SME ต้องรู้เรื่องนี้! วิธีพลิกธุรกิจให้มี ‘กำไร’ ด้วยการใช้โปรแกรมอัจฉริยะ

by SME Thailand. 27 กย. 2019
Share:


 
Main Idea
 
  • ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าหายากขึ้น การแข่งขันรุนแรง การจะทำธุรกิจให้ยั่งยืนได้ อยู่ที่ทำอย่างไรถึงจะมี “กำไร” อย่างเพียงพอ เพื่อหล่อเลี้ยงกิจการให้อยู่รอดในระยะยาวได้  
 
  • หลักการง่ายๆ ของการทำกำไร คือ เพิ่มรายรับ หรือ ลดรายจ่าย ซึ่งยุคนี้มีเทคโนโลยีดีๆ มากมาย ที่จะช่วย SME ให้บริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมรายจ่าย เปลี่ยนเป็นกำไร เลี้ยงองค์กรได้ในระยะยาว


 
 
     ความสำคัญของการทำธุรกิจไม่ใช่แค่ขายของได้ หรือมีงานเข้ามาต่อเนื่อง  แต่คือการทำอย่างไรที่ธุรกิจถึงจะมี “กำไร” อย่างเพียงพอเพื่อหล่อเลี้ยงกิจการให้อยู่รอดในระยะยาวได้  


     คำตอบที่ดูพูดง่าย แต่การจะได้มาซึ่งกำไรนั้นเป็นเรื่องยากและท้าทายมากสำหรับ SME โดยเฉพาะในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าหายากขึ้น การแข่งขันรุนแรง ขณะที่คู่แข่งก็เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน ทำอย่างไร SME ถึงจะยังสตรองได้ และมีกำไรเข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง  


     ในงานเปิดตัวโปรแกรมอัจฉริยะ “Borihan.com”  ของกลุ่มบริษัท นิวสเปคทีฟ SME Thailand มีโอกาสพูดคุยกับ “ณัฐภูมิ รัฐชยากร” กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นิวสเปคทีฟ ทำให้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดถึง Pain Point ของ SME ไทย ในฐานะคนที่ทำธุรกิจ SME แบบเล่นเองเจ็บเองมาตลอด 15 ปี 




     เขาบอกว่า ที่ผ่านมา SME ต้องเจอกับปัญหาจุกจิกวุ่นวายหลายอย่าง เช่น เรื่องเอกสารที่เป็นส่วนงานหลังบ้าน ซึ่งมักจะหายและตกหล่นได้ง่าย ทำให้กว่าจะจัดการเรื่องต่างๆ อย่างเบิกจ่ายเงินเดือนพนักงาน จ่ายโอที ค่าคอมมิสชั่น ฯลฯ จะเป็นเรื่องวุ่นวาย ยุ่งยาก และซับซ้อน 


     ขณะที่ยิ่งองค์กรขยายธุรกิจมากขึ้นเท่าไร ข้อมูลก็จะกระจายมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งกว่าจะเรียบเรียงให้เรียบร้อยสมบูรณ์ได้ก็ใช้เวลานานมาก และไม่ว่าจะเป็นระบบแค่ไหนก็ไม่เป็นระเบียบ จึงยังเสียเวลาในการจัดหา ซึ่งเมื่อข้อมูลไม่ดี จึงเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ส่งผลต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดตามมา 


     “ผมพบว่าการเป็น SME ในปีที่ 5 ขึ้นไป  เหตุผลที่ธุรกิจมักไม่ค่อยขยาย เพราะติดกับดักพวกนี้” เขาสะท้อนความคิด


     ไม่ใช่แค่เห็นปัญหาแล้วจำนนต่อสถานการณ์ แต่พวกเขาเลือกพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหานั้น จนเป็นที่มาของ โปรแกรมอัจฉริยะ “Borihan.com” (บริหารดอทคอม) ที่เป็นหนึ่งในผลงานนวัตกรรมที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการ SID (Siam Innovation District) ประเภท Scale-up Fund เมื่อปี 2561 มาแล้ว แต่ในวันแรกมันเริ่มต้นมาจากพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาภายในองค์กร หลังพนักงานบัญชีลาออก พวกเขาตัดสินใจจ้างโปรแกรมเมอร์เพื่อเขียนโปรแกรมนี้ขึ้นมา และดูเหมือนว่า Borihan.com จะไม่ได้กำลังตอบ Pain Point แค่ภายในบริษัทเท่านั้น แต่กำลังตอบปัญหาของ SME ไทยทั้งประเทศ ที่เจ็บปวดในเรื่องนี้ไม่ต่างกัน 





