4 ประโยคควรคิดก่อนพูด

by SME Thailand. 20 กพ. 2018
Share:


TEXT : ไศลธร เหมะสิขัณฑกะ


    เคยมั้ย? ที่เวลาพูดกับใครก็ตามอย่างออกรส แล้วจู่ๆ อีกฝั่งก็งอนเราซะเฉยๆ หรือเปลี่ยนเป็นท่าทีกะทันหันจนบรรยากาศกร่อย และทุกๆ ครั้ง เวลาที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้น แน่นอนว่าเราจะเกิดคำถามทันทีว่า นี่ ผม/ฉัน พูดอะไรผิดไปเหรอ โอเค ถ้ายังนึกไม่ออก ลองมาทบทวนกันดูว่า ในการสนทนาเรามีคำพูดเหล่านี้หลุดออกไปหรือไม่    




1.    เหนื่อยแย่เลยสิ 


     คำพูดนี้บางครั้งเราอาจพูดออกไปด้วยความรู้สึกห่วงใยอีกฝ่าย และอยากให้เขาเปิดใจเผื่อจะช่วยเหลือกันได้ แต่ความเป็นจริงแล้วโทนของมันสำหรับคนที่กำลังเหนื่อยอยู่อาจฟังดูเหมือนกับถูกเยาะเย้ยอยู่เสียมากกว่า ลองคิดดูว่าคนที่กำลังเหนื่อยอยู่แล้ว กำลังหัวฟูตาเหม่อลอยปากซีด ได้ยินแล้วเขาจะคิดอย่างไรกับคนถาม ก็ยูเห็นสารรูปสารร่างข้าพเจ้าขนาดนี้แล้ว ยังจะคิดว่าข้าพเจ้ากำลังแฮปปี้จิบกาแฟป้ายเขียวชิลๆ อยู่รึ? ช่างกล้าถาม ทางที่ดี ควรใช้คำที่แสดงออกชัดเจนถึงความห่วงใยมากกว่า เช่น คุณดูเหนื่อยนะ เป็นยังไงบ้าง หนักมั้ย? เท่านี่เขาก็พร้อมจะเปิดใจแล้ว





2.    ก็เป็นซะอย่างนี้


     ในโลกใบนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยพลาด และไม่มีอะไรที่แน่นอน ดังนั้นการไปพิพากษาว่าใครจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควร แทนที่จะไปตัดสินคนๆ หนึ่งด้วยคำพูดออกแนวประชดประชันเย้ยหยัน ลองหันมาปรับดูหน่อยไหม ลดโทนของคำพูดให้เบาลงหน่อย แล้วอธิบายให้เขาเข้าใจชัดเจนว่าอะไรคือปัญหา อย่างน้อยก็ดูมีความจริงใจกว่าและอีกฝ่ายก็พร้อมที่จะรับฟัง





3.    ก็อย่างที่พูดไปก่อนหน้านี้


     ก็แล้วมันคืออะไร? ในหลายๆ สถานการณ์และโอกาส เราอาจคิดว่าเราได้อธิบายไปหมดแล้ว แต่ ต้องไม่ลืมว่าคนฟังเขาไม่ใช่ว่าจะต้องมาจำเรื่องของคุณเพียงคนเดียว มันจะดีกว่าไหมหากคุณจะกรอเทปกลับสักหน่อยแล้วมาสรุปย่อย้อนหลังกันสักนิด อย่างน้อยอีกฝ่ายก็สามารถนึกออกได้ว่าสิ่งที่คุณพูดไปก่อนหน้านี้ คือเรื่องอะไร และสามารถปะติดปะต่อได้อย่างไม่ยากเย็น  





4.    โชคดีนะ


    คำๆ นี้ โดยความหมายและวัตถุประสงค์คือการแสดงความปรารถนาดี แต่ในบางบริบท ผู้ฟังอาจรู้สึกในทางลบมากกว่าบวก โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องแบกรับหน้าที่สำคัญหรือมีปัญหาอะไรซักอย่าง ซึ่งทำให้เขารู้สึกราวกับถูกเยาะเย้ยว่าบ่อมิไก๊ แทนที่เขาจะรู้สึกมั่นใจ มันจะดีกว่ามากหากเราเปลี่ยนมาใช้คำว่า คุณทำได้อยู่แล้ว หรือเต็มที่เลยผมเชื่อมือคุณ 


    ในเรื่องของคำพูดที่ควรระวังนั้น ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าจะมีแค่ 4 ข้อนี้ที่ควรระวัง เพราะการพูดคุยสื่อสารกับคนนั้นมีหลากหลายรูปแบบและหลายระดับ อีกทั้งแต่ละคนก็มีความละเอียดอ่อนทางจิตใจที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนจะพูดออกไปลองเบรกตัวเองสักนิดแล้วสังเกตบรรยากาศรอบด้านรวมถึงคู่สนทนาด้วยย่อมเป็นการดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคู่สนทนาของคุณ เป็นลูกค้า หรือบุคคลสำคัญที่คุณกำลังติดต่อ การใช้คำพูดที่ทำให้เขารู้สึกแย่ย่อมไม่เป็นเรื่องดีต่องานหรือธุรกิจของคุณแน่นอน 


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

 
Share:

Related Articles

​ต้อนรับภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ กับ 8 ของกินเด็ดเมืองไข่มุกอันดามัน มีโอกาสต้องได้ชิมสักครั้ง!

ได้เห็นข่าวการเปิดตัวโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ก็พาลให้นึกถึงบรรยากาศและของกินอร่อยๆ ที่มีเสน่ห์ของเมืองไข่มุกอันดามันแห่งนี้ วันนี้เราจึงมี 8 เม..

by SME Thailand.| 02 กค. 2021

​“บางคล้า-ศาลาดิน-นาต้นจั่น-หน้าทับ” 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่หมดโควิดต้องไปโดนสักครั้ง

นี่คือ 4 ที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Vil..

by SME Thailand.| 30 เมย. 2021

​Wake up 5 นิสัย ปลุกความพร้อม! เริ่มเช้าวันใหม่อย่างมีจุดหมาย

หากคุณสามารถเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี วันนั้นทั้งวันจะเป็นวันที่สดใส แต่รู้ไหมว่านอกประโยชน์ที่กล่าวมาแล้ว การฝึกฝนนิสัยบางอย่างให้เกิดขึ้นในยามเช้า ..

by SME Thailand.| 27 มีค. 2021