​เรื่องเล่า “อาหารไทย” ในภูฎาน ผ่านเชฟไทยคนแรก

by SME Thailand 31 มีค. 2018
Share:





 
     ผลพลอยได้จากการเดินทางมาเยือนประเทศภูฎาน Peaceful Land ดินแดนที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามในครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้ว่า “อาหารไทย” ได้รับความนิยมไม่น้อยสำหรับประเทศแห่งนี้ โดยผู้ที่เป็นคนเผยแพร่ความอร่อยของอาหารไทยในภูฎาน เรียกได้ว่าเป็นเชฟไทยคนแรก นั่นก็คือ เชฟต้น-พิชิญากรณ์ ตันพานิช หัวหน้าเชฟของร้านอาหารไทยชื่อว่า Lemongrass ในเมืองทิมพู โดยเชฟต้นได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบด้านเชฟมาโดยตรงและมองหาที่สั่งสมประสบการณ์ทำงาน จนในที่สุดก็มาลงเอยที่ประเทศภูฎาน
 

     “ผมเรียนจบที่ดุสิตธานี ด้านการจัดการครัวและภัตตาคาร เรียนเกี่ยวกับการเป็นเชฟโดยตรงเลย ทีนี้พอเรียนจบก็เริ่มทำงานที่ Swissotel Nai Lert Park จากนั้นย้ายมาที่ Novotel Suvarnabhumi ทำไปได้สักพักเราก็เริ่มเปลี่ยนอยากไปทำต่างประเทศ ก็เลยมาเป็นเชฟไทยในร้านอาหารที่ประเทศ Estonia คือ เวลาที่เราไปทำงานต่างประเทศมันจะเหมือนค่อยๆ ไต่เต้าตำแหน่งไปก่อนจาก Thai Chef เป็น Head Chef จนพอดีได้รู้ข่าวจากแวดวงเชฟด้วยกันว่าที่ประเทศภูฎานรับ Head Chef คนไทย เลยคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีก็ลองสมัครมาดู”

 
     ปัจจุบันเชฟต้นได้ใช้ชีวิตเป็นเชฟคนไทยอยู่ในภูฎานมาประมาณ 1 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงแรกที่มาอยู่ เชฟต้นได้เล่าว่าต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะทีเดียว เนื่องจากความกังวลด้านภาษา ระบบงานที่ยังใหม่ ยังไม่รู้จักพื้นฐานนิสัยของคนภูฎาน
 

     “ตอนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ประมาณปีหนึ่งแล้ว ช่วงแรกๆ ก็ต้องปรับตัวเพราะว่ายังไม่รู้ว่าคนที่นี่เขานิสัยแบบไหน มีระบบทำงานแบบไหน พอเอาเข้าจริงๆ แล้วเด็กที่นี่นิสัยดีมาก เชื่อฟังกว่าที่เคยทำงานกับเด็กฝรั่ง ซึ่งจะมีความดื้อ แต่เด็กภูฎานจะตรงเวลา เชื่อฟังและให้เกียรติคนไทยมาก ตอนแรกเราคิดว่ามันคงยากมาก แต่พอมาจริงๆ เด็กที่นี่เขาตั้งใจ เชฟที่นี่ก็ตั้งใจแถมยังพูดภาษาอังกฤษได้หมดเลย คือประเทศนี้เขาสอนให้คนพูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้เลยเริ่มอยู่ตัว สบายแล้ว”
 




     แต่สิ่งที่ค่อนข้างยากในการทำงานของที่นี่นั่นคือเรื่องของวัตถุดิบ เนื่องจากประเทศภูฎานเป็นประเทศที่คนส่วน ใหญ่รับประทานมังสวิรัติ อีกทั้งยังเคร่งครัดเรื่องของศาสนา ทำให้ไม่มีการฆ่าสัตว์ในประเทศภูฎาน เนื้อสัตว์ต่างๆ จึงต้อง นำเข้าจากอินเดีย รวมถึงซอสปรุงรสต่างๆ ด้วยเช่นกัน  
 

