เปลี่ยนวันหยุดให้เป็นวันรวย เคล็ดไม่ลับกับสาวแบงค์ต่อยอดสูตรขนมเทียนรุ่นแม่ให้ขายได้ทั้งปีแม้ไม่มีเทศกาล

by SME Startup 16 มิย. 2021
Share:
Text: Neung Cch.





     หลายคนคงรอวันหยุดที่จะได้ใช้เป็นวันพักผ่อน แต่พนักงานแบงค์อย่าง สุภาวดี อัฑฒากร กลับไม่คิดเช่นนั้น ด้วยต้นทุนที่มีบ้านเป็นสวนมีผลไม้มากมายแล้ว ที่สำคัญยังมีคุณแม่ที่มีฝีมือในการทำขนมเทียนอันเลื่องชื่อ ที่เพื่อนร่วมงานของเธอต่างรู้ซึ้งถึงรสมือที่สุภาวดีมักติดมือมาฝากหากถึงเทศกาลตรุษจีน สาร์ทจีน ทำให้เพื่อนๆ ที่ได้ชิมกลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าของเธอ


     “ขนมเทียนที่แม่ทำเป็นสูตรโบราณที่ทำมาตั้งแต่เรายังเด็ก แม่จะเลือกใช้วัตถุดิบอย่างดี เช่น ใส่ย่าสมุนไพรชิวคั่ก ทำให้แป้งนิ่มมีกลิ่นหอม หรือกระเทียมก็จะเลือกใช้กระเทียมไทยกลีบเล็กเพราะให้กลิ่นหอมกว่ากลีบใหญ่ และเน้นผัดไส้ใหม่ๆ สดๆ เสมอ”
 




     เปลี่ยนเวลาว่างสร้างค่าขนม


     จากกลุ่มเพื่อนๆ ก็เริ่มมีลูกค้ากลุ่มอื่นให้ความสนใจ เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหลังการทำขนมเทียนแบบโบราณที่สุภาวดีไปโพสต์ลงในทวิตเตอร์ ที่สำคัญลูกค้ารายนั้นอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราชแต่อยากชิมขนมเทียนจากสมุทรสงคราม แม้จะทำให้แม่ค้ามือใหม่ดีใจแต่ก็กังวลไปพร้อมๆ กัน ด้วยระยะทางและระบบการขนส่งอาจทำให้ขนมเทียนเสียก่อนถึงมือลูกค้า แต่คำเรียกร้องจากลูกค้าที่อยากทานขนมเทียนและไม่ติดใจหากขนมเทียนที่ได้รับเสียหาย จุดประกายให้เธอกล้าที่จะรับลูกค้าต่างถิ่น


     เมื่อตลาดกว้างขึ้นสาวแบงค์ก็ต้องเพิ่มกำลังการผลิตจึงปรึกษากับหุ้นส่วนใหญ่ขอคำมั่นจากคุณแม่ที่เป็นฝ่ายผลิตว่าหากจะทำขนมเพิ่มเป็นเดือนละ 1-2 ครั้งจะส่งผลต่อกำลังของท่านหรือไม่ เพราะปกติคุณแม่ของเธอมีหน้าที่จัดการเรื่องใบตอง ทั้งตัด กรีด เจียน เช็ดล้างทำความสะอาด ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลา 4-5 วัน ส่วนตัวสุภาวดีจะมีเวลาช่วยทำไส้และห่อในวันเสาร์และอาทิตย์





     เมื่อคุณแม่เห็นดีเห็นงามด้วยเธอจึงเพิ่มบทบาททำหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่คอยถ่ายรูปขั้นตอนการทำขนมให้ลูกค้าเห็นแล้วก็ยังทำหน้าที่เป็นฝ่ายการตลาดอีกด้วย


     “เริ่มหันมาใช้พวกการตลาดออนไลน์ช่วย ลองไปสมัคร line OA เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่ง line ช่วยได้เยอะ สามารถจดจำลูกค้าคนนี้สั่งไปกี่ครั้ง ที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ เราสามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าได้ และทุกครั้งที่ส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้ว ถ้าไม่ใช่เป็นช่วงเทศกาล เราจะโทรไปหาลูกค้าแนะนำว่าถ้าได้รับของแล้วแล้วให้นำไปนึ่ง หรือถ้าทานไม่หมดให้แช่ตู้เย็นของเราเก็บได้ประมาณสามวัน”





     แม้จะใช้โปรแกรม LINE จัดการคำสั่งซื้อ แต่สุภาวดีบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่มาจากทวิตเตอร์เป็นหลักถึง 80% ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเธอก็ใช้วิธีให้คนรู้จักช่วยรีทวีต


     “ทุกอย่างต้องเรียนรู้เอง ค่อยๆ คิดแก้ปัญหาไปอย่างการส่งสินค้าจะใช้ EMS อย่างเดียวก็แพง ต้องพยายามหาทาง หาบริษัทขนส่งที่ไม่แพงเกินไป หรือเราทำงานในกรุงเทพฯ ก็อาจนัดให้ลูกค้ามารับใกล้ๆ ที่ทำงานก็ชว่ยได้"
 




