ทำไมต้องจ่ายแพง AltoTech สตาร์ทอัพนำ AI และ IoT มาช่วยให้อาคารขนาดเล็กประหยัดไฟ 30%

by SME Startup 01 มิย. 2021
Share:



     “90 เปอร์เซ็นต์ของอาคารในอเมริกาไม่มีระบบจัดการพลังงาน เพราะไม่มีเงินลงทุน จะมีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถมีเงินลงทุน เราจึงได้เห็นเฉพาะอาคารใหญ่ๆ ที่มีระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ” นั่นคือส่วนหนึ่งของงานวิจัยของ วโรดม คำแผ่นชัย เมื่อครั้นศึกษาในระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค และเกิดคำถามในใจต่อมาว่า จะทำอย่างไรให้ต้นทุนของเทคโนโลยีต่ำลงจนทำให้เจ้าของอาคารขนาดเล็กสามารถหาซื้อมาใช้เพื่อช่วยให้การจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้


     จาก Pain Point ที่มองเห็นปัญหาของภาคธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าอย่างไม่มีประสิทธิภาพดังกล่าว วโรดมจึงตั้งธุรกิจ Startup ที่ชื่อว่า AltoTech ขึ้นมาเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม Alto Energy Edge นวัตกรรมที่ช่วยจัดการพลังงานภายในโรงแรมและอาคารโดยใช้เทคโนโลยี AI และ IoT มาประสานการทำงานเข้าด้วยกัน





     “ยกตัวอย่างง่ายๆ ทุกวันนี้ ระบบไฟฟ้าจะซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ อุปกรณ์อาคารทุกอย่างเป็น IoT ควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพที่สุด ประหยัดที่สุด ต่อไปเราสามารถสั่งงานได้ผ่านซอฟต์แวร์ แต่ปัญหาคือในโรงแรมหรืออาคารมีหลายระบบหลายอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มียี่ห้อแตกต่างกัน ซึ่งแต่ละยี่ห้อแต่ละระบบก็จะมีแอปฯ ของตัวเอง และไม่สามารถคุยข้ามกัน นั่นหมายความว่าช่างที่ดูแลต้องดูทุกระบบ ทุกแอปฯ นี่ก็เป็นปัญหาแรกๆ ปัญหาหนึ่งแล้ว”
 

     ทำงานง่ายขึ้น ประหยัดค่าไฟฟ้าถึง 30 เปอร์เซ็นต์


     “เราตั้งใจให้ Alto Energy Edge ช่วยเจ้าของโรงแรมจัดการทรัพยากรภายในโรงแรมอย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า 30 เปอร์เซ็นต์” วโรดมบอกถึงเป้าหมายในการลดค่าไฟฟ้าจากเทคโนโลยีอัจฉริยะ Alto Energy Edge โดยที่ผ่านมาเขาได้ติดตั้งระบบนี้ให้กับโรงแรม Mintel Huamark, SYN Boutique Hotel และอาคาร ทรู ดิจิทัล พาร์คแล้ว


     หากจะอธิบายการใช้ Alto Energy Edge ให้เห็นภาพชัดมากขึ้น วโรดมยกตัวอย่างปัญหาของโรงแรมที่จะเกิดใน 2 ส่วนคือ พื้นที่ส่วนกลางและห้องพักว่า ปกติในพื้นที่ส่วนกลางของโรงแรม เช่น ล็อบบี้จะตั้งค่าให้อุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งวัน ทั้งๆ ที่จำนวนคนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวในแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากัน แต่ด้วยเทคโนโลยี Alto Energy Edge จะติดตั้งอุปกรณ์ IoT เพื่อตรวจอุณหภูมิ ความชื้น และเชื่อมต่อข้อมูลวิดีโอจากกล้อง CCTV มาวิเคราะห์ความหนาแน่นของผู้คนเพื่อให้ระบบวิเคราะห์จำนวนคนและการใช้พลังงานแล้วทำการลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออก





     โดยระบบ AI จะทำการเปิด-ปิด หรือปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ขณะที่ปัญหาห้องพักคือ การเสียบคีย์การ์ดทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง และเปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิต่ำเกินไป ทำให้มีการใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็น ด้วยระบบที่ติดตั้งจะสามารถเช็กได้ว่าในห้องพักนั้นมีคนอยู่หรือไม่ โดยตรวจจับจากอุณหภูมิ ความชื้น ระดับเสียงสูงต่ำ คาร์บอนไดออกไซด์ ฯลฯ จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดย AI จะบอกได้ว่ามีคนอยู่หรือไม่อยู่ในห้อง หากไม่มีคนอยู่ระบบจะปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องให้สูงขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลง

