึ่งนาทีของเธอสามารถทำเงินได้หลายหมื่นบาท ที่มากกว่านั้นคือความอบอุ่นจากลูกค้าที่กลายเป็นกลุ่มแฟนคลับที่ช่วยยกระดับให้ unknownbake กลายเป็นคอมมิวนิตี้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ทั้งหมดนี้เกิดจากการลุกขึ้นมาสู้ชีวิต
 




     ดีชั่วอยํู่ที่ตัวทำ


     “ดีชั่วอยู่ที่ตัวเรา” เป็นประโยคที่มิ้นต์เริ่มถ่ายทอดเรื่องราวของเธอในวันวานให้ฟัง ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเธอเองท้้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนที่เธอไม่ตั้งใจเรียนเพราะรู้สึกไม่ชอบในหลายๆ เหตุผลอาทิ รู้สึกว่าไม่สนุกกับการต้องท่องจำ หรือการสอบวัดระดับความรู้ เธอจึงเรียนจบมัธยมปลายมาได้แบบฉิวเฉียด แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยที่เปรียบเหมือนโลกใบใหม่การเรียนไม่มีใครมาบังคับให้ต้องตื่นแต่เช้าไปเข้าแถวเคารพธงชาติทุกแปดโมงเช้า เหมือนได้ชีวิตอิสระที่ต้องแลกมากับความรับรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้นตามวัย แต่มิ้นต์กลับใช้หมดไปกับความสนุกเพียงชั่วคราว


     “เรากำลังตื่นเต้นรู้สึกว่าชีวิตมีอิสระไม่ต้องมีใครมาคอยตามเรากลับบ้าน พ่อแม่ไม่มีเวลารับส่งเราเหมือนเดิม ยิ่งตอนมีแฟนรู้สึกว่าตัวเราเกเรหนักขึ้น รู้สึกชีวิตช่วงนั้นสนุกดี ทั้งเล่นยาทั้งโดดเรียน ที่ทำไม่ได้ประชดใคร มาจากตัวเราเองล้วนๆ”
 




     สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว


     อย่าถามถึงเกรดการเรียนเพราะในวันที่เพื่อนแต่งชุดรับปริญญา ทว่าเธอกลับถลำลึกไปกับยาเสพติดถึงขนาดที่บางครั้งก็จำคนรอบข้างไม่ได้ จวบจนเข้าสู่วัยเบญจเพส เพื่อนรอบข้างเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาไปหาชีวิตใหม่ในโลกการทำงานในขณะที่ชีวิตของเธอยังโลดโผนไม่จบรั้วมหาวิทยาลัยแถมยังเฉียดคุกตาราง โลกข้างนอกเริ่มน่ากลัวและไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไป


     “ตอนนั้นอายุประมาณ 26-27 ปี ยังต้องวิ่งหนีตำรวจ อยู่ด้วยความหวาดผวา แทนที่จะทำมาหากินได้แล้ว แต่เรายังไม่รู้จะทำอาชีพอะไร ยังต้องให้พ่อแม่มาคอยเลี้ยงดูทำให้เครียดจนคิดกินยาตัวตายแต่โชคดีที่แม่มาเห็นทัน จุดหักเหของชีวิตมันเกิดตอนพี่สาวที่เคยเป็นความหวังออกจากบ้านไป แล้วแม่มีน้องอีกสองคนซึ่งยังเด็กมาก จุดนั้นทำให้เรายังพอมีความเป็นคนอยู่บ้าง คิดว่าควรจะหาอะไรทำให้ไม่ต้องเป็นภาระพ่อแม่”
               




     หลังจากที่เรียกสติมาได้สิ่งแรกที่เธอทำคือ ตัดสินใจเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าจากคอนโดมิเนียมไปโรงพยาบาลเพื่อบำบัดรักษาอาการติดยาเสพติดเป็นเวลาสองเดือน ก่อนจะกลับไปอาศัยที่บ้านที่ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เธอหวนกลับไปวงจรเดิม
               

     “พอออกจากโรงพยาบาล ตัดสินใจว่าจะไม่กลับไปอยู่ที่เดิมอีกแล้ว เอาตัวเองกลับมาอยู่บ้าน เลิกเล่นโซเชียล เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ เพื่อเริ่มต้นทำชีวิตใหม่ทั้งหมด”
 

     ชีวิตเริ่มใหม่ที่ไม่สวยหรู


    หลังจากที่ตัดสินใจทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง เวลาในแต่ละวันที่เคยหมดไปกับการเล่นยาก็ได้คืนมาทำให้มิ้นต์มีเวลาว่างมากพอที่จะทำสิ่งต่างๆ เมื่อเห็นเตาอบที่ว่าง เธอจึงเริ่มหาอาจารย์ตามยูทูป จนไปลงตัวที่บราวนี่กับช็อกโกแลตลาวา ถึงแม้จะเรียนแบบไม่ต้องท่องจำแต่เธอก็ยังทำมันได้ไม่ดี สร้างความไม่สบอารมณ์ให้คนทำ


