เสริมแกร่งทายาท สร้างธุรกิจโต ด้วยพลังจากเทคโนโลยี

by SME Thailand. 08 ตค. 2019
Share:


Main Idea
 
  • ความท้าทายหนึ่งที่ทายาทธุรกิจทุกคนต้องเจอเหมือนกัน คือ การพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแก่ครอบครัวและบุคลากรในองค์กร ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่อาจเดินได้เพียงลำพังคนเดียว
 
  • การมีตัวช่วยที่ดีเข้ามาช่วยตอบโจทย์ คือ ปัจจัยสำคัญอีกข้อที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้อย่างไม่สะดุด ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจยุคนี้ ก็คือ โซลูชันจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งบางครั้งก็ยากที่ผู้ประกอบการทั่วไปจะเข้าใจและเข้าถึงได้
 
  • โครงการ Smart Business Transformation ซึ่งจัดโดยธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) และเดอะ ฟินแล็บ คือ โครงการที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ SME ภายใต้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและโซลูชันเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ




     การเป็นทายาทธุรกิจ หน้าที่สำคัญคือต้องสานต่อกิจการของครอบครัวให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ ซึ่งอาจมีทั้งในแง่ของการเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ ไปจนถึงการแตกไลน์สร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ เพื่อช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับครอบครัว ซึ่งหนึ่งในความท้าทายที่ทายาททุกคนต้องเจอคือ การพิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้เกิดการยอมรับทั้งจากสมาชิกในครอบครัว รวมไปถึงพนักงานในองค์กร ซึ่งหากได้ตัวช่วยที่ดีเข้ามาก็จะทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างไม่สะดุด และหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจยุคนี้ก็คือ โซลูชันจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Tech Solution) นั่นเอง


     วรศักดิ์ ปณีตัธยาศัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเรียนสตาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติคส์ ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และ อดิทัต ศุภจิระพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซี่ แพ็ค โปรดักส์ จำกัด โรงงานผู้ผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์เกรดอาหารและยา คือ สองทายาทหนุ่มที่เข้ามาช่วยสานต่อกิจการของครอบครัว แม้อาจมาในโจทย์ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่เห็นตรงกัน นั่นคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น


     •  ตอบโจทย์ธุรกิจ ด้วยโซลูชัน


     วรศักดิ์เล่าให้ฟังว่า เขาเข้ามาช่วยดูแลกิจการของครอบครัวตั้งแต่เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยคลุกคลีทำทุกอย่าง ทุกตำแหน่ง ทุกแผนก และทุกหน้าที่ เพื่อช่วยให้รู้จักกิจการของครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่อดิทัต ซึ่งแม้จะเข้ามาช่วยดูแลกิจการครอบครัวอย่างเป็นทางการได้เพียงไม่กี่ปี แถมยังได้รับโจทย์ที่แตกต่างให้เข้ามาช่วยดูแลกิจการตัวใหม่ของบริษัท แต่เขาเองก็ได้คลุกคลี วิ่งเล่น และเข้ามาช่วยเหลืองานที่บ้านอยู่ตลอดตั้งแต่วัยเด็ก


     “ผมเข้ามาช่วยดูแลกิจการที่บ้านตั้งแต่เมื่อกว่า 10 ปีก่อน โดยทำทุกอย่าง ทุกส่วน แม้กระทั่งติดต่อขายงานลูกค้า ก็ทำเองหมด จุดนี้เองที่ทำให้เรามองเห็นปัญหาของธุรกิจชัดเจนขึ้นคือ การบริหารจัดการกับข้อมูลที่มี โดยธุรกิจของเราทำเกี่ยวกับโลจิสติกส์และส่งออกทางเรือเป็นหลัก ฉะนั้นจึงมีเอกสารเยอะมากทั้งฝั่งของลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราพยายามแก้ปัญหาตรงนี้มาโดยตลอด โดยมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูล แต่พอถึงเวลาก็ไม่สามารถเรียกใช้ได้ ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากหลายอย่าง เพราะถึงแม้จะเป็นการขนส่งตัวเดียวกัน แต่เนื่องจากมีหลายส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ข้อมูลที่ได้จากแต่ละแผนกบางครั้งก็ออกมาไม่ตรงกัน จนไม่รู้ว่าควรเชื่ออันไหนดี” วรศักดิ์บอกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น




     ขณะที่อดิทัตเล่าให้ฟังว่า โจทย์ที่เขาได้รับนั้นไม่ได้เป็นการเข้าไปช่วยบริหารจัดการธุรกิจเหมือนคนอื่นๆ แต่คือได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลธุรกิจตัวใหม่ของครอบครัวที่ต่อยอดออกมาจากธุรกิจเดิม ซึ่งนั่นคือความท้าทายของทายาทอย่างเขา