     อยากให้ขนมเทียนไปเสิร์ฟบนสายการบินบ้าง



     เมื่อถามถึงรายได้การทำขนม สุภาวดีบอกว่า ทุกวันนี้ยังไม่ได้มองว่าการทำขนมเทียนเป็นธุรกิจจริงจัง แต่ที่ทำเพราะเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะที่บ้านมีสวนมะพร้าว และที่สำคัญยังทำกันสองคนแม่ลูก รายได้อาจไม่ได้มากมายแต่ก็ทำให้ได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัว


     “ปกติครั้งหนึ่งเราสองคนทำกันไม่เกินพันชิ้น แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนออร์เดอร์มากหน่อยเคยสูงถึง 5 พันชิ้นต้องจ้างคนมาช่วยห่อช่วยปั้นไส้ ทุกวันนี้ภูมิใจมาก เพราะว่าไม่น่าเชื่อขนมเรามีคนต่างจังหวัดซื้อไปและที่สำคัญยังกลับมาซื้อซ้ำทำให้เราดีใจมาก”


     แต่ไม่ใช่แค่ลูกค้าต่างจังหวัดที่ทำให้เธอภูมิใจ เพราะเบื้องลึกเธอก็อยากนำขนมเทียนสุภาไปเป็นของว่างที่เสิร์ฟห้องรับรองของสายการบินเหมือนกับข้าวต้มมัดก็เป็นได้


     “คิดอยู่ถ้ามีลูกค้าเพิ่มากขึ้น หาเครื่องทุ่นแรงเพิ่ม เพราะตอนนี้แม่อายุเยอะแล้ว 70 ปีและค่อนข้างหัวโบราณ ไม่ชอบใช้วิธีสมัยใหม่ ทุกขั้นตอนต้องทำด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็นการคั่วหญ้าชิวคั่กที่ต้องใช้ไฟอ่อนๆ คั่วจนเป็นสีเหลืองนำไปตำให้แหลกแล้วก็ไปต้มก็กินเวลาเป็น 3-4 ชั่วโมง”





    สุภาวดีบอกว่า ขั้นตอนวิธีการทำเหล่านี้เธฮสามารถซึมซับได้หมด ยังขาดแต่การเจียนใบตองที่ต้องได้ขนาดและรูปทรงที่ดีเพื่อนำไปห่อแบบหางกระเบน


     “ตอนนี้แม่อายุเยอะแล้ว วาดฝันไว้ลึกๆ ว่าจะเป็นแบบข้าวต้มมัดที่ได้ไปขายไปวางห้องรับรองการบินไทย”


     แม้จะเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็เป็นการปูทางสำหรับสุภาวดีที่วันนี้วัยเธอเข้าสู่หลักสี่ การใช้เวลาว่างในวันหยุดทำขนมของเธอจึงเป็นเหมือนการสะสมประสบการณ์


     ถ้าวันหนึ่งไปทำธุรกิจเต็มตัวโดยไม่เคยได้ลองเรียนรู้ก่อนก็จะทำให้ไม่มีประสบการณ์ อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ เช่น ช่วงอากาศร้อน ขนมเทียนไส้หวานจะเสียง่ายมากเพราะมันทำจากมะพร้าวทางที่ดีก็ไม่ควรทำไส้หวานขายช่วงนี้”
 

     นี่ไม่ใช่แค่การใช้เวลาว่างให้ได้เงินแต่ยังได้ทั้งความรู้และประสบการณ์อันล้ำค่าอีกด้วย


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup


 
Share:

Related Articles

​อดีตเชฟสู้วิกฤติ! เปิดร้านพาสต้าลับราชบุรี สุดท้ายโดนล็อกดาวน์ ผันตัวขายวัตถุดิบต่อลมหายใจ

เมื่อประกาศล็อกดาวน์มาเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว จากวัตถุดิบที่เตรียมขายหน้าร้านกว่า 50 โต๊ะ ต้องเปลี่ยนเป็นการขายวัตถุดิบให้ลูกค้าซื้อไปแบบ Ready to cook..

by SME Startup| 03 สค. 2021

​หนุ่มมาเลย์ตกงานแต่รอดได้ด้วยธุรกิจข้าวกล่องกะเพราไข่ดาวแบบไทย

วิกฤติโควิด-19 ที่ผ่านมา แรงงานจำนวนมากถูกผลักดันออกจากระบบ เมื่อไม่มีงานประจำทำ พวกเขาเลือกจะขายของกิน สำหรับคนที่พอมีฝีมือในการทำอาหาร การขายอาหาร..

by SME Startup| 01 สค. 2021

​คาเฟ่เกือบเจ๊งแต่ต้องสู้! CASEit ธุรกิจเคสมือถือ DIY ที่สร้างรายได้ทดแทนในช่วงโควิด

สิ่งสำคัญของผู้ประกอบการในการสู้วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ คงหนีไม่พ้นการปรับตัว ใครปรับตัวได้เร็วกว่า เดินเกมได้ดีกว่าก็อยู่รอดได้ไปต่อ

by SME Startup| 19 กค. 2021