ข้อควรรู้...ก่อนลดน้ำหนักด้วย VLCD

by SME Thailand. 01 พค. 2018
Share:

เรื่อง : วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์



    หากเคยอ่านกระทู้ในชุมชนออนไลน์อย่างเว็บไซต์พันทิป โดยเฉพาะห้องสวนลุม จะเห็นมีคนมาตั้งกระทู้แชร์สูตรอาหารลดน้ำหนักกันมากมายหลายสูตร โดยรวมแล้วก็เป็นอาหารจำพวกจำกัดแคลอรี 

    ซึ่งเมื่อพิจารณาแต่ละมื้อแต่ละวันจะเห็นว่าสูตรที่นำมาแชร์นั้นเป็นอาหารที่แคลอรีต่ำมากมายอย่างน่าใจหาย เช่น เช้า : กาแฟดำกับขนมปัง 1 แผ่น กลางวัน : สลัดผักรวม เย็น : โยเกิร์ต+แอปเปิ้ลเขียว คือประมาณว่าต้องรับประทานไม่เกิน 500-600 แคลอรี/วัน ล่าสุดมีดาราหญิงคนหนึ่งชวนบรรดาแฟนคลับมาร่วมลดน้ำหนักกับเธอภายใน 13 วัน เห็นเมนูที่เธอรับประทานแล้ว อาจดีกว่านิดหน่อยตรงที่มีโปรตีนจากอกไก่ และเนื้อหมูเข้ามาเสริม ถึงกระนั้นก็ยังถือว่าปริมาณน้อยอยู่ดี ไม่ถึง 800 แคลอรี ขณะที่ร่างกายเราต้องการพลังงานเฉลี่ย 1,800-2,200 แคลอรี/วัน

    แถมบางคนยังคลั่งไคล้กับการรับประทานเมล็ดเชีย (Chia Seed) เหลือเกิน เช้ารับประทานเมล็ดเชียกับน้ำเต้าหู้ เย็นรับประทานเมล็ดเชียกับโยเกิร์ต เรียกว่าแทบรับประทานแทนข้าวเลยทีเดียว เมล็ดเชียซึ่งละม้ายคล้ายเม็ดแมงลักแต่มีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าถูกนำมาโฆษณาว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ด เนื่องจากมีไฟเบอร์สูง อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 

    แต่หากศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดจะพบว่ามันมีข้อห้ามอยู่เหมือนกัน เช่น ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะ คนที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรงดเพระหากเกิดบาดแผลจะทำให้เลือดไหลไม่หยุด คนที่ความดันโลหิตต่ำไม่ควรรับประทาน เป็นต้น  

 



    ย้อนกลับมาที่การลดน้ำหนักด้วยการจำกัดแคลอรีในอาหาร นับเป็นวิธีที่ใช้กันมานานมาก ตามคลินิกลดน้ำหนักในต่างประเทศจะมีการคิดสูตรอาหารเพื่อควบคุมแคลอรี โดยแบ่งเป็นสูตรอาหารแคลอรีต่ำ LCD (Low Calorie Diet) กับอาหารแคลอรีต่ำมาก VLCD (Very Low Calorie Diet) แบบ LCD จะเป็นการบาลานซ์สัดส่วนของโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันในปริมาณที่ลดน้อยลงเพื่อให้อยู่ในระดับ 800-1,500 แคลอรี/วัน 

    หากการควบคุมเป็นไปด้วยดี โภชนาการไม่พร่อง อาหารแคลอรีต่ำประเภทนี้ช่วยลดน้ำหนักได้ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากความอ้วนอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

    ส่วน VLCD ที่หลายต่อหลายคนโดยเฉพาะสาวๆ กำลังเห่อทำตามกันนั้น วงการแพทย์ในต่างประเทศได้นำมาใช้นานกว่า 20 ปีแล้วกับผู้เป็นโรคอ้วนหรือผู้ที่มีดัชนีมวลกายเกิน 30 วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย หรือ BMI-Body Mass Index คือ น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตรxเมตร) เช่น น้ำหนัก 52 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร คำนวณออกมาได้ 52/1.6x1.6=20.3 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์สมส่วน ถ้า BMI 23 ถือว่าน้ำหนักเกิน และถ้าเกิน 30 ก็เข้าข่ายโรคอ้วน

    อาหาร VLCD ได้ผลมากในกรณีที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เพราะลดได้เฉลี่ย 1.5-2.5 กิโลกรัม/สัปดาห์ หรือประมาณ 20 กิโลกรัมใน 3 เดือน แต่ใช่ว่าใครนึกอยากทำก็ทำได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ร่วมกับนักกำหนดอาหาร อาหารที่รับประทานจะเป็นสูตรที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 แคลอรีต่อวัน แต่ให้สารอาหารครบถ้วน ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปอาหารเหลว เครื่องดื่ม เป็นผงชงดื่ม และเป็นแบบอัดแท่ง

