อาหารฟังก์ชัน...ไม่เคยตกกระแส

by SME Thailand. 01 พค. 2018
Share:






 เรื่อง  วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์


    ย้อนกลับไปเมื่อ 2500 กว่าปีก่อน ตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ แนวคิดการนำอาหารมาเป็นยาของฮิปโปเครตีส บิดาแห่งการแพทย์สมัยใหม่ถูกนำมาปฏิบัติยาวนานต่อเนื่องเป็นพันปี จนกระทั่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความเฟื่องฟูในยุคอุตสาหกรรมได้นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการกิน การบริโภคอาหารแปรรูปและความสะดวกในการซื้อหาอาหารสำเร็จรูปทำให้ผู้คนบริโภคมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง ผลคือ ประชนชนเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน โรคเกี่ยวกับเส้นเลือดสมอง และมะเร็งมากขึ้น เป็นเหตุให้นักวิจัยต้องหันมาสนใจเรื่องอาหารและสารในอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเหล่านี้

    ช่วงทศวรรษ 1990 อาหารซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของการกินก็ผุดขึ้นมาคือ Functional Food ซึ่งเป็นหมวดหมู่หนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน หมายถึง อาหารที่มีสารประกอบที่ทำหน้าที่อื่นนอกเหนือจากคุณค่าทางอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ชะลอการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ บำบัดหรือลดอาการของโรค และปรับปรุงระบบการทำงานของร่างกาย เป็นต้น 

    อาหารฟังก์ชันมี 2 ประเภท แบบแรกเป็นอาหารที่มีการแต่งเติมสารอาหาร เพื่อให้มีผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพ ไม่อยู่ในรูปแคปซูลหรือผง สามารถบริโภคเป็นอาหารประจำวัน โดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนยา ตัวอย่างเช่น อาหารและเครื่องดื่มที่เสริมด้วยวิตามินหรือแร่ธาตุต่างๆ ไข่ไก่เสริมกรดไขมันโอเมก้า-3 นมผงผสมสารอาหารจำเป็นสำหรับทารก แบบที่สองเป็นอาหารจากธรรมชาติ เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ที่ไม่เพียงให้ประโยชน์ทั่วไปแต่ยังมีคุณสมบัติเฉพาะที่ส่งผลบวกต่อร่างกาย อาหารฟังก์ชันจากธรรมชาติมีมากมายเหลือเกิน แต่ 10 อย่างที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ประกอบด้วย
 



    • รำข้าวโอ๊ต หรือ Oat Bran เป็นส่วนเปลือกนอกของข้าวโอ๊ต มี “Beta-Glucan” สูง หากรับประทานวันละ 25 กรัมจะช่วยลดคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ นอกจากนั้นยังเหมาะกับผู้ควบคุมน้ำหนักเพราะรำข้าวโอ๊ตเป็นไฟเบอร์ละลายน้ำ จึงทำให้อิ่มท้องนาน

    • มะเขือเทศ และผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ และอื่นๆ จะมีสาร Lycopene และสารต้านอนุมูลอิสระสูง ถ้าได้รับเพียงวันละ 10-15 กรัมจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ และมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเขือเทศที่ผ่านการแปรรูปแล้วจะถูกดูดซึมได้ง่ายกว่า

    • ถั่วเหลือง นอกจากอุดมด้วยโปรตีนแล้ว ยังมีสาร Isoflavonoid ประโยชน์ต่อสุขภาพมีมากแต่ที่เด่นๆ คือลดคลอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และป้องกันมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก รับประทานอย่างน้อย 25 กรัมทุกวันกำลังดี

    • ผักบางชนิด อาทิ บรอคโคลี คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และหัวผักกาด ผักเหล่านี้จะมีสารที่เรียกว่า Indolesที่สามารถยังยั้งการเติบโตของเนื้องอก ผลวิจัยยังระบุอีกว่าผู้ที่รับประทานผักเหล่านี้เป็นประจำ ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้และมะเร็งกระเพาะอาหารจะลดลง





    • ไข่เสริมโอเมก้า-3 ปกติกรดไขมันโอเมก้า-3 จะพบในปลา น้ำมันปลา เมล็ดแฟล็กซ์ (Flaxseed) และถั่ว ไข่ที่เสริมด้วยกรดไขมันนี้เกิดจากแม่ไก่ที่เลี้ยงด้วยเมล็ดแฟล็กซ์ กรดไขมันโอเมก้า-3 ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบในร่างกาย 

    • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ นอกจากสูงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เบอร์รี่บางชนิด เช่น แครนเบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ซึ่งมีสาร Anthocyanin ที่ช่วยป้องกันกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะอักเสบอีกด้วย หากเป็นไปได้ ดื่มน้ำผลไม้เหล่านี้วันละ 1-2 แก้วจะช่วยได้

    • เมล็ดแฟล็กซ์ เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ (ชนิดละลายน้ำ) แถมยังมีกรดไขมันโอเมก้า -3 สูง ในเมล็ดแฟล็กซ์มีสาร Lignans ที่ลดไขมันทั่วไปและไขมัน LDL จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิด สามารถรับประทานโดยนำมาโรยบนข้าว โยเกิร์ต หรือผสมในน้ำปั่น และขนมอบทั้งหลาย

    • โยเกิร์ตและนมเปรี้ยว จัดเป็นโปรไบโอติกซึ่งเป็นจุลินทรีย์ดีช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหารและการเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ในโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสและไบไฟโฟแบคทีเรียมที่ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้อีกด้วย การรับประทานโยเกิร์ตโรยด้วยเมล็ดแฟล็กซ์จะช่วยเสริมสมรรถนะในการป้องกันโรคดียิ่งขึ้น

    • ชาเขียวและชาขาว เป็นที่ทราบกันว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีสาร Polyphenol ที่มีสรรพคุณมากมาย อาทิ ป้องกันมะเร็งบางชนิด ลดระดับคอเลสเตอรอล ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง และทำให้สดชื่นเพิ่มกำลัง ชาประเภทอื่นก็มี Polyphenol เหมือนกันแต่ปริมาณน้อยกว่าชาเขียวและชาขาว

    • กระเทียม วัตถุดิบที่ขาดไม่ไม่ได้ในครัวไทย กระเทียมมีสารประกอบที่เป็นกำมะถันซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอล และความดันโลหิต รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายได้ กระเทียมหนึ่งหัวประกอบด้วยสารอาหารมากมาย อาทิ วิตามินเอ บี และซี แร่ธาตุซีเลเนียม ไอโอดีน โปแตสเซียม เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียมและสังกะสี 
    
    อาหารฟังก์ชันมีประโยชน์ต่อร่างกายเราสามารถซื้ออาหารแปรรูปที่เสริมวิตามินหรือแร่ธาตุต่างๆ มาบริโภคได้ แต่อย่าลืมว่าอาหารฟังก์ชันจากธรรมชาติก็มีมากมาย เพียงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่าอาหารประเภทไหน ให้คุณค่าทางโภชนาการยังไง เลือกอาหารสดใหม่ และต้องเข้าใจวิธีปรุง เท่านี้เราก็จะได้ประโยชน์เต็มๆ จากการรู้จักเลือก


ที่มา : jn.nutrition.org , truestarhealth.com 

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020