     “ความแตกต่างของการทำงานที่นี่นั่นคือ เรื่องของวัตถุดิบ หลายๆ อย่างไม่มี ต้องนำเข้าหมดเลยจากอินเดีย อย่างพวกเนื้อสัตว์เช่น ซี่โครงไก่ เนื้อไก่ ส่วนหมูเขาจะหั่นครึ่งตัวแบกมาเลย แถมหมูที่นี่ก็จะมีความเหนียวกว่า ส่วนพวกกุ้งที่นี่จะไม่มีต้องนำเข้าจากไทย ซอสปรุงรสต่างๆ ก็นำเข้าจากไทยเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วคนภูฎาน จะนิยมของไทยมากๆ ลองไปพวกซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าจะเห็นของไทยเต็มไปหมด เขานิยมของไทยมากๆ นอกจากนี้ อะไรหลายๆ อย่างเราก็ต้องทำเองหมด เช่น น้ำพริกเผา พริกคั่ว เราจะไม่นำเข้าเพราะต้นทุนสูง เราก็ต้องเอาทักษะทุกอย่างที่มีมาใช้ ได้ฝึกทำ ได้เรียนรู้และได้สอนคนที่นี่ด้วย พอเขาเห็นว่าน้ำพริกเผาทำยังไง แต่ละอย่างทำยังไง เขาก็เข้าใจในตัวอาหารไทยมากขึ้น”
 

     สำหรับภาพลักษณ์ของอาหารไทยในภูฎานจะถูกจัดอยู่ในอาหารที่ค่อนข้างพรีเมี่ยม เนื่องจากวัตถุดิบเองก็ต้องนำเข้าอีก ทั้งยังมีอาหารไทยน้อย อย่าง Lemongrass เองก็เป็นร้านอาหารไทยร้านแรกและร้านเดียวในเมืองทิมพูซึ่งเป็นเมืองหลวง ราคาอาหารของที่ร้านจะเทียบเท่ากับอาหารในบ้านเราโซนทองหล่อเลยทีเดียว


 

     “อาหารไทยที่นี่ราคาแพงมากสำหรับคนภูฎาน อย่างผัดไทจะประมาณ 500 นิวง์ตรัมหรือ 250 บาทบ้านเรา ซึ่งถ้าเทียบกับค่าจ้างของเด็กในร้านเขาได้กันวันละ 250 นิวง์ตรัมเท่านั้นเอง เฉลี่ยค่าจ้างแรงงานในภูฎานจะอยู่ประมาณนี้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีทั้งราชวงศ์ที่มาทานบ่อยๆ หรือกลุ่มคนที่เคยไปเรียนต่างประเทศ ที่เคยไปเรียนที่ไทย รู้จักอาหารไทยอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีคนไทยมาบ้าง เช่น General Manager ของโรงแรมดุสิตธานีที่กำลังจะเปิดกลางปีนี้”
 

     ในตอนนี้อาหารไทยกำลังไปได้ดีในประเทศภูฎาน อย่างเชฟต้นเองก็ได้งัดเอาสกิลในการทำอาหารไทยมาใช้อย่างสุดฝีมือเพื่อทำให้คนภูฎานประทับใจและชื่นชอบในอาหารไทย ส่วนเจ้าของร้าน Lemongrass ซึ่งเป็นคนภูฎานแต่รักอาหาร จนต้องมาเรียนที่ไทยและกลับมาเปิดร้านอาหารไทย พร้อมกันนี้ เขาก็กำลังโปรโมตอาหารไทยผ่านสื่อต่างๆ ในภูฎานทั้งนิตยสาร วิทยุ เรียกได้ว่าเวลานี้คนภูฎานเองก็รู้จักอาหารไทยและเข้ามาลิ้มลองกันอย่างไม่ขาดสาย
 



     นี่แหละคือ Power of Thai food ที่สร้างความประทับใจให้คนต่างชาติได้รู้จักเมืองไทยในอีกมุมหนึ่งผ่านอาหารไทยแถมยังเป็นเสน่ห์ของเมืองไทยที่ใครๆ ก็ต้องยกนิ้วให้!


www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020