​รู้มั้ย? อะไรบ้างที่ทำลายตับของคุณ

by SME Thailand. 01 เมย. 2018
Share:
Text: วิมาลี วิวัฒนกุลพาณิชย์


 



     ตับเป็นอวัยวะสำคัญมากต่อร่างกาย เปรียบเสมือนโรงงานกำจัดขยะ ที่คอยกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกายไม่เพียงเท่านั้น ตับยังเป็นแหล่งสังเคราะห์พลังงานต่างๆ ที่ร่างกายต้องการ เช่น โปรตีน น้ำตาล และสร้างน้ำดีที่ใช้ย่อยไขมัน  หากเรารับสารพิษเข้าไปในร่างกายปริมาณมากๆ จนตับของเราเสื่อมประสิทธิภาพ และไม่สามารถกำจัดสารพิษออกไปได้หมด ร่างกายของเราจะเป็นยังไง จริงอยู่ว่าสารพิษที่มีอยู่ใน  “เหล้า” คือสาเหตุสำคัญที่ทำร้ายตับมากที่สุด แต่ความจริงแล้ว ยังมีอีกหลากหลายปัจจัยที่เป็นตัวบ่อนทำลายตับ ได้แก่


     น้ำตาล การกินน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่ทำให้อ้วน ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง หรือแม้กระทั่งฟันผุ หากยังส่งผลต่อสุขภาพตับอีกด้วย ผลวิจัยระบุน้ำตาลมีอานุภาพทำลายตับได้เทียบเท่าแอลกอฮอล์ หากต้องการให้ตับมีสุขภาพดี นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงควรลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวาน เค้ก และเบเกอรีทั้งหลายแหล่


     อาหารเสริมจากสมุนไพร แม้เป็นพืชที่ได้จากธรรมชาติ  แต่อะไรที่ธรรมชาติใช่จะดีทั้งหมด และไม่ได้จะเหมาะกับทุกคน  ถ้าจะให้ดี ก่อนทานพืชหรือสมุนไพรใด ควรปรึกษาแพทย์ นักโภชนาการ หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย


     ความอ้วน คนที่มีน้ำหนักเกิน ร่างกายจะพอกพูนด้วยไขมัน นอกจากพอกตามกล้ามเนื้อ ไขมันส่วนเกินยังสะสมที่เซลล์ตับอีกด้วย นำไปสู่โรคที่เรียกว่า NAFLD (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease) หรือไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ผลคือทำให้ตับบวม เมื่อปล่อยนานไป จะเกิดแผลเป็นที่เนื้อเยื่อตับ และทำให้เป็นโรคตับแข็งในที่สุด แต่โรค NAFLD สามารถป้องกันได้ด้วยการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายเพื่อลดไขมัน


     การทานยามากเกินไป ยาอาจมีประโยชน์ในการรักษาโรค แต่อีกทางหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำร้ายสุขภาพได้เหมือนกัน การทานยาทุกชนิดต้องผ่านกระบวนการที่ตับ ยิ่งทานเยอะ ตับก็ยิ่งทำงานหนัก ยาแต่ละชนิดส่งผลต่อตับต่างกัน บางชนิดทำลายเซลส์ตับโดยตรง บางชนิดก็ปิดกั้นทางเดินของท่อน้ำดี และหลายชนิดส่งผลทั้งสองแบบ หากไม่จำเป็นก็ไม่ควรทานยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร


     การสูบบุหรี่ ตับเป็นอีกอวัยวะหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการสูบบุหรี่ ผลวิจัยจากทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปชี้จำนวนเกือบครึ่งของผู้ป่วยมะเร็งตับมีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ สำหรับคนที่เป็นโรคตับอยู่แล้ว การสูบบุหรี่เป็นการซ้ำเติมสภาพตับ เนื่องจากตับมีหน้าที่กรองและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย คนที่มีโรคตับ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบทั้งหลาย หรือโรคอื่น ตับจะอยู่ในภาวะอ่อนแอ และทำหน้าที่ขจัดพิษได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การสูบบุหรี่จึงเท่ากับเป็นการรับสารอันเป็นพิษเข้าไปเพื่อทำร้ายตับมากขึ้น


