​จริงหรือ? กระเป๋ากางเกงยีนส์ คือสัญลักษณ์ของความไม่เท่าเทียมทางเพศ

by SME Thailand. 17 มค. 2019
Share:




 

     กางเกงยีนส์เป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนมี ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แต่หลายครั้งที่เรากลับพบว่ากระเป๋ากางเกงยีนส์ของสาวๆ นั้นกลับไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร บ้างเล็กไป บ้างเป็นแค่ลายดีไซน์ที่ไม่สามารถใส่ของได้จริง ต่างจากฝั่งหนุ่มๆที่ดูจะมีประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ซึ่งหากมองผิวเผินอาจเป็นเรื่องเล็กๆ แต่กลับมีคนอีกไม่น้อยที่เห็นว่านี่แหละคือความไม่เท่าเทียมกันทางเพศที่แฝงอยู่


     และเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันตรงนี้ ทาง The Pudding เว็บไซต์นำเสนอข้อมูลซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคมนำโดย Jan Diehm และ Amber Thomas ได้ทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบขนาดของกระเป๋ากางเกงยีนส์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชายจาก 20 แบรนด์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยวัดจากกางเกง 80 ตัวที่มีขนาดเอว 32 นิ้วทั้งหมด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นว่า โดยเฉลี่ยกระเป๋าของผู้หญิงนั้นจะสั้นกว่าของผู้ชายถึง 48 เปอร์เซ็นต์ และแคบกว่า 6.5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงทำให้มีพื้นที่ใช้งานได้น้อยกว่านั่นเอง
 

Cr: The Pudding
 

     โดยมีกระเป๋ากางเกงของสาวๆ เพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถใส่ iPhone X 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับ Samsung Galaxy และแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่สามารถใส่ Google Pixel ได้ ในขณะที่กระเป๋าของหนุ่มๆนั้นสามารถใส่โทรศัพท์แบรนด์ดังเหล่านี้ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ 95 เปอร์เซ็นต์และ 85 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ


     นอกจากนี้ กางเกงยีนส์ของผู้หญิงราว 60 เปอร์เซ็นต์ยังไม่สามารถใส่กระเป๋าสตางค์ขนาดทั่วไปได้ต่างจากฝั่งผู้ชายที่สามารถใส่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งมีกระเป๋ากางเกงของผู้หญิงเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการล้วงมือลงมาของสาวๆและแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มือของผู้ชายจะยัดลงมาได้ ต่างจากฝั่งของกระเป๋ากางเกงผู้ชายที่ไม่ว่าจะเป็นมือของหญิงหรือชายก็สามารถทำการล้วงกระเป๋าได้แบบสบายๆถึง 100 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างการเปรียบเทียบใส่สิ่งของลงไปในกระเป๋ากางเกง พบว่า ปากกาดูจะเป็นของที่เหมาะกับทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย โดยพื้นที่กระเป๋าของสาวๆนั้นสามารถใส่เจ้าของชิ้นนี้ได้ถึง 98 เปอร์เซ็นต์และแน่นอนว่าของผู้ชายก็ต้องใส่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน  


     แม้ว่าความไม่สะดวกของการใส่ของลงในกระเป๋ากางเกงไม่ได้นั้นดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรแต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้หญิงต้องเผชิญมาหลายศตวรรษ จนมีครั้งหนึ่งที่ดีไซเนอร์ชื่อดังของวงการแฟชั่นอย่าง Christian Dior ถึงกับเอ่ยว่า “ผู้ชายมีกระเป๋าไว้ใส่ของ ส่วนผู้หญิงนั้นมีไว้แค่ตกแต่งเพื่อความสวยงาม”


     สำหรับผู้หญิงประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเสมอภาค เพราะกระเป๋ากางเกงนั้นถูกซ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวต่างจากกระเป๋าถือทั่วไปที่ถือไปไหนมาไหนได้ ซึ่งการถูกจำกัดพื้นที่ในการใส่ของและต้องใช้กระเป๋าอย่างอื่นแทนทำให้เกิดไม่ความสะดวกและไม่คล่องตัวในการเดินทางหรือทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวัน เท่ากับว่าเป็นการถูกตีกรอบและควบคุมอิสระอีกรูปแบบหนึ่ง และนี่อาจเป็นอีกโอกาสที่จะสะท้อนให้คนทำแบรนด์เสื้อผ้าได้เห็นถึงความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคสตรีที่นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี    
 
 
 ​www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
Share:

Related Articles

​บุญก็มาเงินก็มี! รวม 6 เมนูเจ ทำขายง่าย กำไรงาม

เริ่มต้นกันแล้วสำหรับเทศกาลกินเจปี 2563 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 - 25 ตุลาคม แม้ปีนี้บรรยากาศอาจดูเงียบเหงากันไปบ้าง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเข้ากั..

by SME Thailand.| 16 ตค. 2020

​ใช้บาดแผลและรอยช้ำ ประสบการณ์คนรุ่นเก่า นำพาเราข้ามวิกฤต โดย วัฒนพงษ์ ตั้งร่ำรวย

ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน มักใช้ได้เสมอ สำหรับคนที่นำมาปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัย อย่างน้อยก็เป็นแนวทางการตัดสินใจได้บ้างว่า อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อะไร..

by SME Thailand.| 11 ตค. 2020

​Who Am I ? อย่าให้ใครเป็นเข็มทิศให้เรา โดย ชนรรค์ สมบูรณ์เวชการ

เราทุกคนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “เราเกิดมาทำไม” ทางเดินชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตทำไมไม่สวยหรูเหมือนคนอื่นที่เราเห็นว่าประสบความสำเร็จ ในเวลานี้เรากำ..

by SME Thailand.| 25 กย. 2020