     “ตอนนั้นทำเท่าไหร่มันก็ไม่อร่อยสักที มีความรู้สึกเดี๋ยวมึงเจอกู คุยเล่นกับป๊าว่าถ้าทำขนมเก่งเมื่อไหร่จะไปสมัคร master chef แต่ป๊าบอกว่าเชฟที่เก่งๆ หลายคนเขาจบมาจาก Le Cordon Bleu”





     เมื่อจบบทสนนาแต่สาวมิ้นต์กับข้องใจว่า Le Cordon Bleu คืออะไร จึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากได้คำตอบแล้วยังได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกว่าหากเข้าเรียนที่นี่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เธอจึงอยากจะปล่อยให้บทสนานั้นกลายเป็นเพียงเรื่องเล่น แต่เสียงของป๊ากับตอบมาว่าถ้าอยากเรียนจริงก็จะสนับสนุนเพราะมันสามารถประกอบอาชีพได้


     “เงื่อนไขของแม่กับป๊าคือ ต้องอดทนเรียนให้สำเร็จ ก็เลยไปเรียน จบมาก็เปิดร้านก็จบพังไปแบบสงบๆ ประมาณ 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่มีประสบการณ์ คิดแค่ว่ามีลูกจ้างหลายๆ คน มาช่วยกันทำกาแฟ ทำขนม เสิร์ฟ เราก็เป็นเจ้าของร้านสวยๆ ไป ตอนนั้นคิดได้แค่นั้น ยังพลิกแพลง ครีเอทเมนูยังไม่เป็น ก็รู้สึกตัวเองทำไม่ได้ต้องปิดไป”


     ร้านที่ปิดไปไม่ใช่แค่เงินทุนที่หายแม้แต่กำลังใจของมิ้นต์เองก็หายไปอีกมากโข การไม่ประสบความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ชีวิตเหมือนดำดิ่งอีกครั้งจนทำทำให้เธอคิดฆ่าตัวตายอีกถึงสองครั้งด้วยการกระโดดน้ำ แต่เหมือนยมบาลยังไม่ต้องการตัวเธอ โดยรอบแรกมีคนอยู่ในเรือจึงมาช่วยไว้ทัน ส่วนครั้งที่สองก่อนที่จะกระโดดน้ำก็มีสายโทรศัพท์แม่โทรเข้ามาพอดีถามว่า “ถ้าไม่ไหว กลับบ้านนะลูก”
 




     จังหวะชีวิต


     ประโยคสั้นๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายและความห่วงใยจนทำให้มิ้นต์ไม่อยากทำร้ายผู้มีพระคุณอีกต่อไป จึงเลิกคิดฆ่าตัวตายไปตลอดชีวิต และมีแรงฮึดสู้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจอีกครั้ง โดยใช้ที่ใช้บ้านเป็นร้านทำขนม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากบทสัมภาษณ์ของ พี่เอ๊ะ นักเลงบาร์ พร้อมกับการเริ่มทำธุรกิจที่เธอตั้งใจว่าจะลดการพึ่งพาคนอื่น เป็นที่มาของ unknownbake ร้านขนมที่ทำคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ


     การกลับมาครั้งนี้เหมือนจะเริ่มต้นได้ดีเพราะแค่วันแรกก็มีเพจๆ หนึ่งมารีวิว ทำให้ร้านเป็นกระแสเร็วมาก ตั้งตัวไม่ทัน จนต้องเจอปัญหาอีกเพราะทำขนมช้าก็เจอลูกค้าที่ไม่เข้าใจเหวี่ยงบ้าง พอผ่านไตรมาสแรกไป มิ้นต์เริ่มรู้สึกว่าความสุขในการทำขนมมันน้อยลงไปเรื่อยๆ





     แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่เธอรักและทุ่มเทมากครั้งนี้เธอจึงไม่ยอมแพ้และคิดหาวิธีแก้ไขจะรับมืออย่างไร กระทั่งเข้าเดือนที่ 4 เธอจึงเปลี่ยนจากให้ลูกค้า walk in เป็นโทรมาจองเท่านั้นและจะเปิดจองวันละรอบ พร้อมกับทำในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่แสดงถึงความเป็นมนุษย์ เช่น ตอนที่ลูกค้าโทรมาแล้วสะกดชื่อตัวเองผิด จำเบอร์โทรศัพท์ไม่ได้เธอก็หลุดด่าลูกค้า หรือการตั้งชื่อเมนูแปลกๆ และวิธีการขายขนมของ unknownbake ที่จะมีเรื่องราวสนุกๆ ตรงที่ลูกค้าจะต้องคอยลุ้นว่าในแต่ละวันเธอจะทำอะไร กลายเป็นกระแสที่สร้างปรากฏการณ์แค่ 1 นาทีเท่านั้นของก็หมด