     “เดิมทีคุณพ่อทำธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์เกรดอาหารและยามาก่อน จากนั้นก็อยากขยายกิจการออกไปในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่แค่อาหารและยา จึงแยกออกมาตั้งอีกธุรกิจหนึ่ง ซึ่งแยกโรงงานผลิตและแยกการบริหารจัดการทุกอย่าง เหตุผลเพราะต้องการสร้างบิสซิเนสโมเดลใหม่ อยากลองปรับปรุงการทำงานทุกอย่างใหม่หมด ตั้งแต่การผลิต การบริหารงาน ไปจนถึงต้นทุน โดยตั้งเป้าว่าจะใช้คนทำงานให้น้อยที่สุด แต่ให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมาเราค่อนข้างทำได้ดี โดยตัดกระบวนการซ้ำซ้อน และไม่เกิดประโยชน์ออก สำหรับด้านการตลาดด้วยความที่เป็นธุรกิจใหม่เราจึงอยากได้ช่องทางที่เข้ามาช่วยหาลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น” อดิทัตเล่าถึงภารกิจของเขา
 

     จากโจทย์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ทั้งวรศักดิ์และอดิทัตต้องค้นหาโซลูชัน เพื่อเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา รวมถึงต่อยอดธุรกิจให้กับพวกเขาได้ กระทั่งได้มาพบกับโครงการ Smart Business Transformation ซึ่งจัดโดยธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) และ เดอะ ฟินแล็บ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้พัฒนาศักยภาพของตนเองและเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยตอบโจทย์ธุรกิจ พวกเขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมอย่างไม่รอช้า


     ซึ่งจากการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว  นอกจากทำให้วรศักดิ์ได้เจอกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยธุรกิจแล้วนั้น ยังได้เข้าร่วมเวิร์คชอปมากมาย หนึ่งในนั้นที่ช่วยได้มาก คือ Change management โดยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสิงคโปร์ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงเมื่อต้องนำ Tech Solution ใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น


     นอกจากนี้ยังได้พบกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจให้กับเขาได้ โดยเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยทำการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลออกมาในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ใช้งานง่าย และมีความแม่นยำสูง จาก Tech Solution ที่ชื่อว่า “Boostorder” จากประเทศมาเลเซีย


     “เรามีระบบในการจัดเก็บข้อมูลของเราอยู่แล้ว สิ่งที่ Tech Solution นำมาให้เพิ่มเติมก็คือ เขาได้พัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง เพื่อนำมาครอบข้อมูลของเราอีกที และให้ขึ้นไปอยู่บนแพลตฟอร์มที่เขาได้ออกแบบไว้ เพื่อทำการวิเคราะห์และนำเสนอออกมาในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีได้อย่างมีประสิทธิภาพ มองเห็นทิศทางธุรกิจ และวางแผนอนาคตข้างหน้าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น”




     ในฝั่งของอดิทัต เขาได้พบกับเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายใหม่ จาก Tech Solution ที่ชื่อว่า “Novocall” จากประเทศสิงค์โปร์ โดยเป็นโซลูชันแบบคลิกเพื่อให้โทรกลับ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนจากผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายมาเป็นลูกค้าได้ไม่ยากจากการคลิกเพื่อฝากข้อความและเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้ทำการติดต่อกลับในภายหลัง


     “ธุรกิจของเราไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป แต่เป็นสินค้าแบบ Made to Order จึงไม่สามารถใช้แชตบอตตอบข้อความสั้นๆ ได้ เพราะต้องมีการสอบถามก่อนและอธิบายว่าบรรจุภัณฑ์ที่เขาต้องการนั้นจะนำไปใช้งานเกี่ยวกับอะไร เป็นของแข็งหรือของเหลว มีความเป็นกรดด่างอย่างไรบ้าง น้ำหนักที่จะใส่เท่าไหร่ เราต้องประเมินทุกอย่างเพื่อให้บรรจุภัณฑ์แข็งแรง ฉะนั้นสิ่งที่เราอยากได้จากลูกค้ามากที่สุดคือ ฝากเบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ารายใหม่ได้มากขึ้นด้วย” เขาบอก
 

     •  สานต่อธุรกิจ ส่งไม้ต่อจากรุ่นสู่รุ่น


     นอกจากได้พบกับโซลูชันจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเข้ามาตอบโจทย์แก้ไขปัญหาให้กับธุรกิจได้แล้ว วรศักดิ์และอดิทัตได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การได้เข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation ยังทำให้พวกเขาได้ประสบการณ์และแง่คิดดีๆ นำกลับไปใช้ในการทำธุรกิจได้อีกด้วย