     อาหารที่มีเกลือสูง การกินเค็มอาจไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคตับ แต่คนที่ตับไม่แข็งแรงหรือมีภาวะตับแข็ง ควรจำกัดการบริโภคเกลือ เนื่องจากเกลือมีคุณสมบัติในการกักน้ำ และหน้าอย่างหนึ่งของตับคือการสร้างภาวะสมดุลของน้ำในร่างกาย หากทานเค็มมากๆ จะทำให้ท้องบวม และตับที่อ่อนแรงจากการทำหน้าที่บวมได้ โดยทั่วไป คนที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร มีคำแนะนำให้ทานเกลือได้ไม่เกินวันละ 1 ช้อนชาหรือประมาณ 2,300 มิลลิกรัม แต่คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคตับ แพทย์มักแนะนำให้จำกัดอย่าให้เกิน 1,500 มก.ต่อวัน


     เชื้อราและอาหารปรุงแต่งด้วยสารสังเคราะห์ เป็นที่ทราบกันเชื้อราอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ที่พบในถั่วลิสง พริกป่น พริกแห้ง และข้าวสารเมื่อรับประทานต่อเนื่องนานๆ จะส่งผลต่อการทำงานของตับ ยังไม่นับรวมอาหารที่ปรุงแต่งด้วยสี กลิ่น รสสังเคราะห์ และวัตถุกันเสีย เหล่านี้ถือเป็นส่วนเกินที่ร่างกายไม่ต้องการ เมื่อรับประทานเข้าไป ตับจึงต้องรับภาระหนักในการขจัดออก


     ภาวะท้องผูก การขับถ่ายอุจจาระ ถือเป็นกลไกที่กำจัดของเสียออกจากร่างกาย คนที่ขับถ่ายยากหรือท้องผูกหนักๆ เท่ากับอุจจาระค้างในลำไส้ เป็นการสะสมพิษอย่างหนึ่ง ตับซึ่งมีหน้าที่ในการขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกายและสารพิษที่เกิดจากอาการท้องผูกต้องใช้ตับในการขับออกเช่นกัน ส่งผลให้ตับทำงานหนักขึ้นและเสื่อมลงเมื่อท้องผูกเรื้อรัง การขับสารพิษจะไม่เต็มประสิทธิภาพ  ยิ่งปล่อยให้ท้องผูกผู้ป่วยโรคตับจะมีอาการกำเริบและทรุดหนักลง


     มลพิษจากสารเคมี ร่างกายสามารถรับพิษได้ 3 ทางคือทางปาก ทางผิวหนัง และการหายใจ คนที่ทำงานในอุตสาหกรรมบางอย่างมีความเสี่ยงต่อการเป็นตับอักเสบ (toxic hepatitis) เมื่อร่างกายได้รับสารเคมี เช่น สารเคมีที่ใช้ปราบศัตรูพืช ตัวทำละลายที่ใช้ในธุรกิจซักแห้งเสื้อผ้า และโลหะหนักบางชนิด ไปจนถึงการสูดดมไอน้ำมันในสถานีบริการน้ำมัน คนที่ทำงานด้านนี้จึงควรป้องกันตัวเอง เช่น สวมหน้ากาก สวมถุงมือจะได้ไม่สัมผัสสารเคมีโดยตรง นอกจากนั้น สารเคมีที่ใช้ในบ้าน เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ สเปรย์ฉีดกันแมลง ยากันยุง รวมไปถึงน้ำยาต่างๆ ก็ควรต้องระมัดระวังในการใช้
    

     วิธีการทำนุบำรุงตับที่ดีที่สุด คือการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำร้ายตับ อาหารสดใหม่ ปราศจากสารปรุงแต่งและสารสังเคราะห์ ดื่มแอลกอฮอล์ได้บ้างแต่อย่ามากจนติด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สารเคมีที่อันตราย ไม่ทานยาพร่ำเพรื่อโดยไม่จำเป็น และออกกำลังกายเพื่อรักษาน้ำหนักให้มาตรฐานจะได้ไม่เป็นโรคอ้วนจนไขมันเกาะตับ สิ่งง่าย ๆ เหล่านี้จะช่วยถนอมสุขภาพตับให้รับใช้เราไปได้อีกนานแสนนาน



www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020