     ถามว่า Borihan.com  คืออะไร? ณัฐภูมิ  อธิบายว่า เป็นโปรแกรมช่วยบริหารงานที่จะทำให้ผู้ประกอบการ SME สามารถบริหารจัดการระบบตรวจสอบรายรับ ควบคุมรายจ่าย ดูผลกำไร ลงบัญชี จ่ายภาษี รวมถึงจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในองค์กรได้ง่ายและเป็นระบบ ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความราบรื่น และทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล


     แล้วดีต่อ SME อย่างไร?  เขาบอกว่าการทำธุรกิจต้องโฟกัสที่กำไร และ Borihan.com  กำลังทำหน้าที่นั้น


     “Borihan.com   เกิดจากสมการง่ายๆ ที่ SME อาจจะหลงลืมไป นั่นคือรายรับลบด้วยรายจ่ายเท่ากับกำไร วิธีการจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ คือการทำกำไรในระดับที่ดีพอ ซึ่งวิธีทำกำไรได้ดีนั้นมี 2 อย่าง คือ 1.เพิ่มรายรับ หรือ 2.ลดรายจ่าย ซึ่ง Borihan.com   จะออกแบบให้คุณควบคุมรายจ่ายได้ มุ่งเน้นที่กำไร แล้วนำมาเลี้ยงองค์กรได้ในระยะยาว” 


     การนำโปรแกรมอัจฉริยะเข้ามาใช้ จะช่วยให้การทำงานของ SME มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โปร่งใส ชัดเจน สามารถมองเห็นข้อมูลต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ตามความเป็นจริง โดยไม่ต้องใช้ระบบคาดเดาอีกต่อไป ช่วยให้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น เขายกตัวอย่าง 3 ฟีเจอร์หลัก ที่พัฒนามาให้ตอบโจทย์ SME


     เริ่มจาก Dashboard หรือหน้ากระดานที่ใช้สรุปข้อมูลต่างๆ ซึ่งใช้งานง่าย ดูเข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อน ทำให้ SME สามารถรู้ได้แบบเรียลไทม์ว่าสุขภาพทางการเงินของตนเองเป็นอย่างไร มองเห็น รายรับ รายจ่ายทั้งบริษัท รายการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนไหน เช่น มีโครงการอะไรบ้าง มูลค่าโครงการเท่าไร แต่ละโครงการอยู่ในขั้นตอนไหน งานไหนที่เก็บเงินได้แล้ว เป็นต้น เพื่อให้การตัดสินใจต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น  


     “อย่างเช่น เรามีรายรับเข้ามา  2.6 แสนบาท แต่พบว่ามีรายจ่ายที่ต้องจ่าย 5 แสนบาท ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็อาจต้องกลุ้มใจไปหาเงินมาเลี้ยงบริษัท แต่ Borihan.com   จะทำให้ SME มองเห็น ณ ตอนนั้นเลยว่าเขามีรายรับที่กำลังจะเข้ามาจากงานไหนบ้าง งานไหนที่ยังเก็บเงินไม่ได้ก็อาจให้เซลส์ไปคุยกับลูกค้าเพื่อวางบิลให้เร็วขึ้นหน่อย หรือเจรจาขอจ่ายเงินก่อนบางส่วน มันตัดสินใจได้ทันที” เขาบอก





     อีกฟีเจอร์คือ การจ่ายเงินภายในบริษัท จากที่เคยมีขั้นตอนยุ่งยาก วุ่นวาย ซับซ้อน ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบต่างๆ เยอะมาก ก็สามารถเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม Borihan.com   ที่มีระบบตรวจสอบอย่างรวดเร็วจากการกระจายอำนาจในการตรวจสอบและรีเช็กมาแล้ว และยังสามารถเลือกดูได้ว่า แต่ละรายขอวิธีสั่งจ่ายแบบไหน และสามารถดำเนินการจ่ายได้อย่างรวดเร็ว


     และไฮไลท์ของโปรแกรมคือ ฟีเจอร์ “Close Job” หรือการปิดจ็อบ ที่ทำให้ SME สามารถล่วงรู้ได้จริงๆ ว่างานที่ทำไปนั้นกำไรหรือขาดทุน