     “นับเป็นความโชคดีที่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งเข้ามาช่วยตอบโจทย์แก้ไขปัญหาให้กับธุรกิจเราได้เยอะมาก ในการที่ยูโอบีจับมือกับเดอะ ฟินแล็บ จัดเทรนนิ่งโปรแกรมให้กับผู้ประกอบการ ผมคิดว่ามีประโยชน์มาก หนึ่งในสิ่งที่เขานำมาสอนเราคือ ทำให้มองเห็นมุมมองการบริหารจัดการองค์กรที่เปลี่ยนไป เพราะการจะนำดิจิทัลมาใช้กับองค์กรที่มีอายุกว่า 30 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ว่าคิดแล้วจะทำได้เลย แต่เขาสอนให้เรารู้จักวางแผนที่จะเปลี่ยน และให้คนในองค์กรพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนไปด้วยกัน อีกเรื่องที่สำคัญคือ เขาได้นำบริษัทที่มีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีต่างๆ มาให้เจอกับผู้ประกอบการตัวจริง ทำให้ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เป็นการเปิดโลกให้เรามาก ที่ได้รู้ว่ามีบริษัทที่มีเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์แบบนี้อยู่ด้วย ซึ่งหากไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ก็คงไม่รู้ว่าจะไปเริ่มต้นหาจากที่ไหน” วรศักดิ์กล่าว


     เช่นเดียวกับอดิทัตที่ได้แสดงความคิดเห็นว่า การได้เข้าร่วมกับโครงการ Smart Business Transformation ถือเป็นการอบรมสัมมนาอย่างเข้มข้น ซึ่งยากที่ผู้ประกอบการจะหาได้จากที่ไหน


     “ผมกล้าพูดเลยว่าโปรแกรมเทรนนิ่งที่จัดขึ้นโดยธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) และ เดอะ ฟินแล็บ เป็นคอร์สที่ไม่น่าจะหาเรียนได้ง่ายๆ ผมเองเคยมีประสบการณ์ทำงานกับองค์กรใหญ่ๆ มาก่อน ทำให้ได้เห็นกระบวนการจัดการและวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งยากมากที่หากไม่ได้ลงมือทำจริงแล้วจะสามารถเข้าใจได้ แต่การเรียนกับโครงการ Smart Business Transformation ทำให้เราได้มองเห็นและเข้าใจภาพเหล่านั้นได้ชัดเจนขึ้น โดยอาจารย์ท่านต่างๆ ได้นำประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดให้เราเห็น ผมมองว่ายากที่คนทั่วไปจะมีโอกาสได้เข้าใจลึกซึ้งแบบนี้ หากเราไม่ได้ประสบกับเหตุการณ์นั้นจริงๆ”


     สำหรับมุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าที่ของการเป็นทายาทธุรกิจที่ต้องสานต่อกิจการของครอบครัวให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้นั้น ทั้งวรศักดิ์และอดิทัตต่างมีความคิดเห็นตรงกันว่า
               

     “หน้าที่ของทายาท นอกจากเราจะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้ดีในยุคของเราแล้ว อีกสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญคือ การส่งไม้ต่อให้กับเจเนอเรชันรุ่นต่อไปด้วย โดยเราต้องช่วยวางรากฐานในด้านต่างๆ เท่าที่จะทำได้ เพื่อสุดท้ายแล้วให้เขาสามารถดูแลกิจการให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปได้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”
 

     สนใจเข้าร่วม Business Model Transformation Workshop (BMT) 25 - 26 พฤศจิกายน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการ Smart Business Transformation สามารถคลิกลงทะเบียนวันนี้ – 15 ตุลาคมนี้



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​ธรรมดาโลกไม่จำ! 4 สินค้าสุดล้ำ เปลี่ยนธรรมดาให้เป็นว้าว! สร้างธุรกิจโต

ความฉลาดอย่างหนึ่งของการทำธุรกิจในปัจจุบัน คือ การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับผลิตภัณฑ์เดิมๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป ให้กลายเป็นสินค้าน่าสนใจ เพื่อสร้างมูล..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2019

​เปลี่ยนฟาร์มข้าวโพดให้อัจฉริยะ! เพิ่มแต้มต่อธุรกิจเกษตรตามแบบแบรนด์ดัง SUNSWEET

มาเรียนรู้การทำฟาร์ม KC ฟาร์มต้นแบบของบริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ที่นำเอาเทคโนโลยีทั้งใหม่และเก่าเข้ามาใช้ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ได้ผลผลิตที่เพิ่..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2019

​ติดปีกธุรกิจออนไลน์ให้โตยั่งยืนด้วย Tech Solution ระดับโลก

ยุคหนึ่งที่ธุรกิจออนไลน์ คือ ความหวังของใครหลายคนที่รักอิสระ และอยากเป็นนายตัวเอง แต่ในวันนี้ด้วยปริมาณผู้แข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดที่เคยเริ่..

by SME Thailand.| 30 กย. 2019