     “ที่ขนมขายดีเพราะว่า คนที่โทรไม่ทันก็ไปตั้งกระทู้แล้วก็รวมตัวกันว่าจะต้องกินขนมของอีเจ๊ให้ได้ ลูกค้าบางคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็รวมทีมกัน หารถขนส่งที่เก็บความเย็นได้ แล้วลูกค้าสัมผัสได้ในสิ่งที่เป็นตัวเรา อย่างเช่น การตั้งชื่อเมนูมาจากการที่เราไปซื้อแป้งแล้วราคาแพงขึ้นกว่ารอบแรกก็มาดูว่าเพราะอะไร เห็นมีรูปผู้ชายเกาหลีขึ้นปก ก็คิดว่าคงแพงเพราะผู้ชายคนนี้เลยตั้งชื่อเมนูว่า สตรอว์เบอร์รีหำบ้าง โชคดีที่ลูกค้ารับได้และชอบ จากที่รวมตัวกันซื้อขนมก็กลายเป็นคอมมิวนิตี้ที่ไว้คุยเรื่องขนมมิ้นต์ ยังใช้เป็นที่แบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ใครมีขนมอร่อยก็มาขายได้ หรือไปร่วมกันทำบุญบริจาค”


     ต้องอดทนรอให้เป็น เย็นให้พอ

     หลังจากที่ผ่านเรื่องร้ายๆ จนสามารถมีร้านเค้กที่มีแฟนคลับยังไม่ถึงหนึ่งปี มิ้นต์บอกว่า ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ทำให้ได้แง่คิดว่าบางครั้งชีวิตก็ต้องรอจังหวะ


     “รอดชีวิตมาได้ รู้เลยว่าถ้าท้ออย่าคิดฆ่าตัวตาย อย่าคิดว่าชีวิตไม่มีค่า ถ้าท้ออย่าทิ้งให้ทำต่อหรือมีทางอื่นให้เลือก แค่อดทนรอ ชีวิตมีจังหวะดีๆ เกิดขึ้นเยอะ เด็กติดยาที่คิดฆ่าตัวตายในวันนั้นวันนี้ หนึ่งนาทีของมิ้นต์สามารถทำมันได้หลายหมื่นบาท ไม่จบปริญญาไม่เป็นปมในชีวิตเลย แค่ความสามารถที่เรามีพาชีวิตรอดได้ภูมิใจแล้วสำหรับหนู
     

     หลายคนอาจจะคิดว่าหนูบ้านรวยเป็นลูกคุณหนู ไม่ต้องซีเรียสทำๆ หยุดๆ อยากทำตอนไหนก็ทำ ซึ่งจริงๆ ชีวิตไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด หนูสู้มาด้วยตัวเองด้วยเงิน 7 หมื่นบาท พ่อสอนให้รู้จักคำว่าอดทน ไม่เคยบอกว่ามีเงินมากพอแล้วให้อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร ยิ่งเป็นไฟให้สู้ต่อ"


     สำหรับคนที่กำลังจะท้อหรืออยากเริ่มทำธุรกิจเธอบอกว่า "ถ้าวันไหนมีไฟทำเลย แต่ถ้าวันไหนไม่มีไฟอย่าฝืนทำ เคยลองทำมาแล้วไม่เวิร์ก แต่สิ่งที่แย่ที่สุดคือการไม่ลงมือทำ" มิ้นต์กล่าวทิ้งท้าย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup


 
Share:

Related Articles

​หนุ่มมาเลย์ตกงานแต่รอดได้ด้วยธุรกิจข้าวกล่องกะเพราไข่ดาวแบบไทย

วิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา แรงงานจำนวนมากถูกผลักดันออกจากระบบ เมื่อไม่มีงานประจำทำ พวกเขาเลือกจะขายของกิน สำหรับคนที่พอมีฝีมือในการทำอาหาร การขายอาหาร..

by SME Startup| 01 สค. 2021

​คาเฟ่เกือบเจ๊งแต่ต้องสู้! CASEit ธุรกิจเคสมือถือ DIY ที่สร้างรายได้ทดแทนในช่วงโควิด

สิ่งสำคัญของผู้ประกอบการในการสู้วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการปรับตัว ใครปรับตัวได้เร็วกว่า เดินเกมได้ดีกว่าก็อยู่รอดได้ไปต่อ

by SME Startup| 19 กค. 2021

​ช่างท๊อป ด๊อกอาร์ท พลิกคำดูถูกมาเป็นแรงผลักดันสู่นักตัดขนหมาแมวที่ฮอตยืนหนึ่งบนโลกออนไลน์

หากคุณเคยเห็นช่างตัดขนหมาแมวที่ชอบอัดคลิปบนโลกออนไลน์ พูดคุยกับแมว กล่อมแมวดุให้ยอมอาบน้ำด้วยลีลาสุดแสนจะน่ารัก เขาคือ ‘ช่างท็อป ภาณุพงศ์ จงจิตร’ ที..

by SME Startup| 15 กค. 2021