 


    โดยปกติก่อนเข้ารับการลดน้ำหนัก แพทย์จะทำการตรวจสุขภาพเพื่อเช็กสภาพร่างกายผู้ต้องการลดน้ำหนัก และมีข้อกำหนดว่าต้องไม่เป็นสตรีตั้งครรภ์ กำลังให้นมบุตร คนอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป เด็ก และเยาวชนที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต รวมไปถึงคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคตับ โรคไต หรือมะเร็ง ระหว่างการเข้าคอร์สVLCD แพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิด มีการเช็กร่างกายและการทำงานของหัวใจเป็นระยะๆ สม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาระบบเผาผลาญพัง หรือการเสียสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ในร่างกาย 


    การเข้าคอร์ส VLCD จะจำกัดไม่ให้ยืดเยื้อเกิน 16 สัปดาห์ หลังจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะค่อยๆ ปรับอาหารจากโหมด VLCD ไปเป็น LCD ในการลดน้ำหนักแบบนี้ แพทย์เตือนว่าเหมาะกับผู้ที่เป็นโรคอ้วน และไม่ควรทำเองโดยเด็ดขาดเพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมา เช่น ขาดสารอาหาร โลหิตจาง กล้ามเนื้อลีบ อ่อนเพลีย มึนศีรษะ ผมร่วง กระดูกพรุน นิ่วในถุงน้ำดี และอื่นๆ นอกจากนั้น การลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารอย่างเดียวไม่พอ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยจึงจะทำให้ผลที่ได้ยั่งยืน


    สรุปคือ หากจะลดน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารแคลอรีต่ำมากๆ แบบ VLCD ให้ปลอดภัยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ แต่หลายคนเลือกคุมอาหารเอง ลองผิดลองถูกเอง หรือไม่ก็เลียนแบบคนอื่นเพียงแค่เขาบอกว่าดีโดยไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง อันนี้น่าห่วง

   การลดปริมาณอาหารอาจทำให้น้ำหนักหายไปอย่างรวดเร็ว แต่รู้ไหม มันอาจกระทบต่อสุขภาพ เช่น เสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร และกระทบต่อระบบ Metabolism หรือการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปเพื่อแปรเป็นพลังงาน

 


    ในยามที่เรารับแคลอรีเข้าไปน้อยๆ ต่อเนื่องระยะหนึ่งเพื่อเป็นการลดการใช้พลังงาน ร่างกายจะปรับโหมดการเผาผลาญให้อยู่ในระดับต่ำสุด เหมือนการจำศีลของกบในหน้าแล้งนั่นเอง แต่เมื่อใดที่เราตบะแตก กลับมารับประทานอาหารตามปกติ ระดับการเผาผลาญยังต่ำอยู่เหมือนเดิม ผลที่ตามมาคือน้ำหนักเด้งขึ้นอย่างรวดเร็ว และมากกว่าตอนก่อนลดน้ำหนักเสียอีก นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่าโยโย่เอฟเฟ็กต์

    ถ้าไม่อยากให้เกิดโยโย่เอฟเฟ็กต์ ก็ต้องรับประทานอาหารแคลอรีต่ำไปอย่างนั้นตลอดชีวิต ถามตัวเองให้ดีว่าจะทำได้หรือไม่ นอกจากนั้น การควบคุมอาหารแบบรับประทานให้น้อยที่สุด โดยเชื่อว่าจะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันนั้น ความเป็นจริงก็คือ นอกจากไขมันแล้ว กล้ามเนื้อส่วนหนึ่งก็หายไปด้วย คือน้ำหนักลดก็จริง แต่กล้ามเนื้อจะไม่กระชับ

    การลดน้ำหนักที่ดี การเลือกรับประทานอาหารแคลอรีต่ำแบบ LCD หรืออาหารเพื่อสุขภาพประเภทอาหารคลีน ไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย แป้งพอประมาณถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และขอให้ยึดหลัก รับประทานเข้าไปเท่าไร หากไม่ต้องการให้พลังงานเหลือค้างก็เบิร์นมันซะ นอกจากจะได้รูปร่างมาตรฐาน ยังได้สุขภาพที่ดีเป็นของแถมพกอีกด้วย

ที่มา : www.steadyhealth.com, www.cnn.com, www.win.niddk.nih.gov    


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อความสำเร็จของธุรกิจเอสเอ็มอี (SME)

 
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020