รู้จักเมล็ดเจียอีกด้าน

by smethailandclub 14 ตค. 2015
Share:


 




Text : น้ำค้าง



    ธัญพืชชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากมายในหมู่คนรักสุขภาพ คือ Chia Seed หรือ เมล็ดเจีย ที่ได้รับการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นซูเปอร์ฟูดที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการล้นเหลือ เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุๆ เช่น โบรอนที่ช่วยดูดซึมแคลเซียม 

    แต่คุณสมบัติที่ดึงดูดใจสาวๆ เห็นจะเป็นไฟเบอร์สูง ทำให้อิ่มท้อง จึงมักนำมาเป็นอาหารเพื่อช่วยลดน้ำหนัก เมล็ดเจียเมื่อนำไปแช่น้ำจะพองตัวเป็นสิบเท่า ลักษณะคล้ายเม็ดแมงลักแต่คุณค่าทางอาหารสูงกว่ามาก ส่วนใหญ่นำไปผสมในอาหารรับประทาน เช่น โยเกิร์ต นมสด น้ำเต้าหู้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ 

    อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรับประทานเมล็ดเจียได้ อาหารชนิดนี้ยังมีผลข้างเคียงบางประการในการบริโภค และเชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่ทราบ เป็นต้นว่า

•    เนื่องจากมีโอเมก้า 3 สูง ซึ่งคุณสมบัติอย่างหนึ่งของกรดไขมันตัวนี้คือเป็นตัวเจือจางเลือด ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด ดังนั้น คนที่เป็นโรคโลหิตจาง คนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาแอสไพริน หรือกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดเจียเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเลือดไหลไม่หยุดเมื่อเกิดบาดแผล

•     คนที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำพึงระมัดระวัง อ้างอิงจากผลศึกษาที่โรงพยาบาลเซนต์ไมเคิลในเมืองโตรอนโต แคนาดา ระบุเมล็ดเจียมีคุณสมบัติลดความดันโลหิต คนที่เป็นความดันต่ำ หากรับประทานเมล็ดเจียเข้าไปก็อาจทำให้ความดันยิ่งต่ำลงอีกจนถึงขั้นช็อกได้

•    เมล็ดเจียยังอุดมด้วยกรดอัลฟา-ไลโนเลนิกที่หากรับประทานมากไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้หรือมีแนวโน้มที่จะเป็นไม่ควรรับประทาน หรือหากจะรับประทานควรปรึกษาแพทย์ก่อน

•    เมล็ดเจียยังมีวิตามินบี 17 สูงมากด้วย การรับประทานเมล็ดเจียควบคู่กับวิตามินบี 17 ที่เป็นอาหารเสริมในช่วงเวลาเดียวกันเสี่ยงต่อการทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารชนิดนี้มากเกินไป ควรเลือกรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งจะดีกว่า


 




•    เมล็ดเจียมีความเหมือนแป้งสาลีตรงที่มีส่วนประกอบที่เป็นโปรตีนและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หลายคนแพ้กลูเตน (โปรตีนในแป้งสาลี)  ก็อาจมีบางคนที่แพ้โปรตีนในเมล็ดเจียเช่นกัน อาการก็เช่น ผื่นขึ้น ท้องเสีย คันตา ตาแฉะ เป็นต้น ดังนั้น ต้องระวัง

•    มีข้อแนะนำว่า สตรีตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรควรงดรับประทานเมล็ดเจีย ซึ่งเหตุผลยังไม่แน่ชัดนัก แต่อย่างหนึ่งคือเมล็ดเจียมีไฟเบอร์สูงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ท้องอืดและแก๊สในกระเพาะเยอะ

•    อีกคำแนะนำหนึ่งคือไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะ 3 เดือนหยุดพักแล้วค่อยกลับมารับประทานใหม่ เพราะว่ากันว่าอาจทำให้เกิดอาการเสพติดได้ สำหรับปริมาณที่รับประทาน ผู้ใหญ่ไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน เด็กอายุ 5-18 ปี จำกัดไม่เกิน 1 ช้อนโต๊ะ
    
    เมล็ดเจียอาจมีประโยชน์มากมายก็จริง แต่ใช่ว่าอะไรที่มาจากธรรมชาติจะปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ไปทั้งหมด ก่อนรับประทานสิ่งใด ควรศึกษาให้ดีก่อน อย่าแค่เชื่อจากคำบอกเล่าเขาว่าดีก็เฮโลซื้อมารับประทาน ย้ำว่าคนที่มีภาวะทางกายหรือใช้ยารักษาโรคบางชนิด หรือรับประทานอาหารเสริมบางอย่าง เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนจะดีกว่า หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ SME (เอสเอ็มอี)
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021