     “ปกติทำโปรเจกต์ 1 โปรเจกต์ มันต้องคาดการณ์ก่อนว่ารายรับเท่าไร รายจ่ายเท่าไร กำไรที่ควรจะเป็นเท่าไร เสร็จแล้วก็ทำงานไป รู้ตัวอีกทีกำไรไม่เป็นไปอย่างที่คิด แล้วจะเหนื่อยทำไปทำไม แต่ Borihan.com  ด้วยระบบกระบวนการที่กล่าวไปทุก Transaction การจ่าย จะถูกตรวจสอบต้นทุนทั้งหมด ทำให้พอทำงานจริงจะถูกคุมรายจ่าย เหมือนที่บอกไปว่าการทำธุรกิจต้องทำกำไรให้ได้ในจุดที่เหมาะสม รายรับบางทีมันเท่าเดิม แต่ถ้าเราควบคุมรายจ่ายให้ดีได้ กำไรก็เพิ่มขึ้น” เขาบอก 


     ปัจจุบัน Borihan.com   ให้บริการใน 3 ด้าน คือ 1.ให้คำปรึกษาด้านการบริหารธุรกิจ(Consultant)  2.การใช้งานโปรแกรม (License Fee) โดยให้บริการและคิดค่าใช้จ่ายตามจำนวนการทำธุรกรรมจริง และ 3.ผู้ช่วยจัดการระบบบริหารงานและตรวจสอบบัญชี (Assis by NBiz) เหมาะสำหรับธุรกิจ SME ที่ไม่มีสะต๊อก เช่นพวกงานโครงการ (Project-Based) มีพนักงานตั้งแต่ 1-250 คน 


     ในส่วนของค่าบริการ หากบริษัทไม่ใหญ่มาก มีประมาณ 1-50  ธุรกรรมต่อเดือน คิดที่ประมาณ 1 พันบาท หากลูกค้าต้องการฝากระบบหลังบ้านทั้งหมดให้บริษัทดูแล จะเริ่มที่ 8 พันบาท และหากให้ดูแลเฉพาะส่วนงานตรวจสอบความถูกต้องภายในองค์กร โดยที่ข้อมูลลูกค้าเป็นคนคีย์เข้าระบบด้วยตัวเองจะอยู่ที่ 4 พันบาท โดยเบื้องต้นเปิดให้ ทดลองใช้โปรแกรมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 3 เดือน 


     ปัจจุบัน Borihan.com   ได้จับมือกับพาร์ทเนอร์ คือ AccRevo แพลตฟอร์มสำหรับสำนักงานบัญชีออนไลน์ที่จะช่วยให้การทำบัญชีดียิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าที่จะร่วมมือกับ Startup รายอื่นๆ เพื่อให้บริการที่ครบวงจรขึ้น เพื่อให้ไปสู่เป้าหมายในอีก 2-5 ปีข้างหน้า ที่อยากเป็น ERP การวางแผนการจัดองค์กรอย่างมีระเบียบของประเทศไทย ที่ครอบคลุมทั้งงานบริหารเงิน บริหารงาน และบริหารคน นั่นเอง 


     เขาสรุปในตอนท้ายว่า วันนี้ SME ต้องกล้าเปลี่ยนแปลงโดยยอมทิ้งของเดิม กล้าเปลี่ยนโดยนำเทคโนโลยีมาทำให้ธุรกิจดีขึ้น ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้อง Borihan.com เท่านั้น เพื่อเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว มั่นคง และเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งในยุคดิจิทัล
 


 
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
 
Share:

Related Articles

​ใช้ DATA สไตล์ SME เริ่มที่ 3 คำถาม อะไรต้อง “แก้ด่วน-ควรทำ-ย้ำอีก”

การประยุกต์ใช้ Data ให้เหมาะกับสไตล์ SMEต้องเริ่มจากมุมมองที่ต่างจากรายใหญ่ ผู้ประกอบการ SME ต้องไม่แข่งที่ความเยอะ (Big) แต่ต้องแข่งที่ความแม่น ..

by SME Thailand.| 23 พย. 2020

​จ่ายเงินเป็นเรื่องง่าย! ถ้าได้รู้จัก “nate” เอไอผู้ช่วยช้อปปิ้งออนไลน์ ที่รู้ใจทั้งคนขายคนซื้อ

“nate” คือแอปที่มาตอบโจทย์การซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ให้สามารถชำระเงินได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม เพราะความจริงแล้วลูกค้าแต่ละคนไม่ได้ต้องการรูปแบบ..

by SME Thailand.| 30 ตค. 2020

​Video Conference ตัวช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กร ในวันที่เทรนด์ Remote Working กำลังมา

กุญแจสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมที่เข้มแข็งคือการสื่อสารที่ชัดเจน พนักงานทุกคนควรมีความเข้าใจค่านิยมขององค์กรและรู้สึกเชื่อมโยงกับคุณค่านั้นเป็นอย่างด..

by SME Thailand.| 19 ตค. 2020