ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์ภูฏานกับราชวงศ์ไทย

by smethailandclub 17 ตค. 2016
Share:

    ท่ามกลางบรรยากาศโศกาอาดูรทั้งประเทศ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนไทยของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกแห่งราชอาณาจักรภูฏาพร้อมสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา และพระโอรสกยัลซีเพื่อถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช กลายเป็นข่าวที่สร้างความปลาบปลื้มให้ชาวไทยในขณะนี้ น้อยคนจะรู้ว่ากษัตริย์แห่งภูฏานพระองค์นี้เคยเสด็จเยือนไทยหลายครั้งแล้วจนเกิดความผูกพัน ที่ตำหนักของพระองค์ ทรงติดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงของเราเสมอกับของพระราชบิดา เป็นการสะท้อนว่าพระองค์ทรงนับถือในหลวงของเราเพียงใด


    จากบทความเรื่อง “กษัตริย์แห่งภูฎาน กับ “ในหลวง”ของเรา...ความผูกพันที่มากกว่ามิตรประเทศ” โดยซาโก้ ดินรักฟ้า ทำให้เห็นภาพว่าความผูกพันดังกล่าวมีที่มาอย่างไร ทั้งนี้ ก่อนหน้าการเสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะผู้แทนประมุขแห่งราชอาณาจักรภูฏานในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก  ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประเทศไทยหลายครั้ง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้โครงการหลวงใช้เป็นทุนรอนในการช่วยเหลือพัฒนาภูฎานมาแล้วหลายปีขณะที่เจ้าชายจิกมี ก็ทรงได้ยิน ได้ฟังและเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยมา  ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ด้วยความชื่นชมและยกย่อง

    เมื่อครั้ง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวงเสด็จเยือนภูฏาน และได้เข้าเฝ้าพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ได้ทรงมีรับสั่งถึงงานพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากโครงการหลวงได้ผ่านงานพัฒนาด้านเกษตรที่สูงมายาวนานขณะที่ภูฎานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ดี แต่รายได้ของประชากรไม่มาก และมีปัญหาภูมิประเทศพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขาสูง แนวทางร่วมมือเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงของทั้ง 2 ประเทศจึงเริ่มต้นจากนักวิชาการ นักการทูต รัฐมนตรีด้านการเกษตรของภูฏาน เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้งานที่จังหวัดเชียงใหม่คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่


    หนึ่งปีให้หลัง เจ้าชายจิกมีก็เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเรียนรู้งานด้วยพระองค์เอง กลางเดือนมีนาคม 2546 และทรงประทับแรมอยู่ที่อ่างขางนี้ 1 คืนด้วยการเสด็จพระราชดำเนินเชียงใหม่ในปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้เจ้าชายจิกมีเข้าเฝ้าที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์อีกด้วยและในปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน พระราชมารดาของเจ้าชายจิกมีและพระขนิษฐา ก็เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอีกถึง 2 ครั้ง ปัจจุบัน นักวิชาการโครงการหลวงจากประเทศไทยได้เดินทางไปแนะแนวทางการปลูกไม้ผลเมืองหนาวแก่ชาวภูฏาน  ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางตอนล่างของประเทศที่เริ่มปลูกมะม่วง  หรือทางตอนเหนือที่สนใจการปลูกพืชเมืองหนาวขณะที่แต่ละปีนักวิชาการจากภูฏานก็จะเดินทางมาฝึกงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมิได้ขาด


    กระทั่งวันที่ 26 พ.ย.2549 มหาวิทยาลัยรังสิตกำหนดจัดพิธีประสาทปริญญาประจำปี 2549 โดยสภามหาวิทยาลัยรังสิตมีมติเป็นเอกฉันท์ทูลเกล้าฯ ถวาย ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  สาขาวิชาปรัชญา การเมืองและเศรษฐศาสตร์แด่มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกลวังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏานซึ่งท่านได้ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งถึงในหลวง “ในโอกาสที่ข้าพเจ้าได้เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวข้าพเจ้าได้เห็นประชาชนของไทยแสดงความจงรักภักดี และเสียสละแก่พระมหากษัตริย์และประเทศของตนซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจสำคัญของประชาชนคนไทยในการป้องกันประเทศอีกด้วย”


    “สำหรับปีนี้เป็นปีมงคลของคนไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี และเป็นปีที่พิเศษสำหรับข้าพเจ้าเช่นกัน ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก  พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้ามีความศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างลึกซึ้งในหลายๆ เรื่อง ปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืม ”


    “เนื่องในโอกาสรับปริญญาบัตรครั้งนี้ จะต้องเป็นเยาวชนที่จะต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่างๆ ซึ่งตัวอย่างที่จะเรียนรู้นั้น  หาได้ไม่ยากเลยคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่สำคัญสำหรับข้าพเจ้า พระองค์ทรงงานอย่างหนัก พระทัยดี ทรงมีความยุติธรรม  ทรงเป็นบุคคลที่มีความพยายาม มุ่งมั่น ทำเพื่อประเทศชาติ ข้าพเจ้าอยากจะให้เยาวชนไทยและคนไทย ยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติตน เพื่อดำรงชีวิตตามที่พระองค์ปฏิบัติ ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากเยาวชนไทยทำได้ดังนั้น  ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จและมีความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งสิ่งนี้เป็นหน้าที่ที่เยาวชน ต้องระลึกเอาไว้ในใจเสมอว่า ตัวเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น มีประชาชนไม่มากนักที่ได้มีโอกาสเท่ากับคนไทย…”

    มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน ได้ทรงออกแถลงการณ์ส่วนพระองค์ ผ่านกรมสารนิเทศ ขอบคุณคนไทยที่ให้การต้อนรับพระองค์อย่างอบอุ่น โดยในแถลงการณ์ดังกล่าว มีความว่า “ตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์ทรงได้ยินได้ฟังและอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตลอด พระองค์เสด็จมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งแล้ว และทรงได้รับรู้เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนชาวไทย พระองค์ทรงชื่นชมและยกย่องในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างยิ่ง”


Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020