 
     วโรดมบอกต่อด้วยว่า นอกจากประหยัดการใช้พลังงานได้มากขึ้น ลดขั้นตอนการทำงาน โดยสามารถเช็กสถานะและควบคุมอุปกรณ์ IoT ผ่าน Alto Command Center แล้ว มากไปกว่านั้นคือ ลดปริมาณการปล่อย Carbon Footprints เพื่อแสดงจุดยืนการเป็นโรงแรมสีเขียว ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Travelers ได้อีกด้วย





     “โรงแรมสามารถบอกแขกได้เลยว่าเราเป็นโรงแรมอนุรักษ์พลังงาน ให้ลูกค้าสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อ Log in เข้าหน้าเว็บ ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาออกไปข้างนอกและกำลังจะกลับเข้าโรงแรม แค่กดบอกในเว็บ ระบบในห้องจะปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเตรียมรอไว้ให้เลย ซึ่งโรงแรมอาจทำมากกว่านั้น ด้วยการทำแคมเปญ มีการวัด Carbon Footprints ให้ ถ้าแขกมี Carbon Footprints ที่ต่ำ เป็น Green Travelers ก็จะมีรางวัลให้ อันนี้เชื่อว่าจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า ส่วนโรงแรมก็สามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อีกด้วย”


     “ตอนนี้เรามีโมเดลคือลงทุนให้ก่อน โดยเรามีพาร์ตเนอร์ที่เรียกว่า ESCO Funding เช่น การติดตั้งระบบที่โรงแรมที่เชียงใหม่ เราได้บริษัทบ้านปูเข้ามาช่วยลงทุนให้ เพื่อให้เรามีเงินลงทุนไปทำให้กับโรงแรม หลังจากนั้นโรงแรมก็จะคืนเงินให้เรา เพื่อให้เรานำกลับไปคืนให้บ้านปูต่อ ซึ่งการติดตั้งโซลาร์เซลล์ก็ใช้โมเดลลักษณะนี้เช่นเดียวกัน คือจะมีบริษัทที่ลงทุนให้ก่อน แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะคืนทุนได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปี แต่ของเราคืนทุนได้ไม่เกิน 3 ปี เพราะฉะนั้นบริษัทที่มาลงทุนกับเราเขาจะได้เงินคืนเร็วกว่าในขณะที่ผลตอบแทนพอๆ กัน”


     สำหรับเป้าหมายภายในปีนี้ วโรดมบอกว่าจะพยายามขยายการติดตั้งไปยังโรงแรมต่างๆ ให้มากขึ้น โดยตั้งใจที่จะระดมทุนในรอบ Pre-Seed ในเร็วๆ นี้ 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup


 
Share:

Related Articles

​ส่องไอเดีย Startup ไทยไฟแรงเตรียมดันพืช Wolffia เป็น superfood ของดีแห่งสยามเทียบชั้นมัทฉะของญี่ปุ่น

ถ้าบอกว่า Wolffia (วูฟเฟีย) หลายคนอาจจะงงว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเรียกใหม่ในชื่อที่คนไทยหลารู้จักว่า "ผำ" หรือ "ไข่น้ำ" เชื่อว่าคนไท..

by SME Startup| 18 มิย. 2021

​แค่ปีเดียวมีรายได้กว่า 50 ล้าน ตำราทำธุรกิจซื้อมาขายไปของเด็กหนุ่มวัย 16 ที่รวยได้ไม่แพ้ผู้ใหญ่

การเกิดวิกฤติโควิด-19 อาจเป็นฝันร้านและทำให้วัยรุ่นพลาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต แต่คงไม่ใช่กับหนุ่มน้อยวัย 16 ปี ที่เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสสามารถทำรายได้..

by SME Startup| 17 มิย. 2021

​เปลี่ยนวันหยุดให้เป็นวันรวย เคล็ดไม่ลับกับสาวแบงค์ต่อยอดสูตรขนมเทียนรุ่นแม่ให้ขายได้ทั้งปีแม้ไม่มีเทศกาล

หลายคนคงรอวันหยุดที่จะได้ใช้เป็นวันพักผ่อน แต่พนักงานแบงค์อย่าง สุภาวดี อัฑฒากร กลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเธอใช้วันหยุดให้เป็นวันทำเงินนำขนมเทียนสูตรโ..

by SME Startup| 16 มิย. 2021